แรงขายพันธบัตรฝรั่งเศสเกิดจากปัจจัยสองด้านซ้อนกัน ด้านหนึ่ง ราคาพลังงานที่สูงขึ้นกดดันพันธบัตรรัฐบาลทั่วยุโรป อีกด้านหนึ่ง การประท้วงและความไม่แน่นอนเรื่องการคลังของฝรั่งเศสยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อหนี้ของประเทศ เมื่อ 21 ตุลาคม สำนักข่าว Reuters รายงานว่า ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลฝรั่งเศสอายุ 10 ปีแตะ 5% เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2002
17
20 ตัวเลขนี้สะท้อนว่านักลงทุนต้องการผลตอบแทนสูงขึ้นเพื่อแลกกับการให้รัฐบาลฝรั่งเศสกู้ยืม แต่เพียงอย่างเดียวไม่ได้แปลว่าเกิดวิกฤตหนี้สาธารณะแล้ว
ตลาดพันธบัตรยุโรปถูกกดดัน แต่ฝรั่งเศสหนักกว่า
เมื่อราคาพันธบัตรลดลง ผลตอบแทนหรือยีลด์จะเพิ่มขึ้น เมื่อ 21 ตุลาคม ผลตอบแทนพันธบัตรในยูโรโซนปรับสูงขึ้น หลังราคาน้ำมันฟื้นกลับไปยืนเหนือ 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทำให้ตลาดกังวลเรื่องเงินเฟ้อและต้นทุนการกู้ยืมอีกครั้ง
พันธบัตรฝรั่งเศสปรับตัวลงแรงกว่าประเทศอื่นในภูมิภาค โดยยีลด์พันธบัตรอายุ 10 ปีเพิ่มขึ้นมากกว่า 16 จุดพื้นฐานในสัปดาห์นั้น ขณะที่ค่าเฉลี่ยของประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่เพิ่มขึ้น 5.4 จุดพื้นฐาน ตามรายงานที่อ้างข้อมูล LSEG
20
29
แรงกดดันในตลาดวงกว้างช่วยอธิบายได้ว่าทำไมยีลด์จึงปรับขึ้นทั่วภูมิภาค ส่วนการเพิ่มขึ้นที่มากผิดปกติของฝรั่งเศสชี้ว่า นักลงทุนกำลังประเมินความเสี่ยงเฉพาะประเทศเพิ่มเติม ทั้งแนวโน้มการคลังและความสามารถทางการเมืองของรัฐบาลในการจัดการปัญหา
17
20
ส่วนต่างยีลด์เทียบเยอรมนีบอกอะไร
ส่วนต่างผลตอบแทนระหว่างพันธบัตรรัฐบาลฝรั่งเศส หรือ OAT กับพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนี หรือ Bund เป็นตัวชี้วัดว่านักลงทุนต้องการผลตอบแทนเพิ่มเท่าใดเพื่อถือหนี้ฝรั่งเศสแทนหนี้เยอรมนี หากส่วนต่างกว้างขึ้น ก็หมายความว่าตลาดเรียกค่าชดเชยความเสี่ยงจากการปล่อยกู้ให้ฝรั่งเศสสูงขึ้น
Reuters อธิบายส่วนต่างนี้ในความหมายดังกล่าว และรายงานว่าอยู่ที่ 146 จุดพื้นฐานเมื่อ 19 ตุลาคม หลังขยายกว้างขึ้นระหว่างการเทขายในวันนั้น
19
อย่างไรก็ตาม รายงานที่มีไม่ได้ยืนยันว่าตัวเลข 159.4 จุดพื้นฐานเป็นจุดสูงสุดใหม่เมื่อ 21 ตุลาคม Bloomberg รายงานว่าส่วนต่างแตะ 154 จุดพื้นฐานเมื่อ 20 ตุลาคม และจุดสูงสุดก่อนหน้านั้นอยู่ที่ 159 จุดพื้นฐาน
21 รายละเอียดนี้สำคัญ เพราะแม้แรงขายจะรุนแรง แต่ตัวเลขที่เกือบแตะ 159 จุดพื้นฐานตามรายงานดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนวันพุธ ไม่ใช่ในวันนั้น
ความไม่สงบเพิ่มข้อสงสัยต่อแผนแก้ปัญหาการคลัง
นักลงทุนไม่ได้ตอบสนองต่อการประท้วงเพียงอย่างเดียว การประท้วงและเหตุจลาจลเพิ่มแรงกดดันต่อรัฐบาลที่กำลังพยายามเสริมความแข็งแกร่งให้ฐานะการคลัง และทำให้เห็นชัดขึ้นว่าการผลักดันมาตรการลดขาดดุลผ่านรัฐสภาอาจเป็นเรื่องยาก
17
20 เมื่อ 19 ตุลาคม Reuters รายงานว่ายีลด์ฝรั่งเศสเพิ่มขึ้น 13 จุดพื้นฐาน แตะ 4.9% ขณะที่ยีลด์เยอรมนีเพิ่มขึ้น 4 จุดพื้นฐาน
19
ความวุ่นวายยังส่งผลต่อภาคธุรกิจที่วัดได้จริง Carrefour ปรับลดคาดการณ์ผลประกอบการทั้งปี โดยระบุว่าเหตุจลาจล การปล้นสะดม และเคอร์ฟิวทำให้ต้นทุนสูงขึ้นและรบกวนการดำเนินงานของร้าน
1 เรื่องนี้ไม่ได้ยืนยันผลกระทบทางเศรษฐกิจในวงกว้างทั้งหมด แต่เป็นตัวอย่างว่าความวุ่นวายที่ยืดเยื้อกระทบธุรกิจได้อย่างไร สำหรับนักลงทุนในพันธบัตร ประเด็นหลักคือแรงกดดันทางการเมืองและสังคมจะทำให้รัฐบาลเดินหน้าควบคุมการคลังได้ยากขึ้นหรือไม่
ความไม่แน่นอนเรื่องงบประมาณเชื่อมโยงกับต้นทุนกู้ยืม
รายงานกล่าวถึงแผนปรับงบประมาณปี 2027 มูลค่า 54,000 ล้านยูโร และรัฐบาลที่ไม่มีเสียงข้างมากในรัฐสภา
5 สำหรับตลาด ความเสี่ยงไม่ได้อยู่แค่ว่ารัฐบาลประกาศแผนประหยัดงบประมาณหรือไม่ แต่อยู่ที่ว่าจะรวบรวมแรงสนับสนุนทางการเมืองได้มากพอให้แผนผ่านและช่วยปรับแนวโน้มการคลังหรือไม่ หากนักลงทุนไม่เชื่อว่ารัฐบาลจะทำตามแผนได้ พวกเขาอาจเรียกผลตอบแทนสูงขึ้นเพื่อถือพันธบัตรฝรั่งเศส
สถานการณ์นี้อาจกลายเป็นวงจรที่แก้ยาก: ความสงสัยต่อการลดขาดดุลกดดันให้ต้นทุนกู้ยืมสูงขึ้น ขณะที่ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายเพิ่มก็ทำให้การจัดการการคลังยากขึ้น แต่การคาดการณ์ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากงบประมาณไม่ผ่าน ยังไม่ควรถูกนำเสนอเป็นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นแน่นอน ข้อมูลที่มีรองรับว่ามีข้อกังวลเรื่องงบประมาณและการเมือง แต่ไม่ได้ยืนยันตัวเลขคาดการณ์ขาดดุลหรือกำหนดเวลาทุกข้อที่ปรากฏในรายงานบางชิ้น
5
6
การทบทวนอันดับเครดิตเป็นอีกประเด็นที่ตลาดจับตา
รายงานในช่วงเวลาดังกล่าวระบุว่า Moody’s มีกำหนดทบทวนอันดับเครดิต Aa3 ของฝรั่งเศส ซึ่งมีแนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบ ในวันที่ 23 ตุลาคม
2
3 การทบทวนจึงอาจเป็นปัจจัยเพิ่มความไม่แน่นอนในระยะใกล้ แต่แนวโน้มเป็นลบไม่ใช่การปรับลดอันดับเครดิต และการคาดการณ์ของตลาดก็ไม่ได้กำหนดผลตัดสินสุดท้ายของสถาบันจัดอันดับเครดิต
แรงขายบอกอะไร—and ไม่ได้ยืนยันอะไร
ยีลด์ที่สูงขึ้นและส่วนต่างที่กว้างขึ้นแสดงว่า นักลงทุนกำลังคิดราคาความไม่แน่นอนด้านการคลังและการเมืองของฝรั่งเศสเพิ่มขึ้น แต่ตัวเลขเหล่านี้เพียงอย่างเดียวยังพิสูจน์ไม่ได้ว่าแรงกดดันได้ลุกลามเป็นวิกฤตหนี้สาธารณะวงกว้างในยุโรปแล้ว เมื่อ 14 ตุลาคม Valdis Dombrovskis กรรมาธิการเศรษฐกิจยุโรปกล่าวกับ Reuters ว่ายังไม่มีสัญญาณของวิกฤตหนี้สาธารณะครั้งใหม่ในยูโรโซน พร้อมเตือนว่ารัฐบาลควรดำเนินนโยบายการคลังอย่างรอบคอบ ขณะที่ต้นทุนการกู้ยืมสูงขึ้น
22
ดังนั้น การเคลื่อนไหวของตลาดเมื่อ 21 ตุลาคมจึงมองได้ชัดที่สุดว่าเป็นแรงกระแทกต่อความเชื่อมั่นด้านการคลังของฝรั่งเศส ซึ่งเกิดซ้อนกับความกังวลเรื่องเงินเฟ้อที่กระทบตลาดวงกว้าง ความเคลื่อนไหวต่อจากนี้ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลจะรับมือกับโจทย์งบประมาณอย่างไร และแรงกดดันทางการเมืองจะคลี่คลายลงหรือไม่