รายงานการจ้างงานสหรัฐฯ ที่อ่อนแอช่วยหนุนราคา Ethereum ในช่วงแรก แต่แรงบวกอยู่ได้ไม่นาน ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนกันยายนเพิ่มขึ้น 29,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ราว 89,000–90,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราว่างงานขยับขึ้นเป็น 4.2%
1
3 หลังประกาศข้อมูล ETH ขึ้นไปแตะประมาณ 2,770 ดอลลาร์ ก่อนถอยลงต่ำกว่า 2,700 ดอลลาร์ ส่วน Bitcoin ก็คืนกำไรหลังเคลื่อนไหวเหนือ 86,000 ดอลลาร์
1
3
17
ภาพที่เห็นจึงไม่ใช่การตอบรับแบบตรงไปตรงมาว่า “เศรษฐกิจอ่อนแอแล้วคริปโตต้องขึ้น” แม้ตลาดจะลดความคาดหวังเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในเดือนตุลาคม แต่ราคาที่กลับทิศ กระแสเงินในกองทุน ETF และความเชื่อมั่นที่ซบเซาแสดงให้เห็นว่านักลงทุนยังระมัดระวังอยู่ ข้อมูลชุดนี้เพียงอย่างเดียวยังบอกไม่ได้ว่าเฟดจะตัดสินใจอย่างไรในการประชุมครั้งถัดไป
รายงานจ้างงานบอกอะไร และข้อมูลส่วนไหนยังไม่ชัด
ตัวเลขที่สื่อการเงินรายงานระบุว่า การจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในเดือนกันยายนเพิ่มขึ้น 29,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าคาดการณ์ราว 89,000–90,000 ตำแหน่ง ส่วนอัตราว่างงานเพิ่มเป็น 4.2%
1
3 อย่างไรก็ตาม แหล่งข้อมูลที่มีไม่ได้ระบุยอดปรับลดตัวเลขจ้างงานของเดือนก่อนหน้าไว้อย่างชัดเจน จึงยังสรุปขนาดของการปรับแก้ดังกล่าวไม่ได้
ข้อมูลแรงงานที่อ่อนแออาจทำให้ตลาดประเมินแนวทางดอกเบี้ยของเฟดใหม่ รายงานหนึ่งระบุว่า โอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนตุลาคมลดลงเหลือ 23.8% ณ เวลาที่เผยแพร่
34 การปรับคาดการณ์นี้อาจช่วยหนุนสินทรัพย์เสี่ยงในช่วงแรก แต่ก็ไม่ได้หยุดการอ่อนตัวของราคาคริปโตในเวลาต่อมา
ETH และ Bitcoin ต่างคืนกำไร
ETH ขึ้นไปแตะประมาณ 2,770 ดอลลาร์ชั่วคราว ก่อนอ่อนตัวต่ำกว่า 2,700 ดอลลาร์และลบกำไรที่ทำไว้ก่อนหน้า
3 ก่อนรายงานออก Bitcoin เคลื่อนไหวกลับขึ้นเหนือ 86,000 ดอลลาร์ ขณะที่รายงานตลาดอีกฉบับระบุว่าราคาร่วงจากบริเวณ 86,500 ดอลลาร์ลงมาแถว 84,600 ดอลลาร์ในช่วงที่ตลาดกลับทิศ
1
17
การกลับตัวของราคาเพียงอย่างเดียวไม่ได้ชี้ชัดว่ามีปัจจัยใดเป็นสาเหตุเดียว รายงานยังกล่าวถึงปัจจัยเฉพาะของ Ethereum เช่น เงินไหลออกจาก ETF สปอต Ether และความเชื่อมั่นที่ซบเซา ควบคู่กับความไม่แน่นอนในตลาดโดยรวม
1
7
8
ETF ไหลออกและความเชื่อมั่นที่เป็นลบเพิ่มภาพระมัดระวัง
รายงานตลาดระบุว่า ETF สปอต Ether ในสหรัฐฯ มีเงินไหลออกสุทธิติดต่อกันสามวัน โดยฉบับหนึ่งรายงานยอดไหลออก 55.4 ล้านดอลลาร์ในวันที่ 1 ตุลาคม
7
19 กระแสเงินดังกล่าวเป็นข้อมูลประกอบภาพตลาด แต่ไม่ได้พิสูจน์ว่าการขายหน่วยลงทุนเป็นต้นเหตุที่ทำให้ราคา ETH ลดลง
ด้านความเห็นบนโซเชียลมีเดีย มีรายงานว่าความเห็นเชิงลบเกี่ยวกับ ETH มีมากกว่าความเห็นเชิงบวก รายงานที่อ้างข้อมูลจาก Santiment ระบุว่าอัตราส่วนความเชื่อมั่นของ ETH อยู่ที่ 0.89 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบหลายเดือน
8 ตัวเลขนี้สะท้อนบทสนทนาออนไลน์ในช่วงเวลาหนึ่ง ไม่ใช่เครื่องชี้ที่เชื่อถือได้ว่าจะบอกทิศทางราคาในอนาคต
แนวรับและแนวต้านเป็นระดับที่ต้องจับตา ไม่ใช่คำทำนาย
บทวิเคราะห์ที่ถูกรายงานวางแนวรับระยะใกล้ของ ETH ไว้ราว 2,600–2,660 ดอลลาร์ และแนวต้านประมาณ 2,775–2,825 ดอลลาร์
7
32 ตัวเลขในแต่ละรายงานอาจต่างกันเล็กน้อย และควรมองเป็นระดับที่ผู้เล่นในตลาดอาจติดตาม ไม่ใช่พื้นราคาหรือเพดานราคาที่รับประกันว่าจะเกิดขึ้น
ก่อนประกาศตัวเลขจ้างงาน มีบทวิเคราะห์หนึ่งกล่าวถึงความเป็นไปได้ที่การทะลุ 2,779 ดอลลาร์อาจกระตุ้นการปิดสถานะชอร์ต
33 แต่เป็นเพียงเงื่อนไขในสถานการณ์สมมติ ไม่ใช่หลักฐานว่าการปิดสถานะดังกล่าวเกิดขึ้นจริง แหล่งข้อมูลที่มีไม่ได้ให้ยอดการบังคับขายสถานะ ETH โดยเฉพาะที่ตรวจสอบยืนยันได้อย่างสอดคล้องกัน จึงไม่ควรถือว่าการล้างสถานะเป็นคำอธิบายที่พิสูจน์แล้วของการเคลื่อนไหวครั้งนี้
ตลาดกำลังส่งสัญญาณอะไรต่อจากนี้
รายงานจ้างงานที่อ่อนแอลดความคาดหวังเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนตุลาคม แต่แรงดีดตัวช่วงแรกของคริปโตกลับจางลง การที่ ETH ต่ำกว่า 2,700 ดอลลาร์ ประกอบกับรายงานเงินไหลออกจาก ETF และความเห็นบนโซเชียลที่เป็นลบ เป็นสัญญาณให้ใช้ความระมัดระวัง ไม่ใช่หลักฐานยืนยันว่าตลาดกำลังเข้าสู่ขาลงระยะยาว
3
7
8
34
สิ่งที่ควรติดตามต่อคือ ETH จะประคองตัวเหนือแนวรับที่รายงานไว้ได้หรือไม่ จะกลับขึ้นไปทดสอบแนวต้านได้หรือเปล่า และกระแสเงินใน ETF จะเริ่มทรงตัวหรือไม่ รายงานที่อ้างถึงระบุว่าการประชุมเฟดครั้งถัดไปมีกำหนดวันที่ 27–28 ตุลาคม ทำให้แนวโน้มนโยบายการเงินยังเป็นหนึ่งในปัจจัยไม่แน่นอนของตลาด
38