อีกแรงส่งสำคัญคือชื่อของผู้กำกับที่สามารถดึงผู้ชมเข้าสู่โรงภาพยนตร์ได้ด้วยตัวเอง The Odyssey ทำรายได้เกิน 1 พันล้านดอลลาร์ และแซงหน้า The Dark Knight Rises ซึ่งทำเงินทั่วโลกราว 1.085 พันล้านดอลลาร์ ขึ้นเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดในอาชีพของโนแลน
สถิตินี้ยิ่งน่าสนใจเมื่อพิจารณาว่าผลงานเดิมของเขาเป็นหนังแฟรนไชส์ขนาดใหญ่ แต่ The Odyssey กลับทำเงินได้มากกว่าโดยมีการตีความมหากาพย์ของโฮเมอร์เป็นศูนย์กลาง รายงานเกี่ยวกับภาพยนตร์ยังชูการรับบทโอดิสซีอุสของแมตต์ เดมอน และเรื่องราวที่ได้รับการจดจำในวัฒนธรรมโลกมานานนับพันปี
หลักฐานที่มีอยู่ไม่ได้ยืนยันว่าปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งเป็นสาเหตุโดยตรงของสถิติครั้งนี้ แต่ชี้ให้เห็นว่าหนังเปิดตัวพร้อมแรงดึงดูดหลายด้าน ได้แก่ ชื่อเสียงของโนแลนในฐานะผู้สร้างหนังฟอร์มใหญ่ นักแสดงนำระดับแถวหน้า และเรื่องราวที่ผู้ชมจำนวนมากคุ้นเคยอยู่แล้ว
การฉายในระบบพรีเมียมมีบทบาทอย่างมากต่อเส้นทางรายได้ของ The Odyssey ก่อนหน้านี้ ภาพยนตร์ทำรายได้จากการฉาย IMAX ได้ 289 ล้านดอลลาร์ แซงหน้า Avatar ที่มีรายงานว่าทำเงินจากระบบดังกล่าว 271 ล้านดอลลาร์ และกลายเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดของ IMAX ในเวลานั้น
ต่อมา มีรายงานว่ารายได้จาก IMAX ทะลุ 300 ล้านดอลลาร์ โดยอัปเดตวันที่ 20 สิงหาคมฉบับหนึ่งประเมินยอดไว้ที่ประมาณ 346.4 ล้านดอลลาร์ แม้ตัวเลขจะแตกต่างกันตามวันที่รายงาน แต่ทุกตัวเลขสะท้อนภาพเดียวกันว่า ผู้ชมจำนวนมากยอมจ่ายเพิ่มเพื่อรับชมภาพยนตร์บนจอขนาดใหญ่และในรูปแบบที่ให้ประสบการณ์เต็มตากว่าโรงภาพยนตร์ทั่วไป
ความสำเร็จของ IMAX ยังช่วยอธิบายว่าทำไมหนังจึงรักษากระแสได้หลังสัปดาห์เปิดตัว ภาพยนตร์ที่ขายตัวเองในฐานะประสบการณ์บนจอใหญ่มีโอกาสครองโรงพรีเมียมได้นานกว่า และอาจทำให้ผู้ชมเลือกกลับมาดูซ้ำในรูปแบบพิเศษอีกครั้ง
เรต R โดยทั่วไปหมายถึงผู้ชมอายุต่ำกว่า 17 ปีต้องมีผู้ใหญ่ร่วมชม จึงจำกัดฐานผู้ชมเมื่อเทียบกับภาพยนตร์ที่เปิดให้คนทุกวัยเข้าถึงได้ โดยเฉพาะหนังผจญภัยแฟนตาซีความยาวเกือบสามชั่วโมงที่ต้องอาศัยการทำตลาดระดับบล็อกบัสเตอร์
ถึงอย่างนั้น The Odyssey กลับทะลุ 1 พันล้านดอลลาร์ได้อย่างรวดเร็ว และเดินหน้าสู่การทำลายสถิติเดิม ภาพยนตร์ยังเป็นเพียงเรื่องที่สามตามรายงานที่ทำรายได้เกิน 1 พันล้านดอลลาร์ในกลุ่มหนังเรต R ต่อจาก Joker และ Deadpool & Wolverine
ดังนั้น สิ่งที่ตัวเลขนี้สะท้อนอาจไม่ใช่พลังของเรต R โดยตรง แต่คือพลังของ “อีเวนต์” ที่รายล้อมภาพยนตร์ ทั้งฐานผู้ชมของโนแลน เนื้อหามหากาพย์ที่เป็นที่รู้จัก และจุดขายด้านการฉายในโรงพรีเมียม ช่วยขยายขอบเขตของหนังให้ไกลกว่าภาพยนตร์ผู้ใหญ่ทั่วไป
รายงานช่วงปลายเดือนสิงหาคมระบุว่า The Odyssey กำลังมุ่งหน้าไปสู่รายได้สุดท้ายใกล้ 1.6 พันล้านดอลลาร์ แต่ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงการคาดการณ์ ยอดจริงยังขึ้นอยู่กับอัตราการลดลงของรายได้รายวัน ระยะเวลาที่หนังจะฉายในโรง และรายได้จากตลาดที่ยังเหลืออยู่
เช่นเดียวกัน การจัดอันดับภาพยนตร์ที่ทำเงินสูงสุดของปี 2026 ก็ยังเปลี่ยนแปลงได้ รายงานบางฉบับจัดให้ The Odyssey อยู่หลัง Spider-Man: Brand New Day ในช่วงเวลาที่มีการอัปเดต แต่ลำดับประจำปียังไม่นิ่งตราบใดที่ภาพยนตร์ต่าง ๆ ยังคงทำรายได้ในโรงภาพยนตร์
ความสำเร็จของ The Odyssey เกิดจากการนำข้อได้เปรียบหลายอย่างมาประกอบกัน ได้แก่ ผู้กำกับที่มีฐานผู้ชมเหนียวแน่น เรื่องราวระดับโลก นักแสดงนำที่มีชื่อเสียง ความต้องการจากตลาดต่างประเทศ และกลยุทธ์ IMAX ที่ทำให้รูปแบบการฉายกลายเป็นส่วนหนึ่งของตัวสินค้า
สถิติของหนังจึงไม่ได้มีความหมายเพียงว่า ภาพยนตร์เรต R เรื่องหนึ่งสามารถทำเงินทะลุ 1 พันล้านดอลลาร์ แต่ยังแสดงให้เห็นว่าการดัดแปลงวรรณกรรมขนาดใหญ่และจริงจังสามารถถูกนำเสนอให้เป็นภาพยนตร์ที่ “ต้องดูในโรง” ได้ และในยุคที่ผู้ชมมีทางเลือกในการรับชมที่บ้านมากขึ้น ประสบการณ์บนจอใหญ่ก็ยังเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจหนังฟอร์มยักษ์