ตัวเลขเหล่านี้ทำให้ Fresha เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดสำหรับอุตสาหกรรมความงามและเวลเนส.
โปรดักต์แรกของพวกเขาคือ Shedul ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์จองคิวบนคลาวด์สำหรับร้านเสริมสวยและสปา ผู้ก่อตั้งมองเห็นว่าอุตสาหกรรมนี้ทั่วโลกยังใช้สมุดจดคิวหรือระบบแบบแมนนวลอยู่จำนวนมาก
กลยุทธ์สำคัญคือให้ ซอฟต์แวร์จองคิวใช้ฟรี เพื่อดึงดูดธุรกิจขนาดเล็กที่ไม่สามารถจ่ายระบบราคาแพงได้.
เมื่อมีผู้ใช้เพิ่มขึ้น บริษัทจึงเปิดตัว Fresha.com ซึ่งเป็นมาร์เก็ตเพลสสำหรับลูกค้าในการค้นหาและจองบริการจากร้านที่ใช้ระบบ Shedul.
ต่อมาในเดือน กุมภาพันธ์ 2020 บริษัทรีแบรนด์ทั้งแพลตฟอร์มเป็นชื่อ Fresha เพื่อรวมซอฟต์แวร์ธุรกิจและมาร์เก็ตเพลสเข้าด้วยกันภายใต้แบรนด์เดียว.
Fresha ได้รับการสนับสนุนจากนักลงทุนระดับโลกหลายรายตลอดเส้นทางการเติบโต
ไฮไลต์การระดมทุนสำคัญ ได้แก่
หนึ่งในกลยุทธ์ที่แตกต่างของ Fresha คือ ไม่เก็บค่าสมาชิกสำหรับซอฟต์แวร์หลัก.
แทนที่จะขายซอฟต์แวร์แบบสมัครสมาชิก บริษัทเลือกสร้างรายได้จากกิจกรรมที่เกิดขึ้นบนแพลตฟอร์ม เช่น
โมเดลนี้ช่วยลดอุปสรรคในการเริ่มใช้งานสำหรับร้านเล็ก ๆ และทำให้บริษัทสร้างรายได้ตามปริมาณธุรกรรมจริงในระบบ.
นักลงทุนมองว่า Fresha เป็นตัวอย่างของ vertical software platform หรือซอฟต์แวร์ที่สร้างขึ้นเพื่ออุตสาหกรรมเฉพาะทาง.
ตลาดความงามและเวลเนสทั่วโลกมีขนาดใหญ่และกระจายตัวสูง มีผู้ประกอบการอิสระจำนวนมหาศาล การให้ซอฟต์แวร์ฟรีพร้อมมาร์เก็ตเพลสระดับโลกทำให้ Fresha กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลสำหรับธุรกิจเหล่านี้.
เงินลงทุน 80 ล้านดอลลาร์จาก KKR จะถูกใช้เพื่อเร่งกลยุทธ์สำคัญหลายด้าน ได้แก่
บริษัทกำลังเพิ่มการใช้ AI เพื่อช่วยจัดการการสื่อสาร การจอง และงานหลังบ้าน ของร้านความงาม เพื่อให้ธุรกิจขนาดเล็กทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น.
การเติบโตของ Fresha แสดงให้เห็นว่าแพลตฟอร์ม SaaS ยุคใหม่สามารถขยายตัวได้อย่างรวดเร็วเมื่อรวม ซอฟต์แวร์ฟรี ระบบชำระเงิน และมาร์เก็ตเพลสผู้บริโภค เข้าด้วยกัน
จากจุดเริ่มต้นเป็นเพียงเครื่องมือจองคิวสำหรับร้านเสริมสวย ปัจจุบัน Fresha ได้พัฒนาเป็นแพลตฟอร์มระดับโลกสำหรับอุตสาหกรรม self‑care ที่ให้บริการธุรกิจนับแสนแห่งและประมวลผลการนัดหมายหลายพันล้านครั้งทั่วโลก.
Comments
0 comments