สถิตินี้ไม่ได้เกิดจากรายได้สัปดาห์เปิดตัวเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลจากหลายปัจจัยที่ส่งเสริมกัน ทั้งกระแสผู้ชมที่ยังอยู่ในโรงภาพยนตร์ต่อเนื่อง รายได้จากตลาดต่างประเทศ การขยายการฉายไปยังตลาดสำคัญ และยอดขายบัตรในโรงภาพยนตร์ระบบพรีเมียม โดยเฉพาะ IMAX
อย่างไรก็ตาม ตัวเลข 1.353 พันล้านดอลลาร์ควรอ่านในฐานะ ภาพรวมรายได้ล่าสุด ไม่ใช่ยอดสุดท้ายตลอดอายุการฉาย เพราะในช่วงเวลาที่มีการรายงาน ภาพยนตร์ยังอยู่ระหว่างการฉาย และญี่ปุ่นยังมีกำหนดเข้าฉายในภายหลัง
ข้อมูลล่าสุดระบุว่า The Odyssey ทำรายได้รวมดังนี้
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าตลาดต่างประเทศเป็นแหล่งรายได้หลักของภาพยนตร์ โดยมีสัดส่วนมากกว่ารายได้ในอเมริกาเหนืออย่างชัดเจน การทยอยเปิดตัวในตลาดใหม่ ๆ ช่วยให้หนังลดช่องว่างกับ Deadpool & Wolverine ได้เรื่อย ๆ หลังผ่านช่วงเปิดตัวแรกเริ่ม
The Odyssey เข้าฉายในอเมริกาเหนือวันที่ 17 กรกฎาคม 2026 หลังเริ่มฉายในบางประเทศก่อนหน้านั้น สัปดาห์เปิดตัวทำรายได้ประมาณ 123.5 ล้านดอลลาร์ในอเมริกาเหนือ และ 264.1 ล้านดอลลาร์ทั่วโลก นับเป็นการเปิดตัวระดับโลกครั้งใหญ่ที่สุดในเส้นทางอาชีพของ Nolan ณ เวลานั้น
หลังจากนั้น หนังยังรักษาฐานผู้ชมได้ดีและข้ามหลัก 1 พันล้านดอลลาร์ในวันศุกร์ที่สี่ของการฉายในโรง กลายเป็นภาพยนตร์เรื่องที่ห้าของปี 2026 ที่ทำรายได้ถึงระดับดังกล่าว
จังหวะการเติบโตนี้มีความสำคัญ เพราะสถิติหนังเรต R ก่อนหน้านั้นอยู่ในระดับสูงมาก Deadpool & Wolverine ครองตำแหน่งดังกล่าวนานสองปี หลังแซงหน้า Joker ในปี 2024 ดังนั้น The Odyssey จึงต้องอาศัยรายได้จากการฉายระยะยาวเพื่อไล่ตามช่องว่าง ไม่ใช่เพียงพึ่งพาพลังจากสุดสัปดาห์แรก
จีนกลายเป็นหนึ่งในแรงส่งสำคัญในช่วงหลังของการฉาย หนังเข้าฉายในจีนวันที่ 14 สิงหาคม บนจอมากกว่า 20,000 แห่ง รวมถึงโรง IMAX ราว 90% จากเครือข่าย IMAX เกือบ 800 แห่งในประเทศ ตามข้อมูลผู้จัดจำหน่ายที่ Variety รายงาน
เฉพาะสัปดาห์เปิดตัวในโรง IMAX ของจีนทำรายได้ 13 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้รายได้ IMAX ทั่วโลกของ The Odyssey เพิ่มเป็น 346.4 ล้านดอลลาร์ ณ วันที่ 17 สิงหาคม
หลักฐานที่มีอยู่ยังไม่เพียงพอที่จะจัดอันดับรายได้ของทุกประเทศอย่างครบถ้วน หรือยืนยันยอดรายได้ทั่วโลกสุดท้ายได้ แต่ข้อมูลชี้ว่าแรงส่งจากต่างประเทศยังดำเนินต่อไป โดยเฉพาะหลังการเปิดตัวในเกาหลีใต้และจีน ขณะที่ญี่ปุ่นมีกำหนดเข้าฉายในวันที่ 11 กันยายนตามรายงานก่อนหน้านี้
จุดขายสำคัญของภาพยนตร์คือการที่ Nolan ถ่ายทำ The Odyssey ด้วยกล้อง IMAX ทั้งเรื่อง ตามรายงานที่ปรากฏในข้อมูลข่าวที่รวบรวมไว้
ก่อนหน้านี้ รายได้จากการฉายใน IMAX ของหนังแตะ 289 ล้านดอลลาร์ แซงหน้า Avatar ซึ่งมีรายได้ IMAX ที่รายงานไว้ 271 ล้านดอลลาร์ และทำให้ The Odyssey กลายเป็นภาพยนตร์ที่ทำเงินสูงสุดของ IMAX ในเวลานั้น ต่อมา ตัวเลขอัปเดตเพิ่มเป็น 346.4 ล้านดอลลาร์ โดยโรง IMAX คิดเป็น 26% ของรายได้ทั่วโลก ณ วันที่ 17 สิงหาคม
ดังนั้น IMAX จึงมีบทบาทมากกว่าการเป็นรายละเอียดทางเทคนิค เพราะช่วยรักษาความต้องการชมในโรงจอพรีเมียมตลอดช่วงการฉาย และมอบเหตุผลเพิ่มเติมให้ผู้ชมเลือกสัมผัสมหากาพย์เรื่องนี้ในโรงภาพยนตร์ อย่างไรก็ดี ตัวเลขที่มีอยู่ยืนยันความสำคัญของ IMAX แต่ยังไม่อาจสรุปได้ว่า IMAX เป็นสาเหตุเดียวที่ทำให้หนังทำลายสถิติ
ความสำเร็จครั้งนี้ทำให้ The Odyssey กลายเป็นภาพยนตร์ที่ทำเงินสูงสุดในอาชีพของ Christopher Nolan แซงหน้า The Dark Knight Rises ซึ่งทำรายได้ประมาณ 1.08 พันล้านดอลลาร์โดยยังไม่ปรับตามเงินเฟ้อ
นอกจากนี้ยังเป็นภาพยนตร์เรื่องที่สามของ Nolan ที่ทำรายได้เกิน 1 พันล้านดอลลาร์ และเป็นการกลับเข้าสู่กลุ่มผู้กำกับที่มีหนังระดับพันล้านอีกครั้ง หลังห่างหายจากสถิตินี้นาน 14 ปี
ในภาพรวมของหนังเรต R The Odyssey กลายเป็นหนึ่งในภาพยนตร์เพียงไม่กี่เรื่องที่ทำเงินเกิน 1 พันล้านดอลลาร์ โดยข้อมูลที่มีอยู่ระบุชื่อไว้สามเรื่อง ได้แก่ Joker, Deadpool & Wolverine และ The Odyssey
ณ เวลาที่ทำสถิติ หนังยังเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดเป็นอันดับสองของปี 2026 รองจาก Spider-Man: Brand New Day
ทีมนักแสดงของ The Odyssey ประกอบด้วย Matt Damon, Tom Holland, Anne Hathaway และ Zendaya โดย Damon รับบทเป็น Odysseus
Ryan Reynolds นักแสดงจาก Deadpool & Wolverine ซึ่งเคยครองสถิติหนังเรต R ทำเงินสูงสุด ได้ออกมาแสดงความยินดีกับทีมนักแสดงและทีมงานผ่านข้อความเชิงอารมณ์ขัน โดยเขาเขียนว่า:
“ขอแสดงความยินดีกับนักแสดงและทีมงานทุกคนของ The Odyssey ที่กลายเป็นหนังเรต R ที่ทำเงินสูงสุดตลอดกาล นั่นเป็นรถที่โหดเอาเรื่องจริง ๆ”
ประโยคดังกล่าวเป็นมุกที่สื่อถึงอารมณ์ขันแบบ Deadpool และทำให้การส่งต่อบัลลังก์ระหว่างภาพยนตร์ทั้งสองเรื่องมีสีสันมากขึ้น
ยังสรุปไม่ได้ ตัวเลข 1,352,782,297 ดอลลาร์คือยอดล่าสุดที่มีการรายงาน แต่ขณะนั้นหนังเพิ่งฉายไปเพียงเล็กน้อยกว่าห้าสัปดาห์ และยังมีตลาดต่างประเทศที่อยู่ระหว่างการฉายหรือกำลังจะเปิดตัว โดยเฉพาะญี่ปุ่นซึ่งมีรายงานว่ากำหนดเข้าฉายในวันที่ 11 กันยายน
ก่อนหน้านี้ นักวิเคราะห์อุตสาหกรรมบางรายเคยประเมินว่ารายได้สุดท้ายอาจขึ้นไปถึง 1.4–1.5 พันล้านดอลลาร์ แต่ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงการคาดการณ์ ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่ยืนยันแล้ว
ข้อสรุปที่ชัดเจนที่สุดในตอนนี้คือ The Odyssey คว้าแชมป์หนังเรต R ทำเงินสูงสุดตลอดกาลไปแล้ว ส่วนยอดรายได้ตลอดอายุการฉายยังมีโอกาสเปลี่ยนแปลงได้อีก
สถิตินี้ไม่ได้เกิดจากรายได้สัปดาห์เปิดตัวเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลจากหลายปัจจัยที่ส่งเสริมกัน ทั้งกระแสผู้ชมที่ยังอยู่ในโรงภาพยนตร์ต่อเนื่อง รายได้จากตลาดต่างประเทศ การขยายการฉายไปยังตลาดสำคัญ และยอดขายบัตรในโรงภาพยนตร์ระบบพรีเมียม โดยเฉพาะ IMAX
อย่างไรก็ตาม ตัวเลข 1.353 พันล้านดอลลาร์ควรอ่านในฐานะ ภาพรวมรายได้ล่าสุด ไม่ใช่ยอดสุดท้ายตลอดอายุการฉาย เพราะในช่วงเวลาที่มีการรายงาน ภาพยนตร์ยังอยู่ระหว่างการฉาย และญี่ปุ่นยังมีกำหนดเข้าฉายในภายหลัง
ข้อมูลล่าสุดระบุว่า The Odyssey ทำรายได้รวมดังนี้
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าตลาดต่างประเทศเป็นแหล่งรายได้หลักของภาพยนตร์ โดยมีสัดส่วนมากกว่ารายได้ในอเมริกาเหนืออย่างชัดเจน การทยอยเปิดตัวในตลาดใหม่ ๆ ช่วยให้หนังลดช่องว่างกับ Deadpool & Wolverine ได้เรื่อย ๆ หลังผ่านช่วงเปิดตัวแรกเริ่ม
The Odyssey เข้าฉายในอเมริกาเหนือวันที่ 17 กรกฎาคม 2026 หลังเริ่มฉายในบางประเทศก่อนหน้านั้น สัปดาห์เปิดตัวทำรายได้ประมาณ 123.5 ล้านดอลลาร์ในอเมริกาเหนือ และ 264.1 ล้านดอลลาร์ทั่วโลก นับเป็นการเปิดตัวระดับโลกครั้งใหญ่ที่สุดในเส้นทางอาชีพของ Nolan ณ เวลานั้น
หลังจากนั้น หนังยังรักษาฐานผู้ชมได้ดีและข้ามหลัก 1 พันล้านดอลลาร์ในวันศุกร์ที่สี่ของการฉายในโรง กลายเป็นภาพยนตร์เรื่องที่ห้าของปี 2026 ที่ทำรายได้ถึงระดับดังกล่าว
จังหวะการเติบโตนี้มีความสำคัญ เพราะสถิติหนังเรต R ก่อนหน้านั้นอยู่ในระดับสูงมาก Deadpool & Wolverine ครองตำแหน่งดังกล่าวนานสองปี หลังแซงหน้า Joker ในปี 2024 ดังนั้น The Odyssey จึงต้องอาศัยรายได้จากการฉายระยะยาวเพื่อไล่ตามช่องว่าง ไม่ใช่เพียงพึ่งพาพลังจากสุดสัปดาห์แรก
จีนกลายเป็นหนึ่งในแรงส่งสำคัญในช่วงหลังของการฉาย หนังเข้าฉายในจีนวันที่ 14 สิงหาคม บนจอมากกว่า 20,000 แห่ง รวมถึงโรง IMAX ราว 90% จากเครือข่าย IMAX เกือบ 800 แห่งในประเทศ ตามข้อมูลผู้จัดจำหน่ายที่ Variety รายงาน
เฉพาะสัปดาห์เปิดตัวในโรง IMAX ของจีนทำรายได้ 13 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้รายได้ IMAX ทั่วโลกของ The Odyssey เพิ่มเป็น 346.4 ล้านดอลลาร์ ณ วันที่ 17 สิงหาคม
หลักฐานที่มีอยู่ยังไม่เพียงพอที่จะจัดอันดับรายได้ของทุกประเทศอย่างครบถ้วน หรือยืนยันยอดรายได้ทั่วโลกสุดท้ายได้ แต่ข้อมูลชี้ว่าแรงส่งจากต่างประเทศยังดำเนินต่อไป โดยเฉพาะหลังการเปิดตัวในเกาหลีใต้และจีน ขณะที่ญี่ปุ่นมีกำหนดเข้าฉายในวันที่ 11 กันยายนตามรายงานก่อนหน้านี้
จุดขายสำคัญของภาพยนตร์คือการที่ Nolan ถ่ายทำ The Odyssey ด้วยกล้อง IMAX ทั้งเรื่อง ตามรายงานที่ปรากฏในข้อมูลข่าวที่รวบรวมไว้
ก่อนหน้านี้ รายได้จากการฉายใน IMAX ของหนังแตะ 289 ล้านดอลลาร์ แซงหน้า Avatar ซึ่งมีรายได้ IMAX ที่รายงานไว้ 271 ล้านดอลลาร์ และทำให้ The Odyssey กลายเป็นภาพยนตร์ที่ทำเงินสูงสุดของ IMAX ในเวลานั้น ต่อมา ตัวเลขอัปเดตเพิ่มเป็น 346.4 ล้านดอลลาร์ โดยโรง IMAX คิดเป็น 26% ของรายได้ทั่วโลก ณ วันที่ 17 สิงหาคม
ดังนั้น IMAX จึงมีบทบาทมากกว่าการเป็นรายละเอียดทางเทคนิค เพราะช่วยรักษาความต้องการชมในโรงจอพรีเมียมตลอดช่วงการฉาย และมอบเหตุผลเพิ่มเติมให้ผู้ชมเลือกสัมผัสมหากาพย์เรื่องนี้ในโรงภาพยนตร์ อย่างไรก็ดี ตัวเลขที่มีอยู่ยืนยันความสำคัญของ IMAX แต่ยังไม่อาจสรุปได้ว่า IMAX เป็นสาเหตุเดียวที่ทำให้หนังทำลายสถิติ
ความสำเร็จครั้งนี้ทำให้ The Odyssey กลายเป็นภาพยนตร์ที่ทำเงินสูงสุดในอาชีพของ Christopher Nolan แซงหน้า The Dark Knight Rises ซึ่งทำรายได้ประมาณ 1.08 พันล้านดอลลาร์โดยยังไม่ปรับตามเงินเฟ้อ
นอกจากนี้ยังเป็นภาพยนตร์เรื่องที่สามของ Nolan ที่ทำรายได้เกิน 1 พันล้านดอลลาร์ และเป็นการกลับเข้าสู่กลุ่มผู้กำกับที่มีหนังระดับพันล้านอีกครั้ง หลังห่างหายจากสถิตินี้นาน 14 ปี
ในภาพรวมของหนังเรต R The Odyssey กลายเป็นหนึ่งในภาพยนตร์เพียงไม่กี่เรื่องที่ทำเงินเกิน 1 พันล้านดอลลาร์ โดยข้อมูลที่มีอยู่ระบุชื่อไว้สามเรื่อง ได้แก่ Joker, Deadpool & Wolverine และ The Odyssey
ณ เวลาที่ทำสถิติ หนังยังเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดเป็นอันดับสองของปี 2026 รองจาก Spider-Man: Brand New Day
ทีมนักแสดงของ The Odyssey ประกอบด้วย Matt Damon, Tom Holland, Anne Hathaway และ Zendaya โดย Damon รับบทเป็น Odysseus
Ryan Reynolds นักแสดงจาก Deadpool & Wolverine ซึ่งเคยครองสถิติหนังเรต R ทำเงินสูงสุด ได้ออกมาแสดงความยินดีกับทีมนักแสดงและทีมงานผ่านข้อความเชิงอารมณ์ขัน โดยเขาเขียนว่า:
“ขอแสดงความยินดีกับนักแสดงและทีมงานทุกคนของ The Odyssey ที่กลายเป็นหนังเรต R ที่ทำเงินสูงสุดตลอดกาล นั่นเป็นรถที่โหดเอาเรื่องจริง ๆ”
ประโยคดังกล่าวเป็นมุกที่สื่อถึงอารมณ์ขันแบบ Deadpool และทำให้การส่งต่อบัลลังก์ระหว่างภาพยนตร์ทั้งสองเรื่องมีสีสันมากขึ้น
ยังสรุปไม่ได้ ตัวเลข 1,352,782,297 ดอลลาร์คือยอดล่าสุดที่มีการรายงาน แต่ขณะนั้นหนังเพิ่งฉายไปเพียงเล็กน้อยกว่าห้าสัปดาห์ และยังมีตลาดต่างประเทศที่อยู่ระหว่างการฉายหรือกำลังจะเปิดตัว โดยเฉพาะญี่ปุ่นซึ่งมีรายงานว่ากำหนดเข้าฉายในวันที่ 11 กันยายน
ก่อนหน้านี้ นักวิเคราะห์อุตสาหกรรมบางรายเคยประเมินว่ารายได้สุดท้ายอาจขึ้นไปถึง 1.4–1.5 พันล้านดอลลาร์ แต่ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงการคาดการณ์ ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่ยืนยันแล้ว
ข้อสรุปที่ชัดเจนที่สุดในตอนนี้คือ The Odyssey คว้าแชมป์หนังเรต R ทำเงินสูงสุดตลอดกาลไปแล้ว ส่วนยอดรายได้ตลอดอายุการฉายยังมีโอกาสเปลี่ยนแปลงได้อีก