คำตอบการวิจัย
ประเด็นสำคัญ ทองคำและเงินปรับตัวขึ้นแรง หลังสัญญาณตลาดแรงงานสหรัฐฯ อ่อนแอลง ทำให้คาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ลดลง ดอลลาร์อ่อนค่า และบอนด์ยีลด์ปรับตัวลง ข้อมูล CME FedWatch ที่รายงานโดย Business Standard ระบุว่า ตลาดให้น้ำหนัก 67% ต่อการคงอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ ในเดือนกันยายน ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อโลหะมีค่าที่ไม่ให้ดอกเบี้ย [3] ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน รายงานการจ้างงาน และดัชนีเงินเฟ้อ PCE ในวันที่ 26 สิงหาคม จะเป็นบททดสอบสำคัญ หากแรงงานอ่อนแอและเงินเฟ้อไม่เร่งตัว ราคาทองคำอาจได้แรงหนุนต่อ แต่ข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งอาจดันยีลด์และดอล... How did gold and silver prices rally to their highest levels since early June—with Comex gold futures surpassing $4,550 per ounce, silver ex Gold and silver have responded sharply to changing expectations for U.S. interest rates, Treasury yields and the dollar. AI พรอมต์ Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How did gold and silver prices rally to their highest levels since early June—with Comex gold futures surpassing $4,550 per ounce, silver ex. Article summary: Gold and silver rallied mainly because softer U.S. labor signals reduced expected returns on cash and bonds, weakening the dollar and lowering yields—the classic macro backdrop for non-yielding precious metals. The move . Topic tags: general, news, general web, government, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermar
openai.com การพุ่งขึ้นของทองคำและเงินในเดือนสิงหาคมเป็นหลักแล้วคือการซื้อขายที่ขับเคลื่อนด้วยภาพเศรษฐกิจมหภาค หรือ macro trade สัญญาณตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่อ่อนแอลงทำให้นักลงทุนลดความคาดหมายว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด จะขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม ขณะที่บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ และดอลลาร์อ่อนค่าลง ก็ยิ่งเพิ่มความน่าสนใจให้โลหะมีค่าซึ่งไม่จ่ายดอกเบี้ย
แรงซื้อจากธนาคารกลางและความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยช่วยเสริมแนวโน้มระยะยาว แต่การดีดตัวครั้งนี้ยังไม่ใช่หลักประกันว่าทองคำจะกลับไปทดสอบจุดสูงสุดเดือนมกราคมได้ทันที
ราคาทองคำและเงินขึ้นไปถึงระดับไหน
รายงานตลาดระบุว่า ราคาทองคำในตลาด Comex เคลื่อนไหวใกล้ 4,550 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ และราคาเงินสูงกว่า 67 ดอลลาร์ในวันที่ 20 สิงหาคม ขณะที่สัญญาซื้อขายล่วงหน้าในตลาด MCX ของอินเดียอยู่ใกล้ 158,300 รูปีต่อทองคำ 10 กรัม และ 240,300 รูปีต่อเงิน 1 กิโลกรัม โดยรายงานเดียวกันระบุว่า ตลาดให้น้ำหนัก 67% ต่อการคงดอกเบี้ยสหรัฐฯ ในเดือนกันยายน
ข้อมูลตลาดอีกชุดหนึ่งระบุว่า ทองคำปิดที่ 4,580.70 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 3.62% ในวันดังกล่าว ส่วนเงินปิดที่ 67.13 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 4.83% ด้าน CNBC รายงานว่า สัญญาทองคำล่วงหน้าสหรัฐฯ ปิดที่ 4,545.30 ดอลลาร์ หลังราคาทองคำสปอตแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายนระหว่างการซื้อขายวันที่ 19 สิงหาคม
คนยังถาม คำตอบสั้น ๆ สำหรับ "ทำไมราคาทองคำและเงินพุ่งขึ้น เมื่อเดิมพันขึ้นดอกเบี้ยเฟดเริ่มจางหาย" คืออะไร ทองคำและเงินปรับตัวขึ้นแรง หลังสัญญาณตลาดแรงงานสหรัฐฯ อ่อนแอลง ทำให้คาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ลดลง ดอลลาร์อ่อนค่า และบอนด์ยีลด์ปรับตัวลง
ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนคืออะไร? ทองคำและเงินปรับตัวขึ้นแรง หลังสัญญาณตลาดแรงงานสหรัฐฯ อ่อนแอลง ทำให้คาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ลดลง ดอลลาร์อ่อนค่า และบอนด์ยีลด์ปรับตัวลง ข้อมูล CME FedWatch ที่รายงานโดย Business Standard ระบุว่า ตลาดให้น้ำหนัก 67% ต่อการคงอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ ในเดือนกันยายน ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อโลหะมีค่าที่ไม่ให้ดอกเบี้ย [3]
ฉันควรทำอย่างไรต่อไปในทางปฏิบัติ? ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน รายงานการจ้างงาน และดัชนีเงินเฟ้อ PCE ในวันที่ 26 สิงหาคม จะเป็นบททดสอบสำคัญ หากแรงงานอ่อนแอและเงินเฟ้อไม่เร่งตัว ราคาทองคำอาจได้แรงหนุนต่อ แต่ข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งอาจดันยีลด์และดอล...
คำตอบการวิจัย
ประเด็นสำคัญ ทองคำและเงินปรับตัวขึ้นแรง หลังสัญญาณตลาดแรงงานสหรัฐฯ อ่อนแอลง ทำให้คาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ลดลง ดอลลาร์อ่อนค่า และบอนด์ยีลด์ปรับตัวลง ข้อมูล CME FedWatch ที่รายงานโดย Business Standard ระบุว่า ตลาดให้น้ำหนัก 67% ต่อการคงอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ ในเดือนกันยายน ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อโลหะมีค่าที่ไม่ให้ดอกเบี้ย [3] ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน รายงานการจ้างงาน และดัชนีเงินเฟ้อ PCE ในวันที่ 26 สิงหาคม จะเป็นบททดสอบสำคัญ หากแรงงานอ่อนแอและเงินเฟ้อไม่เร่งตัว ราคาทองคำอาจได้แรงหนุนต่อ แต่ข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งอาจดันยีลด์และดอล... How did gold and silver prices rally to their highest levels since early June—with Comex gold futures surpassing $4,550 per ounce, silver ex Gold and silver have responded sharply to changing expectations for U.S. interest rates, Treasury yields and the dollar. AI พรอมต์ Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How did gold and silver prices rally to their highest levels since early June—with Comex gold futures surpassing $4,550 per ounce, silver ex. Article summary: Gold and silver rallied mainly because softer U.S. labor signals reduced expected returns on cash and bonds, weakening the dollar and lowering yields—the classic macro backdrop for non-yielding precious metals. The move . Topic tags: general, news, general web, government, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermar
openai.com การพุ่งขึ้นของทองคำและเงินในเดือนสิงหาคมเป็นหลักแล้วคือการซื้อขายที่ขับเคลื่อนด้วยภาพเศรษฐกิจมหภาค หรือ macro trade สัญญาณตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่อ่อนแอลงทำให้นักลงทุนลดความคาดหมายว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด จะขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม ขณะที่บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ และดอลลาร์อ่อนค่าลง ก็ยิ่งเพิ่มความน่าสนใจให้โลหะมีค่าซึ่งไม่จ่ายดอกเบี้ย
แรงซื้อจากธนาคารกลางและความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยช่วยเสริมแนวโน้มระยะยาว แต่การดีดตัวครั้งนี้ยังไม่ใช่หลักประกันว่าทองคำจะกลับไปทดสอบจุดสูงสุดเดือนมกราคมได้ทันที
ราคาทองคำและเงินขึ้นไปถึงระดับไหน
รายงานตลาดระบุว่า ราคาทองคำในตลาด Comex เคลื่อนไหวใกล้ 4,550 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ และราคาเงินสูงกว่า 67 ดอลลาร์ในวันที่ 20 สิงหาคม ขณะที่สัญญาซื้อขายล่วงหน้าในตลาด MCX ของอินเดียอยู่ใกล้ 158,300 รูปีต่อทองคำ 10 กรัม และ 240,300 รูปีต่อเงิน 1 กิโลกรัม โดยรายงานเดียวกันระบุว่า ตลาดให้น้ำหนัก 67% ต่อการคงดอกเบี้ยสหรัฐฯ ในเดือนกันยายน
ข้อมูลตลาดอีกชุดหนึ่งระบุว่า ทองคำปิดที่ 4,580.70 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 3.62% ในวันดังกล่าว ส่วนเงินปิดที่ 67.13 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 4.83% ด้าน CNBC รายงานว่า สัญญาทองคำล่วงหน้าสหรัฐฯ ปิดที่ 4,545.30 ดอลลาร์ หลังราคาทองคำสปอตแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายนระหว่างการซื้อขายวันที่ 19 สิงหาคม
คนยังถาม คำตอบสั้น ๆ สำหรับ "ทำไมราคาทองคำและเงินพุ่งขึ้น เมื่อเดิมพันขึ้นดอกเบี้ยเฟดเริ่มจางหาย" คืออะไร ทองคำและเงินปรับตัวขึ้นแรง หลังสัญญาณตลาดแรงงานสหรัฐฯ อ่อนแอลง ทำให้คาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ลดลง ดอลลาร์อ่อนค่า และบอนด์ยีลด์ปรับตัวลง
ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนคืออะไร? ทองคำและเงินปรับตัวขึ้นแรง หลังสัญญาณตลาดแรงงานสหรัฐฯ อ่อนแอลง ทำให้คาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ลดลง ดอลลาร์อ่อนค่า และบอนด์ยีลด์ปรับตัวลง ข้อมูล CME FedWatch ที่รายงานโดย Business Standard ระบุว่า ตลาดให้น้ำหนัก 67% ต่อการคงอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ ในเดือนกันยายน ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อโลหะมีค่าที่ไม่ให้ดอกเบี้ย [3]
ฉันควรทำอย่างไรต่อไปในทางปฏิบัติ? ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน รายงานการจ้างงาน และดัชนีเงินเฟ้อ PCE ในวันที่ 26 สิงหาคม จะเป็นบททดสอบสำคัญ หากแรงงานอ่อนแอและเงินเฟ้อไม่เร่งตัว ราคาทองคำอาจได้แรงหนุนต่อ แต่ข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งอาจดันยีลด์และดอล...
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเหล่านี้ไม่ควรถูกนำมารวมกันราวกับเป็นสัญญาเดียวหรือใช้วิธีคำนวณแบบเดียวกัน ตัวอย่างเช่น การเพิ่มขึ้นจาก 4,417 ดอลลาร์เป็น 4,488 ดอลลาร์คิดเป็นประมาณ 1.61% ไม่ใช่ 3.54% ความแตกต่างอาจมาจากเดือนส่งมอบของสัญญา เวลาที่ใช้คำนวณ และการเปรียบเทียบราคาภายในวันกับราคาปิดตลาด
ยีลด์ลด ดอลลาร์อ่อน ช่วยโลหะมีค่าอย่างไร ทองคำและเงินไม่ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย ดังนั้นเมื่อผลตอบแทนจากเงินสดและพันธบัตรรัฐบาลลดลง ต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือโลหะมีค่าก็ลดลงตาม ลำดับเหตุการณ์ล่าสุดจึงเป็นปัจจัยหนุนราคาในหลายด้าน
ข้อมูลแรงงานอ่อนแอลง: รายงานการจ้างงานเดือนกรกฎาคมระบุว่า การจ้างงานนอกภาคเกษตรลดลง 23,000 ตำแหน่ง ตามรายงานตลาด ซึ่งบั่นทอนเหตุผลสนับสนุนการใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้น
บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ลดลง: CME ระบุว่าแรงซื้อทองคำเกิดขึ้นหลังข้อมูลการจ้างงานที่อ่อนแอกดดันบอนด์ยีลด์ และทำให้ความคาดหมายต่อการขึ้นดอกเบี้ยลดลง
ดอลลาร์อ่อนค่า: เมื่อดอลลาร์อ่อนลง สินค้าโภคภัณฑ์ที่กำหนดราคาเป็นดอลลาร์จะมีราคาถูกลงสำหรับผู้ซื้อที่ถือสกุลเงินอื่น ซึ่งช่วยสนับสนุนอุปสงค์จากต่างประเทศ CNBC เชื่อมโยงการขึ้นของทองคำในวันที่ 19 สิงหาคมกับบอนด์ยีลด์และดอลลาร์ที่ลดลง หลังการประกาศของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ
มุมมองต่อดอกเบี้ยเปลี่ยนไป: ความน่าจะเป็น 67% ที่อัตราดอกเบี้ยจะไม่เปลี่ยนแปลง สะท้อนว่าผู้ค้าในตลาดให้น้ำหนักค่อนข้างมากกับการคงดอกเบี้ยในเดือนกันยายน ณ ช่วงเวลานั้น
เมื่อปัจจัยทั้งหมดเกิดขึ้นพร้อมกัน การถือทองคำและเงินจึงเสียโอกาสน้อยลงเมื่อเทียบกับการถือพันธบัตรหรือเงินสด อีกทั้งยังดึงดูดนักลงทุนต่างประเทศด้วย แต่ภาพเช่นนี้สามารถเปลี่ยนได้อย่างรวดเร็ว หากข้อมูลเศรษฐกิจทำให้ตลาดต้องปรับเส้นทางคาดการณ์นโยบายการเงินของสหรัฐฯ ใหม่
ธนาคารกลางและแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยช่วยเสริมแรง การปรับขึ้นครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงปฏิกิริยาต่อดอกเบี้ยในวันเดียว รายงานของ CME ยังชี้ว่า การเพิ่มทองคำในทุนสำรองของธนาคารกลางเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ราคาทองคำขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบสองเดือน ปัจจัยดังกล่าวสร้างเรื่องราวด้านอุปสงค์เชิงโครงสร้างควบคู่ไปกับแรงซื้อระยะสั้นจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย
นักลงทุนยังมักหันไปหาทองคำเมื่อความเสี่ยงด้านนโยบาย การเติบโตทางเศรษฐกิจ หรือภูมิรัฐศาสตร์ประเมินได้ยาก แรงซื้อเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยง หรือ safe-haven demand สามารถเร่งการเคลื่อนไหวที่มีบอนด์ยีลด์และดอลลาร์เป็นแรงหนุนอยู่แล้ว
เงินได้รับอานิสงส์จากปัจจัยมหภาคเดียวกัน ขณะที่รายงานของ CME อีกฉบับชี้ว่า อุปทานเงินทั่วโลกที่มีจำกัดเป็นแรงหนุนเพิ่มเติมต่อสัญญาเงินล่วงหน้า
ทองคำ เงิน และคริปโตไม่ได้มีความเสี่ยงเหมือนกัน ความคาดหมายต่อดอกเบี้ยที่ลดลงสามารถช่วยหนุนสัญญาล่วงหน้าของ Bitcoin และ Ether ได้เช่นกัน เพราะภาวะการเงินที่ผ่อนคลายขึ้นอาจกระตุ้นความต้องการสินทรัพย์เสี่ยง แต่การปรับขึ้นของสินทรัพย์เหล่านี้ไม่ควรถูกมองว่าเป็นการลงทุนประเภทเดียวกัน
การเคลื่อนไหวของทองคำมีฐานมาจากดอลลาร์ บอนด์ยีลด์ ความคาดหมายต่อนโยบายเฟด การซื้อเพื่อเพิ่มทุนสำรอง และสถานะสินทรัพย์ปลอดภัย ขณะที่ Bitcoin และ Ether มักไวต่อการใช้เลเวอเรจ กระแสเงินเฉพาะตลาดคริปโต ความต้องการรับความเสี่ยง และแรงขายจากการบังคับปิดสถานะมากกว่า
หลักฐานที่มีอยู่ยังไม่สามารถยืนยันตัวเลขการปรับขึ้นพร้อมกันของสัญญา Bitcoin และ Ether ได้อย่างเป็นอิสระ ดังนั้นการเปรียบเทียบผลตอบแทนระหว่างสินทรัพย์เหล่านี้จึงควรใช้ความระมัดระวัง
สัญญาณทางเทคนิคบอกอะไรได้ และบอกอะไรไม่ได้ แหล่งข้อมูลที่มีอยู่ยังไม่ยืนยันค่าดัชนี RSI รายวันของทองคำที่ CME ถูกอ้างถึง หรือการเปรียบเทียบที่แน่ชัดกับจุดสูงสุดเดิมใกล้ 5,600 ดอลลาร์ จึงไม่ควรนำข้อสังเกตดังกล่าวเสนอเป็นสัญญาณที่ได้รับการยืนยันแล้ว
โดยทั่วไป หาก RSI ขยับเข้าใกล้หรือสูงกว่าระดับที่เรียกว่าเขตซื้อมากเกินไป ก็สะท้อนโมเมนตัมขาขึ้นที่แข็งแกร่ง แต่ในอีกด้านหนึ่งก็อาจเตือนว่าตลาดมีความเสี่ยงต่อการพักฐานหรือการขายทำกำไร RSI เพียงอย่างเดียวไม่ได้ยืนยันว่าทองคำจะต้องกลับไปทำจุดสูงสุดเดิม
รายงานตลาดก่อนหน้านี้ระบุว่า ทองคำยังอยู่ต่ำกว่าจุดสูงสุดตลอดกาลช่วงปลายเดือนมกราคมใกล้ 5,600 ดอลลาร์ประมาณ 21% ซึ่งชี้ว่าการฟื้นตัวครั้งนั้นยังไม่ได้ทวงคืนจุดสูงสุดดังกล่าว
ข้อมูลชุดต่อไปจะชี้ทิศทางการขึ้นของราคา ช่วงต่อไปจะขึ้นอยู่กับว่า ข้อมูลเศรษฐกิจใหม่จะยืนยันหรือหักล้างเรื่องราว “แรงกดดันด้านดอกเบี้ยลดลง” ที่ตลาดกำลังให้น้ำหนักอยู่หรือไม่ นักลงทุนกำลังจับตาเป็นพิเศษ ได้แก่
จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ทั้งผู้ขอรับครั้งแรกและผู้ขอต่อเนื่อง ปฏิทินเศรษฐกิจวันที่ 20 สิงหาคมมีรายงานทั้งสองรายการ รวมถึงดัชนีภาคการผลิตของ Philadelphia Fed
รายงานการจ้างงาน การจ้างงานนอกภาคเกษตรที่ลดลงในเดือนกรกฎาคมเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ตลาดประเมินโอกาสการคุมเข้มนโยบายใหม่
ข้อมูลเงินเฟ้อ ดัชนีราคา PCE เดือนกรกฎาคมมีกำหนดเผยแพร่วันที่ 26 สิงหาคม จึงเป็นบททดสอบสำคัญว่า สัญญาณการเติบโตที่ชะลอลงจะเกิดขึ้นพร้อมกับเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับรับได้หรือไม่
มติของเฟดในเดือนกันยายน หากเฟดคงดอกเบี้ยต่อไป และตลาดยังลดการคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ย บรรยากาศบอนด์ยีลด์ต่ำและดอลลาร์อ่อนก็อาจยังเอื้อต่อทองคำและเงิน แต่หากตลาดแรงงานฟื้นตัวแข็งแกร่งพร้อมกับเงินเฟ้อที่เร่งขึ้น บอนด์ยีลด์และดอลลาร์อาจปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะกลายเป็นแรงต้านต่อโลหะมีค่า
สรุป ทองคำและเงินพุ่งขึ้นเพราะแนวโน้มตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่อ่อนแอลงทำให้ตลาดลดความคาดหมายต่อการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด ขณะเดียวกันบอนด์ยีลด์และดอลลาร์ก็ปรับตัวลง แรงซื้อทองคำจากธนาคารกลาง ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย และความกังวลเรื่องอุปทานเงินที่จำกัด ช่วยเพิ่มแรงส่งให้การปรับขึ้นครั้งนี้
อย่างไรก็ตาม แนวโน้มขาขึ้นยังขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจ หากการจ้างงานยังอ่อนแอและเงินเฟ้อไม่เร่งตัว โลหะมีค่าอาจได้รับแรงหนุนต่อ แต่ข้อมูลที่แข็งแกร่งขึ้น หรือการฟื้นตัวของบอนด์ยีลด์และดอลลาร์ อาจทำให้เกิดการพักฐานได้ การพุ่งขึ้นครั้งนี้มีพลังมาก แต่ยังไม่ใช่หลักฐานว่าทองคำจะกลับไปทำจุดสูงสุดตลอดกาลในเดือนมกราคมได้แน่นอน
cmegroup.com Gold futures rose as soft jobs data pressured Treasury yields. อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเหล่านี้ไม่ควรถูกนำมารวมกันราวกับเป็นสัญญาเดียวหรือใช้วิธีคำนวณแบบเดียวกัน ตัวอย่างเช่น การเพิ่มขึ้นจาก 4,417 ดอลลาร์เป็น 4,488 ดอลลาร์คิดเป็นประมาณ 1.61% ไม่ใช่ 3.54% ความแตกต่างอาจมาจากเดือนส่งมอบของสัญญา เวลาที่ใช้คำนวณ และการเปรียบเทียบราคาภายในวันกับราคาปิดตลาด
ยีลด์ลด ดอลลาร์อ่อน ช่วยโลหะมีค่าอย่างไร ทองคำและเงินไม่ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย ดังนั้นเมื่อผลตอบแทนจากเงินสดและพันธบัตรรัฐบาลลดลง ต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือโลหะมีค่าก็ลดลงตาม ลำดับเหตุการณ์ล่าสุดจึงเป็นปัจจัยหนุนราคาในหลายด้าน
ข้อมูลแรงงานอ่อนแอลง: รายงานการจ้างงานเดือนกรกฎาคมระบุว่า การจ้างงานนอกภาคเกษตรลดลง 23,000 ตำแหน่ง ตามรายงานตลาด ซึ่งบั่นทอนเหตุผลสนับสนุนการใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้น
บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ลดลง: CME ระบุว่าแรงซื้อทองคำเกิดขึ้นหลังข้อมูลการจ้างงานที่อ่อนแอกดดันบอนด์ยีลด์ และทำให้ความคาดหมายต่อการขึ้นดอกเบี้ยลดลง
ดอลลาร์อ่อนค่า: เมื่อดอลลาร์อ่อนลง สินค้าโภคภัณฑ์ที่กำหนดราคาเป็นดอลลาร์จะมีราคาถูกลงสำหรับผู้ซื้อที่ถือสกุลเงินอื่น ซึ่งช่วยสนับสนุนอุปสงค์จากต่างประเทศ CNBC เชื่อมโยงการขึ้นของทองคำในวันที่ 19 สิงหาคมกับบอนด์ยีลด์และดอลลาร์ที่ลดลง หลังการประกาศของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ
มุมมองต่อดอกเบี้ยเปลี่ยนไป: ความน่าจะเป็น 67% ที่อัตราดอกเบี้ยจะไม่เปลี่ยนแปลง สะท้อนว่าผู้ค้าในตลาดให้น้ำหนักค่อนข้างมากกับการคงดอกเบี้ยในเดือนกันยายน ณ ช่วงเวลานั้น
เมื่อปัจจัยทั้งหมดเกิดขึ้นพร้อมกัน การถือทองคำและเงินจึงเสียโอกาสน้อยลงเมื่อเทียบกับการถือพันธบัตรหรือเงินสด อีกทั้งยังดึงดูดนักลงทุนต่างประเทศด้วย แต่ภาพเช่นนี้สามารถเปลี่ยนได้อย่างรวดเร็ว หากข้อมูลเศรษฐกิจทำให้ตลาดต้องปรับเส้นทางคาดการณ์นโยบายการเงินของสหรัฐฯ ใหม่
ธนาคารกลางและแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยช่วยเสริมแรง การปรับขึ้นครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงปฏิกิริยาต่อดอกเบี้ยในวันเดียว รายงานของ CME ยังชี้ว่า การเพิ่มทองคำในทุนสำรองของธนาคารกลางเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ราคาทองคำขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบสองเดือน ปัจจัยดังกล่าวสร้างเรื่องราวด้านอุปสงค์เชิงโครงสร้างควบคู่ไปกับแรงซื้อระยะสั้นจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย
นักลงทุนยังมักหันไปหาทองคำเมื่อความเสี่ยงด้านนโยบาย การเติบโตทางเศรษฐกิจ หรือภูมิรัฐศาสตร์ประเมินได้ยาก แรงซื้อเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยง หรือ safe-haven demand สามารถเร่งการเคลื่อนไหวที่มีบอนด์ยีลด์และดอลลาร์เป็นแรงหนุนอยู่แล้ว
เงินได้รับอานิสงส์จากปัจจัยมหภาคเดียวกัน ขณะที่รายงานของ CME อีกฉบับชี้ว่า อุปทานเงินทั่วโลกที่มีจำกัดเป็นแรงหนุนเพิ่มเติมต่อสัญญาเงินล่วงหน้า
ทองคำ เงิน และคริปโตไม่ได้มีความเสี่ยงเหมือนกัน ความคาดหมายต่อดอกเบี้ยที่ลดลงสามารถช่วยหนุนสัญญาล่วงหน้าของ Bitcoin และ Ether ได้เช่นกัน เพราะภาวะการเงินที่ผ่อนคลายขึ้นอาจกระตุ้นความต้องการสินทรัพย์เสี่ยง แต่การปรับขึ้นของสินทรัพย์เหล่านี้ไม่ควรถูกมองว่าเป็นการลงทุนประเภทเดียวกัน
การเคลื่อนไหวของทองคำมีฐานมาจากดอลลาร์ บอนด์ยีลด์ ความคาดหมายต่อนโยบายเฟด การซื้อเพื่อเพิ่มทุนสำรอง และสถานะสินทรัพย์ปลอดภัย ขณะที่ Bitcoin และ Ether มักไวต่อการใช้เลเวอเรจ กระแสเงินเฉพาะตลาดคริปโต ความต้องการรับความเสี่ยง และแรงขายจากการบังคับปิดสถานะมากกว่า
หลักฐานที่มีอยู่ยังไม่สามารถยืนยันตัวเลขการปรับขึ้นพร้อมกันของสัญญา Bitcoin และ Ether ได้อย่างเป็นอิสระ ดังนั้นการเปรียบเทียบผลตอบแทนระหว่างสินทรัพย์เหล่านี้จึงควรใช้ความระมัดระวัง
สัญญาณทางเทคนิคบอกอะไรได้ และบอกอะไรไม่ได้ แหล่งข้อมูลที่มีอยู่ยังไม่ยืนยันค่าดัชนี RSI รายวันของทองคำที่ CME ถูกอ้างถึง หรือการเปรียบเทียบที่แน่ชัดกับจุดสูงสุดเดิมใกล้ 5,600 ดอลลาร์ จึงไม่ควรนำข้อสังเกตดังกล่าวเสนอเป็นสัญญาณที่ได้รับการยืนยันแล้ว
โดยทั่วไป หาก RSI ขยับเข้าใกล้หรือสูงกว่าระดับที่เรียกว่าเขตซื้อมากเกินไป ก็สะท้อนโมเมนตัมขาขึ้นที่แข็งแกร่ง แต่ในอีกด้านหนึ่งก็อาจเตือนว่าตลาดมีความเสี่ยงต่อการพักฐานหรือการขายทำกำไร RSI เพียงอย่างเดียวไม่ได้ยืนยันว่าทองคำจะต้องกลับไปทำจุดสูงสุดเดิม
รายงานตลาดก่อนหน้านี้ระบุว่า ทองคำยังอยู่ต่ำกว่าจุดสูงสุดตลอดกาลช่วงปลายเดือนมกราคมใกล้ 5,600 ดอลลาร์ประมาณ 21% ซึ่งชี้ว่าการฟื้นตัวครั้งนั้นยังไม่ได้ทวงคืนจุดสูงสุดดังกล่าว
ข้อมูลชุดต่อไปจะชี้ทิศทางการขึ้นของราคา ช่วงต่อไปจะขึ้นอยู่กับว่า ข้อมูลเศรษฐกิจใหม่จะยืนยันหรือหักล้างเรื่องราว “แรงกดดันด้านดอกเบี้ยลดลง” ที่ตลาดกำลังให้น้ำหนักอยู่หรือไม่ นักลงทุนกำลังจับตาเป็นพิเศษ ได้แก่
จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ทั้งผู้ขอรับครั้งแรกและผู้ขอต่อเนื่อง ปฏิทินเศรษฐกิจวันที่ 20 สิงหาคมมีรายงานทั้งสองรายการ รวมถึงดัชนีภาคการผลิตของ Philadelphia Fed
รายงานการจ้างงาน การจ้างงานนอกภาคเกษตรที่ลดลงในเดือนกรกฎาคมเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ตลาดประเมินโอกาสการคุมเข้มนโยบายใหม่
ข้อมูลเงินเฟ้อ ดัชนีราคา PCE เดือนกรกฎาคมมีกำหนดเผยแพร่วันที่ 26 สิงหาคม จึงเป็นบททดสอบสำคัญว่า สัญญาณการเติบโตที่ชะลอลงจะเกิดขึ้นพร้อมกับเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับรับได้หรือไม่
มติของเฟดในเดือนกันยายน หากเฟดคงดอกเบี้ยต่อไป และตลาดยังลดการคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ย บรรยากาศบอนด์ยีลด์ต่ำและดอลลาร์อ่อนก็อาจยังเอื้อต่อทองคำและเงิน แต่หากตลาดแรงงานฟื้นตัวแข็งแกร่งพร้อมกับเงินเฟ้อที่เร่งขึ้น บอนด์ยีลด์และดอลลาร์อาจปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะกลายเป็นแรงต้านต่อโลหะมีค่า
สรุป ทองคำและเงินพุ่งขึ้นเพราะแนวโน้มตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่อ่อนแอลงทำให้ตลาดลดความคาดหมายต่อการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด ขณะเดียวกันบอนด์ยีลด์และดอลลาร์ก็ปรับตัวลง แรงซื้อทองคำจากธนาคารกลาง ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย และความกังวลเรื่องอุปทานเงินที่จำกัด ช่วยเพิ่มแรงส่งให้การปรับขึ้นครั้งนี้
อย่างไรก็ตาม แนวโน้มขาขึ้นยังขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจ หากการจ้างงานยังอ่อนแอและเงินเฟ้อไม่เร่งตัว โลหะมีค่าอาจได้รับแรงหนุนต่อ แต่ข้อมูลที่แข็งแกร่งขึ้น หรือการฟื้นตัวของบอนด์ยีลด์และดอลลาร์ อาจทำให้เกิดการพักฐานได้ การพุ่งขึ้นครั้งนี้มีพลังมาก แต่ยังไม่ใช่หลักฐานว่าทองคำจะกลับไปทำจุดสูงสุดตลอดกาลในเดือนมกราคมได้แน่นอน
cmegroup.com Gold futures rose as soft jobs data pressured Treasury yields.