ครึ่งแรกปี 2026 จีนมีสัดส่วนกิจกรรมสิทธิบัตรหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ในสำนักงานสิทธิบัตร IP5 อยู่ที่ 60.8% และสาขาโมเดลพื้นฐานหุ่นยนต์ 66.3% เทียบกับเกาหลีใต้ที่ 4.6% และ 8.8% ตามลำดับ ห่วงโซ่การผลิตที่ครอบคลุมและสัดส่วนยอดส่งมอบหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ทั่วโลกที่มากกว่า 97% สะท้อนขนาดการผลิตของจีน ส่วนเกาหลีใต้ยังพึ่งพาชิ้นส่ว...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-6 Lunaรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How did China widen its lead over the United States and South Korea in humanoid robot and robot foundation model patents in the first half o. Article summary: China’s reported lead widened as its share of humanoid-robot patent activity across the five major patent offices reached 60.8% in the first half of 2026, versus 21.8% for the United States and 4.6% for South Korea. Kore. Topic tags: general, news, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts w
ในครึ่งแรกของปี 2026 จีนมีสัดส่วนกิจกรรมสิทธิบัตรหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ในสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญารายใหญ่ 5 แห่งของโลก หรือ IP5 อยู่ที่ 60.8% เทียบกับสหรัฐฯ 21.8% และเกาหลีใต้ 4.6% ส่วนสิทธิบัตรด้านโมเดลพื้นฐานหุ่นยนต์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับซอฟต์แวร์และระบบการเรียนรู้ของหุ่นยนต์ จีนมีสัดส่วน 66.3% ขณะที่เกาหลีใต้อยู่ที่ 8.8%2
17
ตัวเลขเหล่านี้ชี้ว่ากิจกรรมสิทธิบัตรที่รายงานมีขนาดห่างกันมากขึ้น แต่ไม่ได้ฟันธงว่าประเทศใดมีหุ่นยนต์ที่เก่งหรือใช้งานได้ดีที่สุด อีกทั้งยอดล่าสุดยังเป็นข้อมูลเบื้องต้น และแหล่งข้อมูลที่มีไม่แสดงตัวเลขการติดตั้งหุ่นยนต์อุตสาหกรรมปี 2025 ที่นำมาเทียบรายประเทศได้อย่างเท่าเทียม
เมื่อพิจารณาข้อมูลจากสำนักงาน IP5 สัดส่วนสิทธิบัตรหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ของจีนเพิ่มจาก 51.8% ในปี 2024 เป็น 60.8% ในครึ่งแรกของปี 2026 ส่วนเกาหลีใต้ลดจาก 6.3% เหลือ 4.6% และสหรัฐฯ ลดจาก 27.3% เหลือ 21.8%2
จำนวนคำขอสิทธิบัตรแสดงให้เห็นความต่างของขนาดกิจกรรมได้ชัดเจนขึ้น ในครึ่งแรกปี 2026 จีนยื่นคำขอ 1,584 รายการ เทียบกับสหรัฐฯ 113 รายการ และเกาหลีใต้ 35 รายการ ส่วนยอดรายงานของปี 2025 อยู่ที่จีน 2,573 รายการ สหรัฐฯ 640 รายการ และเกาหลีใต้ 97 รายการ2
17
ในสาขาโมเดลพื้นฐานหุ่นยนต์ ตัวเลขที่รายงานระบุสัดส่วนของจีนและเกาหลีใต้ในครึ่งแรกปี 2026 ไว้ที่ 66.3% และ 8.8% ตามลำดับ แต่ไม่ได้ให้ข้อมูลสัดส่วนของสหรัฐฯ ที่เปรียบเทียบกันได้17
ยอดสิทธิบัตรช่วงล่าสุดยังไม่ใช่ตัวเลขสมบูรณ์ เนื่องจากคำขออาจใช้เวลาราว 18 เดือนกว่าจะเผยแพร่ ทำให้คำขอที่ยื่นไปแล้วบางส่วนยังไม่ปรากฏในฐานข้อมูล16 ดังนั้นตัวเลขนี้จึงเป็นภาพ ณ ช่วงเวลาหนึ่ง ไม่ใช่ยอดสุดท้ายของกิจกรรมทั้งหมดในครึ่งแรกปี 2026
สัดส่วนสิทธิบัตรบอกปริมาณกิจกรรมในชุดข้อมูลที่รายงาน ไม่ได้บอกคุณค่าทางเทคนิคของสิทธิบัตรแต่ละฉบับ ความน่าเชื่อถือในการใช้งานจริง หรือการนำไปใช้ในสินค้าที่ขายเชิงพาณิชย์ ตัวเลขจึงช่วยให้เห็นขนาดการแข่งขัน แต่ไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าประเทศใดมีหุ่นยนต์ที่มีความสามารถสูงที่สุด
สิทธิบัตรเป็นเพียงส่วนหนึ่งของภาพรวม รายงานระบุว่าอุตสาหกรรมจีนมีความสามารถในการผลิตตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่ชิปและชิ้นส่วนสำคัญไปจนถึงเครื่องจักรสำเร็จรูป10 นอกจากนี้ ผู้ผลิตจีนยังมีสัดส่วนมากกว่า 97% ของยอดส่งมอบหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ทั่วโลกในครึ่งแรกปี 2026 ซึ่งมีจำนวนรวมราว 19,100 เครื่อง
1
ยอดส่งมอบดังกล่าวสะท้อนกำลังการผลิตและการขาย แต่ไม่ได้หมายความว่าหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ถูกนำไปทำงานในโรงงานอย่างแพร่หลายแล้ว การทบทวนผู้ผลิตรายใหญ่ระบุว่า การใช้งานเชิงพาณิชย์แบบมีการชำระเงินยังพบชัดที่สุดในงานโลจิสติกส์และคลังสินค้า ส่วนภาคการผลิตมีรายงานการทดสอบผ่านในสถานีเดียวของสายการผลิต ขณะที่การใช้งานในบ้านยังอยู่ในระยะเริ่มต้น3
โจทย์ของเกาหลีใต้ต่างออกไปในด้านห่วงโซ่อุปทาน รายงานหนึ่งประเมินว่าผู้ผลิตในประเทศผลิตชิ้นส่วนหลักที่ใช้ในหุ่นยนต์ได้ราว 40% และในปี 2025 เกาหลีใต้นำเข้าแม่เหล็กถาวรสำหรับมอเตอร์หุ่นยนต์จากจีนถึง 88.8% อีกทั้งยังพึ่งพาญี่ปุ่นสำหรับตัวลดความเร็วและตัวควบคุมความแม่นยำหลายประเภท4 ความพึ่งพานี้เป็นส่วนหนึ่งของบริบทการแข่งขัน แต่ไม่ได้อธิบายช่องว่างด้านสิทธิบัตรทั้งหมดด้วยตัวเอง
หุ่นยนต์อุตสาหกรรมเป็นคนละประเภทกับหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ตัวเลขอ้างอิงที่ชัดเจนที่สุดในแหล่งข้อมูลคือปี 2024: จีนติดตั้งหุ่นยนต์อุตสาหกรรมใหม่ 295,000 ตัว คิดเป็นราว 54% ของยอดติดตั้งทั่วโลก และมีหุ่นยนต์ที่ใช้งานอยู่ในโรงงานประมาณ 2.03 ล้านตัว15
ข้อมูลนี้ช่วยให้เห็นขนาดตลาดระบบอัตโนมัติของจีนโดยรวม แต่ไม่ใช่ยอดติดตั้งในปี 2025 และไม่ควรนำเสนอราวกับเป็นตัวเลขของปีนั้น แหล่งข้อมูลที่มีไม่ได้ให้ชุดตัวเลขการติดตั้งหุ่นยนต์อุตสาหกรรมปี 2025 ของจีน สหรัฐฯ และเกาหลีใต้ที่ตรวจสอบได้และเปรียบเทียบกันโดยตรง
ตัวเลขเหล่านี้ชวนให้เกาหลีใต้ต้องพิจารณาว่าจะเพิ่มขีดความสามารถด้านชิ้นส่วนและซอฟต์แวร์ที่เป็นฐานของหุ่นยนต์ได้อย่างไร ควบคู่ไปกับการพัฒนาเครื่องจักรสำเร็จรูป ข้อมูลสิทธิบัตรมาจากเอกสารที่สำนักงานของอี จองฮอน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเกาหลีใต้ได้รับมา ขณะที่รายงานอีกส่วนกล่าวถึงการพึ่งพาชิ้นส่วนจากต่างประเทศของเกาหลีใต้2
4
อย่างไรก็ตาม แหล่งข้อมูลที่มีไม่ได้ยืนยันรายละเอียดการตอบสนองของ Hyundai หรือรองรับการอ้างคำเตือนเฉพาะเจาะจงของอี จองฮอน จึงไม่ควรสรุปประเด็นเหล่านั้นจากตัวเลขสิทธิบัตรและห่วงโซ่อุปทานเพียงอย่างเดียว สิ่งที่ข้อมูลสนับสนุนคือช่องว่างด้านกิจกรรมสิทธิบัตรที่ชัดเจน สัดส่วนยอดส่งมอบหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ของจีนที่สูงมาก และคำถามว่าหุ่นยนต์ประเภทนี้จะขยับจากการใช้งานจำกัดไปสู่การใช้งานในภาคอุตสาหกรรมวงกว้างได้เร็วเพียงใด1
2
3
17
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
ครึ่งแรกปี 2026 จีนมีสัดส่วนกิจกรรมสิทธิบัตรหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ในสำนักงานสิทธิบัตร IP5 อยู่ที่ 60.8% และสาขาโมเดลพื้นฐานหุ่นยนต์ 66.3% เทียบกับเกาหลีใต้ที่ 4.6% และ 8.8% ตามลำดับ
ครึ่งแรกปี 2026 จีนมีสัดส่วนกิจกรรมสิทธิบัตรหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ในสำนักงานสิทธิบัตร IP5 อยู่ที่ 60.8% และสาขาโมเดลพื้นฐานหุ่นยนต์ 66.3% เทียบกับเกาหลีใต้ที่ 4.6% และ 8.8% ตามลำดับ ห่วงโซ่การผลิตที่ครอบคลุมและสัดส่วนยอดส่งมอบหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ทั่วโลกที่มากกว่า 97% สะท้อนขนาดการผลิตของจีน ส่วนเกาหลีใต้ยังพึ่งพาชิ้นส่วนจากต่างประเทศหลายประเภท [1][4][10]
แหล่งข้อมูลมีตัวเลขอ้างอิงการติดตั้งหุ่นยนต์อุตสาหกรรมของจีนในปี 2024 แต่ไม่มีข้อมูลปี 2025 จากจีน สหรัฐฯ และเกาหลีใต้ที่ตรวจสอบและเปรียบเทียบกันได้