รายละเอียดกระบวนการผลิตเต็มรูปแบบ เช่นชนิดของ photoresist ขั้นตอนการกัด (etch) หรืออัตรา yield ยังไม่ได้เปิดเผย แต่การสาธิตครั้งนี้พิสูจน์ว่าการใช้แพลตฟอร์มการผลิตชิประดับอุตสาหกรรมกับอุปกรณ์ควอนตัมเป็นไปได้
แนวทางควอนตัมหลายแบบมีปัญหาเดียวกันคือ “การขยายขนาดระบบ” แม้คิวบิตเดี่ยวจะทำงานได้ แต่การผลิตคิวบิตจำนวนมากให้มีคุณสมบัติสม่ำเสมอเป็นเรื่องยากมาก
คิวบิตแบบ quantum‑dot ในซิลิคอน เป็นหนึ่งในแนวทางที่น่าสนใจ เพราะใช้โครงสร้างเกตระดับนาโนที่คล้ายกับทรานซิสเตอร์ในชิปสมัยใหม่
หากสามารถสร้างโครงสร้างเหล่านี้ด้วยเครื่องลิโธกราฟีเดียวกับที่ใช้ผลิตชิปโลจิก ก็อาจทำให้การขยายระบบควอนตัมง่ายขึ้นมาก
High‑NA EUV ช่วยในจุดสำคัญหลายด้าน
• สร้างโครงสร้างที่เล็กและแม่นยำยิ่งขึ้นบนเวเฟอร์
• ปรับปรุงความเที่ยงตรงของลวดลายและการจัดตำแหน่ง (alignment)
• ทำงานร่วมกับกระบวนการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ระดับอุตสาหกรรม
การที่ imec สามารถสร้างอุปกรณ์ควอนตัมด้วยเครื่องมือชุดนี้จึงเป็นสัญญาณว่า เทคโนโลยีผลิตชิปแห่งอนาคตอาจกลายเป็นฐานการผลิตควอนตัมคอมพิวเตอร์ด้วย
ที่ผ่านมาอุปกรณ์ควอนตัมมักถูกสร้างในห้องทดลองเฉพาะทางด้วยกระบวนการที่ออกแบบเฉพาะ แต่การทดลองของ imec บ่งชี้แนวโน้มใหม่ คือ
ฮาร์ดแวร์ควอนตัมอาจผลิตด้วยกระบวนการเซมิคอนดักเตอร์มาตรฐาน
สิ่งนี้สำคัญเพราะอุตสาหกรรมชิปมีประสบการณ์มานานหลายทศวรรษในด้าน
• การสร้างลวดลายระดับนาโน
• การควบคุมกระบวนการผลิตหลายร้อยขั้นตอน
• การผลิตเวเฟอร์จำนวนมาก
• การเพิ่ม yield และการวัดคุณภาพ
หากคิวบิตบนซิลิคอนสามารถใช้โครงสร้างพื้นฐานเดียวกันได้ การพัฒนาควอนตัมคอมพิวเตอร์อาจเดินตามเส้นทางคล้ายวิวัฒนาการของไมโครอิเล็กทรอนิกส์
ผลงานนี้เกิดขึ้นภายใต้โครงสร้างพื้นฐานวิจัยขนาดใหญ่ของ imec ที่ชื่อ NanoIC ซึ่งเป็น pilot line เซมิคอนดักเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปภายใต้ EU Chips Act และตั้งอยู่ที่เมือง Leuven ในเบลเยียม
โครงการนี้มีมูลค่าการลงทุนรวมประมาณ 2.5 พันล้านยูโร โดยสหภาพยุโรปสนับสนุนราว 700 ล้านยูโร และอีกส่วนหนึ่งมาจากรัฐบาลประเทศสมาชิกและพันธมิตรอุตสาหกรรม
NanoIC ทำหน้าที่เป็นสนามทดสอบเทคโนโลยีชิปรุ่นถัดไป เช่นกระบวนการต่ำกว่า 2 นาโนเมตร ก่อนที่จะนำไปใช้ในโรงงานผลิตจริง
เครื่อง ASML High‑NA EUV ซึ่งเป็นเครื่องลิโธกราฟีที่ล้ำหน้าที่สุดในโลกก็ถูกติดตั้งในคลีนรูมขนาด 300 มม. ของ imec ภายในโครงการนี้ด้วย
โครงสร้างพื้นฐานนี้จึงเปิดโอกาสให้ทดลองว่าอุปกรณ์ใหม่ ๆ รวมถึงเทคโนโลยีควอนตัม สามารถผลิตด้วยกระบวนการระดับอุตสาหกรรมได้หรือไม่
การสาธิตของ imec ยังสะท้อนบทบาทที่เพิ่มขึ้นของเทคโนโลยี High‑NA EUV ในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์โลก
ระบบลิโธกราฟีรุ่นนี้ถือเป็นก้าวถัดไปของ EUV และคาดว่าจะถูกใช้ผลิตชิปโลจิกและหน่วยความจำรุ่นใหม่ในช่วงปลายทศวรรษนี้
ASML ผู้ผลิตเครื่องจักรดังกล่าวทำงานร่วมกับ imec อย่างใกล้ชิดผ่านโครงการวิจัยและห้องทดลองร่วม เพื่อพัฒนาเทคนิคการสร้างลวดลายยุคถัดไป
ในขณะเดียวกันบทบาทของ ASML ก็กำลังขยายไปทั่วโลก เช่นความร่วมมือกับ Tata Electronics เพื่อสนับสนุนโรงงานผลิตชิป 300 มม. แห่งแรกของอินเดียที่เมือง Dholera รัฐคุชราต โดยจะจัดหาเครื่องลิโธกราฟีและสนับสนุนระบบนิเวศการผลิต
การลงทุนลักษณะนี้สะท้อนการแข่งขันระดับโลกในการสร้างความสามารถด้านการผลิตเซมิคอนดักเตอร์
ผลงานของ imec ยังไม่ได้หมายความว่าเราจะได้เห็นควอนตัมคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ในเร็ว ๆ นี้ การสาธิตครั้งนี้ยังไม่ได้พิสูจน์เรื่อง
• การสร้างคิวบิตจำนวนมากระดับอุตสาหกรรม
• อัตราการผลิต (yield)
• ระบบควอนตัมที่ทนต่อข้อผิดพลาด
แต่สิ่งที่พิสูจน์แล้วคือ เครื่องมือผลิตชิปที่ล้ำหน้าที่สุดในโลกสามารถสร้างอุปกรณ์ควอนตัมได้จริง
ความเชื่อมโยงระหว่างโลกของควอนตัมกับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์นี้ อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่กำหนดว่าเทคโนโลยีควอนตัมแบบใดจะสามารถขยายจากต้นแบบในห้องทดลองไปสู่ระบบขนาดใหญ่ในอนาคตได้
หากคิวบิตแบบซิลิคอนสามารถใช้โครงสร้างพื้นฐานเดียวกับโรงงานผลิตชิปสมัยใหม่ เส้นทางสู่ควอนตัมคอมพิวเตอร์อาจเริ่มมีลักษณะคล้ายกับเส้นทางที่สร้างอุตสาหกรรมไมโครชิปของโลกในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา
Comments
0 comments