ข้อมูลบนเชนระบุว่า กระเป๋าที่เชื่อมโยงกับ IBIT และ ETHA สะสม 27,722 BTC กับ 385,633 ETH ตลอด 8 วันทำการ คิดเป็นมูลค่ารวมราว 3.1 พันล้านดอลลาร์ [1][5] ช่วงที่เร่งตัวที่สุดเกิดขึ้นราววันที่ 21 สิงหาคม โดยมีการเพิ่ม 11,098 BTC และ 132,769 ETH ในเวลาประมาณ 48 ชั่วโมง มูลค่าราว 1 พันล้านดอลลาร์ [4][7] IBIT มีเงินไหลเข้าส...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How did BlackRock’s digital-asset buying spree in late August unfold, including the eight consecutive days in which its iShares Bitcoin Trus. Article summary: The late-August 2026 activity was a concentrated ETF-creation wave: reported on-chain transfers indicate that BlackRock-linked wallets accumulated large amounts of BTC and ETH to back inflows into IBIT and ETHA. It signa. Topic tags: general, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fa
ตัวเลขที่สะดุดตาที่สุดในตลาดคริปโตช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2026 คือการที่กระเป๋าซึ่งเชื่อมโยงกับกองทุนของ BlackRock สะสม Bitcoin และ Ethereum ต่อเนื่องถึง 8 วันทำการ
ข้อมูลจากผู้ติดตามธุรกรรมบนบล็อกเชนระบุว่า กระเป๋าที่เกี่ยวข้องกับ iShares Bitcoin Trust (IBIT) และ iShares Ethereum Trust ETF (ETHA) เพิ่มการถือครองรวม 27,722 BTC และ 385,633 ETH คิดเป็นมูลค่าประมาณ 3.1 พันล้านดอลลาร์ โดยเป็น Bitcoin ราว 2–2.2 พันล้านดอลลาร์ และ Ether ราว 961 ล้านดอลลาร์ 15
แต่หัวใจสำคัญไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขการโอนเพียงอย่างเดียว หากอยู่ที่ว่าเงินเหล่านี้เคลื่อนผ่านระบบ ETF อย่างไร
ธุรกรรมดังกล่าวดูเหมือนจะเกี่ยวข้องกับการสร้างหน่วยลงทุน ETF ผ่าน Coinbase Prime ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ให้บริการรับฝากและโครงสร้างการซื้อขายสำหรับผู้มีอำนาจสร้างหรือไถ่ถอนหน่วยลงทุน หรือ authorized participants ดังนั้น สิ่งที่ข้อมูลนี้ยืนยันได้ชัดเจนคือ นักลงทุนมีความต้องการถือ Bitcoin และ Ether ผ่านกองทุนที่อยู่ภายใต้กรอบกำกับดูแล แต่ยังไม่ใช่หลักฐานว่า BlackRock นำเงินสดจากงบดุลของบริษัทไปซื้อคริปโตเพื่อเก็งกำไรเอง 79
รายงานหลักระบุว่า กระเป๋าที่เชื่อมโยงกับกองทุนของ BlackRock สะสมสินทรัพย์ดังนี้
มูลค่าในหน่วยดอลลาร์อาจแตกต่างกันตามราคาตลาดและวันที่ประเมิน นอกจากนี้ ยังมีรายงานอีกฉบับระบุยอด Bitcoin ที่ 22,722 BTC แทนที่จะเป็น 27,722 BTC ดังนั้น ตัวเลข 27,722 BTC ควรถือเป็นประมาณการหลักจากรายงานที่ถูกอ้างถึง มากกว่าจะมองว่าเป็นยอดที่ได้รับการยืนยันตรงกันจากทุกแหล่ง 58
การซื้อไม่ได้กระจายตัวเท่า ๆ กันตลอด 8 วัน ช่วงที่มีความเคลื่อนไหวหนาแน่นเป็นพิเศษคือกรอบเวลาประมาณ 48 ชั่วโมงรอบวันที่ 21 สิงหาคม เมื่อกระเป๋าที่เกี่ยวข้องมีการเพิ่ม 11,098 BTC และ 132,769 ETH คิดเป็นมูลค่าราว 1 พันล้านดอลลาร์ ในขณะนั้น 47
ธุรกรรมชุดนี้ถูกอธิบายว่าเป็นการรองรับการสร้างหน่วยลงทุนใหม่ของ IBIT และ ETHA มากกว่าจะเป็นการเปิดสถานะเก็งกำไรโดยตรงของ BlackRock เอง
จังหวะดังกล่าวเกิดขึ้นพร้อมกับบรรยากาศตลาดคริปโตที่ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว รายงานในเวลานั้นระบุว่า Bitcoin เพิ่มขึ้นมากกว่า 20% ในหนึ่งสัปดาห์ ขณะที่ Ether เพิ่มขึ้นเกือบ 29% 4951 ราคาที่ปรับตัวขึ้นสามารถดึงดูดเงินใหม่เข้าสู่ ETF และเพิ่มมูลค่าเงินลงทุนเดิมของกองทุนไปพร้อมกัน
ข้อมูลกระแสเงินของกองทุนช่วยอธิบายการเคลื่อนย้ายสินทรัพย์ได้ตรงจุดที่สุด
ผลิตภัณฑ์ของ BlackRock เป็นปลายทางสำคัญของเงินก้อนนี้ โดยเฉพาะในวันที่ 24 สิงหาคม
ภาพรวมจึงชี้ว่า นักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายใหญ่กำลังกลับเข้ามารับความเสี่ยงในตลาดคริปโตผ่านโครงสร้าง ETF ที่คุ้นเคยและอยู่ภายใต้การกำกับดูแล โดยกองทุนของ BlackRock เป็นหนึ่งในช่องทางหลักที่เงินเหล่านี้ไหลเข้า
ข้อมูลที่อ้างอิงการวิเคราะห์บล็อกเชนระบุว่า มูลค่าการถือครอง IBIT และ ETHA รวมกันเพิ่มจาก 53.36 พันล้านดอลลาร์ ในช่วงต้นเดือนสิงหาคม เป็น 68.48 พันล้านดอลลาร์ ในช่วงปลายเดือน เพิ่มขึ้นประมาณ 15.11 พันล้านดอลลาร์ หรือ 28.3%
เมื่อแยกตามกองทุน
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรตีความว่าการเพิ่มขึ้น 15.11 พันล้านดอลลาร์คือเงินสดใหม่ทั้งหมด เพราะมูลค่ารวมดังกล่าวประกอบด้วยอย่างน้อย 2 ปัจจัย
รายงานในช่วงเดียวกันระบุว่า Bitcoin เพิ่มขึ้นมากกว่า 20% ในช่วงเวลาสั้น ๆ และ Ether เพิ่มขึ้นเกือบ 29% จึงเห็นได้ว่าการปรับขึ้นของราคามีส่วนสำคัญต่อการเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร แต่ข้อมูลที่มีอยู่ยังไม่สามารถยืนยันได้อย่างอิสระว่า การเพิ่มขึ้นตลอดทั้งเดือนซึ่งอ้างอิงผลตอบแทน 21% ของ Bitcoin และ 27% ของ Ether มาจากราคาในสัดส่วนเท่าใด 4951
นักลงทุนไม่จำเป็นต้องถือเหรียญเองหรือจัดการระบบรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัลโดยตรง การไหลเข้าของ IBIT และ ETHA แสดงให้เห็นว่าโครงสร้างกองทุนที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลยังเป็นช่องทางที่ทรงพลังสำหรับการเข้าถึง Bitcoin และ Ether
เงินไหลเข้ารวม 2.615 พันล้านดอลลาร์ในตลาด ETF สปอตของสหรัฐฯ ระหว่างวันที่ 17–21 สิงหาคม ยังเป็นผลงานรายสัปดาห์ที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2025 ตามรายงานที่อ้างถึง 2324
สัดส่วน 62% ของ IBIT ในกระแสเงินเข้ากองทุน Bitcoin และ 78% ของ ETHA ในฝั่ง Ether เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม สะท้อนว่า ขนาดกองทุน สภาพคล่อง และเครือข่ายการจัดจำหน่ายของ BlackRock ยังคงทำให้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้เป็นช่องทางสำคัญสำหรับนักลงทุนรายใหญ่ 2225
การซื้อที่ต่อเนื่องบ่งชี้ถึงแรงต้องการที่แข็งแกร่งในช่วงเวลานั้น ไม่ได้หมายความว่าราคาคริปโตมีแนวรับถาวร ETF สามารถเผชิญการไถ่ถอนหน่วยลงทุนได้ในภายหลัง และการโอนสินทรัพย์ไปยัง Coinbase Prime ก็อาจเกี่ยวข้องกับทั้งกระบวนการสร้างหน่วยลงทุนและการไถ่ถอน ขึ้นอยู่กับบริบทของกระแสเงินในช่วงนั้น 9
กล่าวอีกอย่างคือ กลไกเดียวกันที่ช่วยเปลี่ยนเงินลงทุนใหม่ให้กลายเป็นการถือครอง Bitcoin และ Ether ก็สามารถทำงานย้อนกลับได้ หากนักลงทุนหยุดซื้อและเริ่มไถ่ถอนหน่วยลงทุน
นอกจาก ETHA แล้ว BlackRock ยังมีกองทุน iShares Staked Ethereum Trust ETF หรือ ETHB ซึ่งให้ผู้ลงทุนได้รับความเสี่ยงจากราคา Ether พร้อมโอกาสรับรายได้จากการ staking ต่างจาก ETHA ที่เน้นการติดตามราคา Ether แบบสปอตเป็นหลัก ETHB ออกแบบมาให้สามารถนำ Ether ส่วนหนึ่งไป staking ได้ 3343
รายงานบางฉบับนำ ETHB มารวมในยอดสินทรัพย์ดิจิทัลของ BlackRock และระบุตัวเลขช่วงปลายเดือนสิงหาคมใกล้ 71.79 พันล้านดอลลาร์ แต่ยอดดังกล่าวไม่สามารถกระทบยอดกับตัวเลข 68.48 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นยอดที่มีการรายงานอย่างสม่ำเสมอสำหรับ IBIT และ ETHA เท่านั้น
ความแตกต่างอาจเกิดจากวันที่ประเมินมูลค่าที่ไม่ตรงกัน การรวม ETHB หรือการใช้ขอบเขตคำจำกัดความของพอร์ตที่ต่างกัน ดังนั้น การเปรียบเทียบที่ปลอดภัยกว่าคือยอดของ IBIT และ ETHA ที่เพิ่มจาก 53.36 พันล้านดอลลาร์เป็น 68.48 พันล้านดอลลาร์ 23339
กิจกรรมคริปโตของ BlackRock ในช่วงปลายเดือนสิงหาคมควรถูกมองว่าเป็น คลื่นการสร้างหน่วยลงทุน ETF ที่ได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของตลาด
การโอนที่รายงานตลอด 8 วัน ซึ่งประกอบด้วย 27,722 BTC และ 385,633 ETH แสดงให้เห็นถึงความต้องการถือ Bitcoin และ Ether ผ่านผลิตภัณฑ์ของ BlackRock อย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่การเร่งตัวในช่วง 48 ชั่วโมงรอบวันที่ 21 สิงหาคม ก็แสดงให้เห็นว่าเงินจากนักลงทุนสถาบันสามารถไหลเข้าสู่ตลาดได้รวดเร็วเพียงใด
แต่ข้อมูลนี้ไม่ได้พิสูจน์ว่า BlackRock นำเงินของบริษัทไปซื้อคริปโตด้วยตัวเอง สิ่งที่เห็นคือ นักลงทุนใช้ IBIT และ ETHA ขณะที่กระเป๋าที่เกี่ยวข้องกับกองทุนและ Coinbase Prime ช่วยแปลงความต้องการซื้อหน่วยลงทุนให้กลายเป็นการเคลื่อนย้ายสินทรัพย์อ้างอิง
ความแตกต่างนี้สำคัญมาก เพราะสัญญาณของการยอมรับคริปโตจากนักลงทุนสถาบนนั้นแข็งแกร่ง แต่กลไก ETF เดียวกันก็สามารถทำให้กระแสเงินไหลย้อนกลับได้อย่างรวดเร็ว หากการสมัครซื้อชะลอตัวและการไถ่ถอนเข้ามาแทนที่
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
ข้อมูลบนเชนระบุว่า กระเป๋าที่เชื่อมโยงกับ IBIT และ ETHA สะสม 27,722 BTC กับ 385,633 ETH ตลอด 8 วันทำการ คิดเป็นมูลค่ารวมราว 3.1 พันล้านดอลลาร์ [1][5]
ข้อมูลบนเชนระบุว่า กระเป๋าที่เชื่อมโยงกับ IBIT และ ETHA สะสม 27,722 BTC กับ 385,633 ETH ตลอด 8 วันทำการ คิดเป็นมูลค่ารวมราว 3.1 พันล้านดอลลาร์ [1][5] ช่วงที่เร่งตัวที่สุดเกิดขึ้นราววันที่ 21 สิงหาคม โดยมีการเพิ่ม 11,098 BTC และ 132,769 ETH ในเวลาประมาณ 48 ชั่วโมง มูลค่าราว 1 พันล้านดอลลาร์ [4][7]
IBIT มีเงินไหลเข้าสุทธิราว 2.3 พันล้านดอลลาร์ และ ETHA ราว 1.02 พันล้านดอลลาร์ในช่วงที่กระแสเงินเข้าเป็นบวกต่อเนื่อง 9 วัน