บิตคอยน์ร่วงจากระดับใกล้ 87,000 ดอลลาร์ในช่วงต้นสัปดาห์ ลงมาอยู่ที่ราว 80,300–80,400 ดอลลาร์ในวันที่ 8 ตุลาคม ก่อนฟื้นกลับไปแถว 82,500–83,000 ดอลลาร์ภายในวันที่ 10 ตุลาคม จุดต่ำสุดเกิดขึ้นพร้อมกับการบังคับปิดสถานะในตลาดคริปโตรวมกว่า 1.1 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสถานะฝั่งซื้อหรือเดิมพันว่าราคาจะขึ้น รายงานกล่าวถึงแรงขายจากการใช้เลเวอเรจและแรงกดดันทางเศรษฐกิจมหภาค แต่ข้อมูลที่มีไม่ได้ยืนยันว่ามีสาเหตุเดียวที่ทำให้ราคาปรับลง
19
23
31
ราคาดิ่งลงแล้วฟื้นกลับอย่างไร
วันที่ 8 ตุลาคม บิตคอยน์หลุดระดับ 81,000 ดอลลาร์ รายงานต่าง ๆ ระบุจุดต่ำสุดไว้ในช่วงประมาณ 80,300–80,400 ดอลลาร์ โดยมีรายงานหนึ่งระบุว่าราคาลงไปแตะ 80,350 ดอลลาร์บนกระดานซื้อขาย Bitstamp ตัวเลขจุดต่ำสุดอาจต่างกันตามแพลตฟอร์มและเวลาที่เก็บข้อมูล จึงยังยืนยันราคาเฉพาะบน Coinbase ที่ 80,365.12 ดอลลาร์ไม่ได้
19
23
27
การล้างสถานะครั้งนี้เกิดขึ้นในตลาดคริปโตโดยรวม ไม่ได้จำกัดอยู่ที่บิตคอยน์ รายงานประเมินมูลค่าสถานะที่ถูกบังคับปิดไว้มากกว่า 1.1 พันล้านดอลลาร์ ในจำนวนนี้เป็นสถานะฝั่งซื้อราว 1.04–1.05 พันล้านดอลลาร์ การบังคับปิดสถานะที่ใช้เลเวอเรจอาจเร่งให้ราคาปรับลงได้ แต่ไม่ควรตีความว่ายอดดังกล่าวคือความเสียหายจากบิตคอยน์เพียงเหรียญเดียว
19
วันที่ 9 ตุลาคม บิตคอยน์กลับขึ้นมายืนเหนือ 82,000 ดอลลาร์ รายงานหนึ่งระบุว่าราคาขยับขึ้น 2.3% มาอยู่ที่ 82,679 ดอลลาร์ หลังจากร่วงลงในวันก่อนหน้า พร้อมชี้ระดับ 84,000 ดอลลาร์เป็นแนวต้านใกล้เคียง ส่วนข้อมูลตลาดในวันที่ 10 ตุลาคมระบุราคาไว้ราว 82,650–83,000 ดอลลาร์
18
2
5
ปัจจัยที่กดดันบิตคอยน์
การคลายสถานะที่ใช้เลเวอเรจ สัดส่วนสถานะฝั่งซื้อที่ถูกล้างไปเป็นจำนวนมากสอดคล้องกับภาพการปิดเดิมพันขาขึ้นที่มีเลเวอเรจสูง บทวิเคราะห์หลังจากนั้นมองว่าการฟื้นตัวเป็นแรงดีดทางเทคนิคหลังแรงขายจากการปิดสถานะเริ่มเบาลง ไม่ใช่หลักฐานยืนยันว่าราคากลับเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นระยะยาวแล้ว
19
21
ราคาน้ำมันและผลตอบแทนพันธบัตรกดดันความเชื่อมั่น รายงานเกี่ยวกับการฟื้นตัวในวันที่ 10 ตุลาคมกล่าวถึงราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ปรับขึ้น และความกังวลด้านความปลอดภัยของคริปโตว่าเป็นปัจจัยกดดันความเชื่อมั่น อีกหนึ่งรายงานยังกล่าวถึงการขายทำกำไรด้วย อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเหล่านี้เป็นสิ่งที่รายงานระบุว่าเกี่ยวข้องกับบรรยากาศตลาด ไม่ใช่หลักฐานยืนยันสาเหตุของการซื้อขายแต่ละรายการ
2
3
เงินทุนไหลออกจากกองทุนบิตคอยน์เป็นแรงกดดันอีกด้านที่มีรายงานกล่าวถึง รายงานหนึ่งระบุว่าเงินไหลออกจากกองทุน ETF บิตคอยน์แบบสปอตในสหรัฐฯ อยู่ที่ 484.9 ล้านดอลลาร์ในวันที่ 7 ตุลาคม และอีก 244.1 ล้านดอลลาร์ในวันที่ 8 ตุลาคม แต่ข้อมูลที่มีไม่ได้ชี้ชัดว่าการขายจากกองทุนเป็นตัวจุดชนวนการล้างสถานะ
22
19
ตัวเลขบอกอะไร—and อะไรที่ยังสรุปไม่ได้
ตัวเลขผลตอบแทนรายสัปดาห์ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่เก็บข้อมูล รายงานตลาดวันที่ 10 ตุลาคมระบุว่าบิตคอยน์ติดลบ 2.39% ในรอบสัปดาห์ ขณะที่รายงานวันที่ 9 ตุลาคมประเมินว่าราคาลดลงราว 5% ตัวเลขเหล่านี้มาจากคนละช่วงเวลาของการรายงาน และข้อมูลที่มีไม่เพียงพอจะชี้ขาดให้เหลือค่ารายสัปดาห์ตัวเลขเดียว
8
20
เหรียญคริปโตขนาดใหญ่บางเหรียญก็ปรับลงเช่นกันในข้อมูลรายวัน ณ วันที่ 9 ตุลาคม โดย Dogecoin ลดลง 5.2%, Solana ลดลง 5.1%, Ethereum ลดลง 3.2% และ XRP ลดลง 2.4% ตัวเลขเหล่านี้เป็นการเปลี่ยนแปลงรายวัน ไม่ใช่ผลตอบแทนรายสัปดาห์ แหล่งข้อมูลที่มีไม่รองรับการเปรียบเทียบผลตอบแทนรายสัปดาห์ของ Stellar, Monero และ NEAR อย่างครบถ้วน รวมถึงตัวเลขที่ว่า NEAR เพิ่มขึ้น 91.7% ในรอบเดือน
20
ระดับราคาที่มีการพูดถึงในระยะใกล้ เช่น แนวรับ 82,500 ดอลลาร์ แนวต้าน 84,000 ดอลลาร์ และข้อมูล CPI ที่มีกำหนดเผยแพร่วันที่ 14 ตุลาคม เป็นเพียงจุดอ้างอิงที่ผู้เล่นในตลาดจับตา ไม่ใช่คำรับประกันว่าราคาจะเคลื่อนไหวไปทางใด การดีดกลับหลังการบังคับขายอาจช่วยให้ตลาดคลายแรงกดดันชั่วคราว แต่ยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันว่าการฟื้นตัวจะยั่งยืน
18
3
21