การพุ่งขึ้นของ Ethereum (ETH) เมื่อวันที่ 21 กันยายน ไม่ได้เป็นเพียงการเบรกเอาต์จากปัจจัยเฉพาะตัวของ ETH เท่านั้น แต่มีลักษณะเป็นแรงบีบชอร์ต (short squeeze) ที่ Bitcoin เป็นผู้จุดชนวนมากกว่า
Bitcoin ปรับขึ้น 5.7% สู่ราว 85,000 ดอลลาร์ ขณะที่ ETH เพิ่มขึ้นราว 6% แตะ 2,719 ดอลลาร์ และทะลุระดับ Fibonacci ที่ตลาดจับตาอย่าง 2,672 ดอลลาร์
7
8 แรงขึ้นของตลาดจึงดูเหมือนเกิดจากการคลายสถานะขาลงที่ใช้เลเวอเรจในวงกว้าง แล้วจึงส่งต่อแรงซื้อไปยัง Ether และเหรียญคริปโตอื่น ๆ
Short squeeze ทำงานอย่างไร
การล้างพอร์ต หรือ liquidation คือกรณีที่แพลตฟอร์มซื้อขายปิดสถานะที่ใช้เลเวอเรจโดยอัตโนมัติ เพราะมาร์จินของผู้เทรดไม่เพียงพอต่อเกณฑ์ที่กำหนด เลเวอเรจขยายทั้งกำไรและขาดทุน จึงทำให้การเคลื่อนไหวของราคามีผลรุนแรงขึ้น
9
เมื่อราคาขึ้น ผู้ที่เปิดชอร์ตต้องซื้อคืนเพื่อปิดสถานะ การซื้อคืนแบบถูกบังคับนี้ยิ่งผลักราคาให้สูงขึ้น และอาจกระตุ้นให้มีการล้างพอร์ตชอร์ตเพิ่มเติม กลายเป็นวงจรเร่งตัวของราคา
กรณีวันที่ 21 กันยายนสะท้อนกลไกนี้ชัดเจน: การที่ Bitcoin ผ่าน 85,000 ดอลลาร์สอดคล้องกับรายงานการล้างสถานะชอร์ต BTC ราว 262.3 ล้านดอลลาร์ภายในหนึ่งชั่วโมง ตามข้อมูลที่อ้างอิง CoinGlass
13
ยอด liquidation รวมในรอบ 24 ชั่วโมงแตกต่างกันไปตามจุดเวลาที่บันทึกและวิธีรวมข้อมูล รายงานหนึ่งประเมินที่ 795 ล้านดอลลาร์ โดยชอร์ตคิดเป็นประมาณ 667.7 ล้านดอลลาร์ หรือ 84%; อีกรายงานระบุว่ามีมากกว่า 700 ล้านดอลลาร์
7
8 ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่ตัวเลขเดียวที่ตายตัว แต่คือสถานะชอร์ตเป็นสัดส่วนหลักอย่างท่วมท้นของการปิดสถานะแบบบังคับ
Bitcoin จุดชนวน ก่อนที่ Ether จะขยายแรงขึ้น
Bitcoin เป็นตัวเร่งแรกของการเคลื่อนไหว เมื่อ BTC ทะลุ 85,000 ดอลลาร์ การปิดเดิมพันขาลงแบบบังคับได้เพิ่มแรงซื้อให้ทั้งตลาด จากนั้น ETH จึงผ่าน 2,672 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นแนวต้าน Fibonacci ที่เคยกดการรีบาวด์มาหลายครั้ง
8
6
ฝั่งอนุพันธ์ของ ETH เองก็ช่วยขยายการเคลื่อนไหว รายงานหนึ่งประเมินว่ามี ETH ชอร์ตถูกล้างราว 170 ล้านดอลลาร์ ขณะเดียวกัน open interest ของ ETH บน Binance เพิ่มขึ้น 37% เป็น 6.58 พันล้านดอลลาร์ พร้อมปริมาณซื้อขายที่สูงขึ้น
4 ภาพนี้สะท้อนการมีส่วนร่วมของตลาดอนุพันธ์อย่างมาก ไม่ได้หมายความว่าราคาปรับขึ้นจากการซื้อในตลาดสปอตเพียงอย่างเดียว
แรงซื้อยังขยายไปเกินกว่า BTC และ ETH ซึ่งบ่งชี้ถึงบรรยากาศรับความเสี่ยงและการปิดชอร์ตในวงกว้าง อย่างไรก็ดี ข้อมูลที่มีสนับสนุนว่า Bitcoin คือแรงกระตุ้นหลัก และไม่ได้ยืนยันว่า XRP หรือ Solana เป็นต้นเหตุเดิมของการทะลุแนวต้านของ ETH
8
กระแสเงิน ETF ช่วยพยุง แต่ไม่ใช่สัญญาณทางเดียว
ก่อนการพุ่งขึ้น กองทุน ETF Ethereum แบบสปอตในสหรัฐฯ มีเงินไหลเข้าสุทธิราว 324 ล้านดอลลาร์จนถึงกลางเดือนกันยายน มากกว่า ETF Bitcoin เล็กน้อยในช่วงเปรียบเทียบเดียวกัน โดยวันที่ 11 กันยายนมีเงินไหลเข้า ETH ETF 216.41 ล้านดอลลาร์
28
29
แต่หากมองในกรอบเวลาสั้น กระแสเงินไม่ได้เป็นบวกสม่ำเสมอ รายงานหนึ่งประเมินว่า ETH ETF แบบสปอตมีเงินไหลออกสุทธิราว 140.6 ล้านดอลลาร์ในช่วง 14–18 กันยายน ขณะที่อีกตัวติดตามข้อมูลระบุว่ามีเงินไหลเข้ารายวันในวันที่ 21 กันยายน แต่ยอดสุทธิย้อนหลัง 5 วันทำการยังติดลบ
26
35
นั่นหมายความว่า ETF อาจเป็นฐานผู้ซื้อที่พึ่งเลเวอเรจน้อยกว่า และช่วยสนับสนุนภาพใหญ่ของราคาได้ แต่ยังสรุปไม่ได้ว่าแรงขึ้นวันที่ 21 กันยายนเกิดจากการสะสมในตลาดสปอตอย่างต่อเนื่องเพียงอย่างเดียว หลักฐานชี้ว่าทั้งอุปสงค์สปอตและอนุพันธ์มีบทบาท โดยแรงซื้อจากการล้างพอร์ตเป็นตัวเร่งในทันที
ระดับราคาที่ ETH ต้องพิสูจน์
ฝั่งบวก: 2,672 ดอลลาร์ต้องกลายเป็นแนวรับ
สิ่งแรกที่ตลาดต้องจับตาคือ ETH จะยืนเหนือ 2,672 ดอลลาร์ได้หรือไม่ โดยเฉพาะบนกรอบเวลาปิดแท่งราคา ก่อนการเบรกเอาต์ระหว่างวัน ราคาปิดรายสัปดาห์วันที่ 20 กันยายนอยู่ที่ 2,644 ดอลลาร์ ซึ่งยังต่ำกว่าระดับยืนยันดังกล่าว
6
2
การทะลุแนวต้านจะมีน้ำหนักน้อยลง หากราคากลับลงมาต่ำกว่าระดับนั้นอย่างรวดเร็ว ในทางกลับกัน การยืนเหนือ 2,700 ดอลลาร์อย่างต่อเนื่องจะช่วยเสริมมุมมองว่าผู้ซื้อดูดซับแรงขายบริเวณเบรกเอาต์ได้แล้ว
ระดับ 2,800 ดอลลาร์ถูกระบุว่าเป็นแนวต้าน Fibonacci หรือโซนอุปทานถัดไป
3
29 หาก ETH ผ่านและยืนเหนือ 2,800 ดอลลาร์ได้พร้อมกิจกรรมซื้อขายที่ต่อเนื่อง แนวต้านที่ถูกกล่าวถึงต่อไปอยู่แถว 2,950–3,000 ดอลลาร์ ทั้งหมดนี้เป็นเพียงกรอบวิเคราะห์ทางเทคนิค ไม่ใช่การคาดการณ์หรือการรับประกันราคา
3
1
ฝั่งลบ: กลับลงต่ำกว่า 2,672 ดอลลาร์
ความเสี่ยงขาลงคือ ETH ร่วงกลับใต้ 2,672 ดอลลาร์อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะหาก open interest ยังสูงอยู่ขณะที่ราคาลดลง สถานการณ์นี้อาจทำให้ผู้ที่เพิ่งเปิดลองด้วยเลเวอเรจเสี่ยงถูกล้างพอร์ตในรูปแบบเดียวกับที่ชอร์ตเผชิญในช่วงราคาพุ่งแรกเริ่ม
โซน 2,600–2,644 ดอลลาร์คือบริเวณก่อนเบรกเอาต์ที่ควรเฝ้าดู การหลุดระดับนี้จะทำให้โครงสร้างขาขึ้นอ่อนแรงลง และเพิ่มโอกาสที่ราคาจะย้อนกลับไปสู่กรอบสะสมเดิม
6
2
หลัง short squeeze ควรดูอะไร
แรงบีบชอร์ตอาจเป็นจุดเริ่มต้นของเทรนด์ขาขึ้นที่ยาวนาน หรือเป็นเพียงการพุ่งชั่วคราวก็ได้ ภาพที่สร้างสรรค์กว่าคือ ETH ยืนเหนือ 2,672 และ 2,700 ดอลลาร์ได้ ขณะที่แรงซื้อในตลาดสปอตยังดี และ open interest เพิ่มขึ้นอย่างไม่ร้อนแรงเกินไป
แต่หากราคาลดลง กระแสเงิน ETF อ่อนแอ และ open interest ยังคงสูง ภาพจะเปราะบางมากขึ้น
4
26
สรุปสำหรับรอบนี้ Bitcoin เป็นตัวจุดชนวน การล้างพอร์ตชอร์ตเป็นตัวเร่งความเร็ว และระดับ 2,672 ดอลลาร์ของ Ether คือด่านสำคัญที่จะบอกว่าแรงขึ้นครั้งนี้สามารถเปลี่ยนจากเหตุการณ์ที่ขับเคลื่อนด้วยตลาดอนุพันธ์ ไปสู่การเบรกเอาต์ทางเทคนิคที่ยืนยันได้หรือไม่