มุมมองของ CZ เปลี่ยนไปหลังหุ้นโทเคนไนซ์เริ่มมีการใช้งานจริง โดยเฉพาะความต้องการจากผู้ใช้นอกสหรัฐฯ ที่ต้องการเข้าถึงหุ้นสหรัฐฯ bStocks เปิดตัววันที่ 11 มิถุนายน 2026 มีมูลค่าตลาดเกิน 500 ล้านดอลลาร์ภายในวันที่ 29 กรกฎาคม และมีปริมาณซื้อขายบนเชนในเดือนกรกฎาคม 7.4 พันล้านดอลลาร์ [4] การโทเคนไนซ์อาจช่วยให้ซื้อขายได้ตลอด...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Lunaรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 1.5
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How did Binance founder Changpeng “CZ” Zhao’s view of real-world asset (RWA) tokenization change from skepticism in early 2025 to advocacy a. Article summary: CZ’s shift was pragmatic: he moved from questioning whether tokenization solved a real user problem in early 2025 to advocating on-chain markets in Bhutan after seeing measurable retail adoption—especially from people ou. Topic tags: general, general web, user generated, government. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, ch
Changpeng Zhao หรือ CZ เปลี่ยนท่าทีต่อการโทเคนไนซ์สินทรัพย์จริง (Real-World Asset: RWA) จากการตั้งคำถามในช่วงต้นปี 2025 มาเป็นการสนับสนุน “ตลาดบนเชน” อย่างชัดเจนขึ้นในงาน EASY Residency Demo Day ของ YZi Labs ที่ภูฏาน
การเปลี่ยนแปลงนี้ดูเป็นการประเมินจากการใช้งานจริงมากกว่าการเปลี่ยนจุดยืนเชิงอุดมการณ์ เดิมคำถามคือ การนำหุ้น พันธบัตร หรือสินทรัพย์ทางการเงินที่มีอยู่แล้วมาอยู่บนบล็อกเชน จะสร้างประโยชน์มากพอที่จะคุ้มกับความซับซ้อนที่เพิ่มขึ้นหรือไม่
คำตอบของ CZ เริ่มชัดขึ้นเมื่อผลิตภัณฑ์หุ้นโทเคนไนซ์มีผู้ใช้งานจริง และโดยเฉพาะเมื่อเห็นความต้องการจากผู้ใช้นอกสหรัฐฯ ที่ต้องการเข้าถึงหุ้นสหรัฐฯ ในมุมนี้ การโทเคนไนซ์ไม่ได้ทำให้หุ้นมีธรรมชาติใหม่ แต่เปลี่ยนวิธีการจัดจำหน่าย โอนย้าย ชำระราคา และเชื่อมต่อหุ้นเข้ากับซอฟต์แวร์การเงินดิจิทัล
หลักฐานสำคัญคือการเติบโตของผลิตภัณฑ์ Binance เปิดตัว bStocks เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2026 และรายงานว่ามูลค่าตลาดของผลิตภัณฑ์ทะลุ 500 ล้านดอลลาร์ในวันที่ 29 กรกฎาคม หรือไม่ถึงเจ็ดสัปดาห์หลังเปิดตัว นอกจากนี้ Binance ยังรายงานปริมาณธุรกรรมบนเชนในเดือนกรกฎาคมที่ 7.4 พันล้านดอลลาร์ คิดเป็น 85% ของปริมาณซื้อขายหุ้นโทเคนไนซ์บน DEX ในเดือนนั้น และมีปริมาณสะสม 8.7 พันล้านดอลลาร์ ณ วันที่ 29 กรกฎาคม 4
รายงานอีกฉบับที่อ้างอิงข้อมูลจาก Token Terminal ระบุว่า ภายในช่วงกลางเดือนสิงหาคม bStocks มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารมากกว่า 500 ล้านดอลลาร์ และมีผู้ถือครองเกิน 522,000 ราย 6 ตัวเลขเหล่านี้ยังไม่ใช่หลักฐานว่าตลาดหุ้นโทเคนไนซ์เติบโตเต็มที่แล้ว แต่ก็แสดงให้เห็นถึงแรงดึงดูดจากผู้ใช้งานจริง ซึ่งเป็นสิ่งที่ความสงสัยต่อ “การโทเคนไนซ์เพียงเพื่อให้มีโทเคน” ต้องเผชิญ
กรณีใช้งานที่เห็นได้ชัดคือผู้ใช้นอกสหรัฐฯ ที่มีสิทธิ์เข้าถึงผลิตภัณฑ์และต้องการลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ สำหรับคนกลุ่มนี้ คุณค่าของโทเคนไนซ์จึงอยู่ที่การเปิดช่องทางจัดจำหน่ายและโอนสินทรัพย์ที่ยืดหยุ่นขึ้น มากกว่าการทำให้หุ้นแตกต่างจากหุ้นเดิมโดยพื้นฐาน
CZ และผู้สนับสนุนตลาดสินทรัพย์บนเชนมองเห็นประโยชน์หลักหลายด้าน ได้แก่
อย่างไรก็ตาม สิ่งเหล่านี้คือข้อได้เปรียบที่เป็นไปได้ของโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ใช่ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติกับนักลงทุนทุกคน องค์การระหว่างประเทศของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ หรือ IOSCO ระบุถึงประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้น เช่น การชำระราคาแบบส่งมอบพร้อมกัน การจ่ายเงินปันผลและดอกเบี้ยที่เร็วขึ้น และการลดแรงเสียดทานในการค้นหาคู่ค้า แต่ก็ชี้ถึงปัญหาด้านการเข้าถึงและสภาพคล่องที่ยังมีอยู่ 56
ข้อมูลที่ให้มาระบุว่า bStocks เป็นผลิตภัณฑ์แบบมีสินทรัพย์จริงอยู่เบื้องหลัง โดยหุ้นถูกถือไว้กับผู้ดูแลสินทรัพย์ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล ไม่ใช่เพียงโทเคนสังเคราะห์ที่เดิมพันกับการขึ้นลงของราคาหุ้น
ความแตกต่างนี้สำคัญ เพราะแถลงการณ์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ หรือ SEC เมื่อเดือนมกราคม 2026 แยก “หลักทรัพย์โทเคนไนซ์แบบมีสินทรัพย์ค้ำประกัน” ออกจากโมเดลสังเคราะห์ และอธิบายว่าในบางโครงสร้าง บล็อกเชนอาจทำหน้าที่เป็นทะเบียนบันทึกความเป็นเจ้าของหลักทรัพย์ 18
แต่ชื่อเรียกของโทเคนเพียงอย่างเดียวไม่ได้บอกว่านักลงทุนมีสิทธิทางกฎหมายอะไร สิ่งที่ต้องตรวจสอบคือ หุ้นอ้างอิงถูกถือและแยกเก็บตามที่ระบุหรือไม่ ผู้ถือมีสิทธิเรียกร้องที่บังคับใช้ได้จริงหรือไม่ และการจ่ายเงินปันผล การออกเสียง การแตกหุ้น การไถ่ถอน รวมถึงการดำเนินการของบริษัทจัดการอย่างไร
คำตอบขึ้นอยู่กับแหล่งข้อมูลและนิยามที่ใช้ RWA.xyz รายงานมูลค่าสินทรัพย์จริงที่กระจายอยู่บนเชนประมาณ 38.35 พันล้านดอลลาร์ ณ วันที่ 28 สิงหาคม โดยไม่รวม Stablecoin 41 ขณะที่การประเมินจากชุดข้อมูลของ Dune ระบุมูลค่า RWA ที่ไม่รวม Stablecoin ราว 31.5 พันล้านดอลลาร์ในเดือนสิงหาคม
37
ตัวเลขทั้งสองชุดใช้วิธีรวบรวมและเกณฑ์การนับที่แตกต่างกัน จึงไม่ควรนำมารวมกันหรือใช้แทนกันโดยตรง
หุ้นโทเคนไนซ์เป็นหนึ่งในกลุ่มที่เติบโตเร็วที่สุด รายงานที่อ้างอิงข้อมูล RWA.xyz ระบุว่า มูลค่าหุ้นโทเคนไนซ์ที่กระจายอยู่บนเชนอยู่ที่ประมาณ 2.54 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่ปริมาณการโอนในช่วง 30 วันเกิน 29.5 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นมากกว่า 415% 36 อย่างไรก็ดี ปริมาณการโอนไม่ใช่สิ่งเดียวกับมูลค่าตลาด และไม่ได้พิสูจน์ว่าตลาดมีสภาพคล่องลึกหรือแข็งแกร่งในระยะยาว
ข้อมูลเครือข่ายของ RWA.xyz ณ วันที่ 26 สิงหาคม ระบุว่า มูลค่า RWA แบบไม่รวม Stablecoin ที่กระจายอยู่บนเครือข่ายหลักมีดังนี้
สำหรับ Stablecoin ข้อมูลอีกชุดหนึ่งระบุว่ามูลค่ารวมอยู่ที่ประมาณ 298.04 พันล้านดอลลาร์ ณ วันที่ 20 สิงหาคม ตัวเลขนี้ถูกรายงานแยกจากมูลค่า RWA ที่ไม่รวม Stablecoin 47
ส่วนกองทุนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ แบบโทเคนไนซ์ แหล่งข้อมูลที่ให้มายังไม่สามารถยืนยันยอดรวมเดียวที่น่าเชื่อถือสำหรับวันที่ 28 สิงหาคมได้ แต่ข้อมูลจากแดชบอร์ด Treasury ของ RWA.xyz ระบุว่าแพลตฟอร์มของ Circle มีมูลค่าประมาณ 2.9 พันล้านดอลลาร์ และ Ondo ประมาณ 2.7 พันล้านดอลลาร์ ณ วันที่ 27 สิงหาคม 45
แหล่งข้อมูลยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันจำนวนหุ้นและ ETF ทั้งหมดที่ Ondo เปิดให้บริการอย่างเป็นข้อยุติ แม้มีรายงานบางแห่งกล่าวถึงผลิตภัณฑ์มากกว่า 440 รายการ ตัวเลขดังกล่าวจึงไม่ควรถูกนำเสนอเป็นจำนวนที่ยืนยันแล้ว
การโทเคนไนซ์ไม่ใช่ช่องโหว่ทางกฎหมาย แถลงการณ์ของ SEC เมื่อวันที่ 28 มกราคมระบุว่า การย้ายทะเบียนผู้ถือหลักทรัพย์หลักไปไว้บนเครือข่ายคริปโตเปลี่ยนเทคโนโลยีที่ใช้บันทึกข้อมูล แต่ไม่ได้เปลี่ยนสถานะทางกฎหมายของหลักทรัพย์ 18
ดังนั้น ข้อกำหนดเรื่องการจดทะเบียน การเปิดเผยข้อมูล การดูแลสินทรัพย์ นายทะเบียนโอนหลักทรัพย์ สถานที่ซื้อขาย การรู้จักลูกค้า การป้องกันการฟอกเงิน และการคุ้มครองนักลงทุนยังอาจมีผลบังคับใช้
ตลาดต้องตอบให้ได้ว่าใครถือสินทรัพย์อ้างอิง ใครมีสิทธิสร้างและไถ่ถอนโทเคน และจะเกิดอะไรขึ้นหากผู้ออกโทเคน ผู้ดูแลสินทรัพย์ หรือผู้ให้บริการล้มเหลว
การโอนบนบล็อกเชนที่รวดเร็วไม่มีความหมายมากนัก หากผู้ถือไม่แน่ใจว่าโทเคนให้สิทธิเรียกร้องต่อหุ้นจริงได้มากน้อยเพียงใด
ตลาดโทเคนไนซ์อาจมีตัวเลขการโอนที่น่าประทับใจ แต่ยังพึ่งพาตลาดซื้อขาย ผู้ดูแลสภาพคล่อง หรือพูลสภาพคล่องเพียงไม่กี่แห่ง ความเสี่ยงจากสภาพคล่องบาง การกระจายตัวข้ามเครือข่าย ความผิดพลาดของออราเคิล ช่องโหว่ของสมาร์ตคอนแทรกต์ และราคาที่เบี่ยงเบนจากตลาดอ้างอิงยังคงมีอยู่
ความต้องการจากผู้ใช้นอกสหรัฐฯ อาจเป็นกรณีใช้งานที่สำคัญ แต่การกระจายหลักทรัพย์ข้ามพรมแดนก็ทำให้เกิดคำถามด้านการปฏิบัติตามกฎหมายมากที่สุด ทั้งเรื่องคุณสมบัติผู้ซื้อ การจำกัดพื้นที่ให้บริการ ภาษี กฎหมายหลักทรัพย์ และกฎควบคุมเงินทุนในแต่ละประเทศ
ด้วยเหตุนี้ ผลิตภัณฑ์จึงอาจต้องจำกัดผู้ใช้งานหรือใช้ระบบ Geofencing ซึ่งทำให้แนวคิดเรื่องการเข้าถึงแบบ “ทั่วโลกและไร้ใบอนุญาต” ไม่สามารถเกิดขึ้นได้อย่างเต็มรูปแบบ
เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2025 เจ้าหน้าที่ฝ่าย Trading and Markets ของ SEC ได้อธิบายว่าข้อกำหนดเรื่องการครอบครองสินทรัพย์เพื่อคุ้มครองลูกค้าใช้กับหลักทรัพย์ดิจิทัลที่ชำระเงินเต็มจำนวนและหลักทรัพย์ส่วนเกินมาร์จินอย่างไร ประเด็นนี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับรูปแบบการดูแลสินทรัพย์ของโบรกเกอร์ 19
ต่อมาเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2026 เจ้าหน้าที่จากสามหน่วยงานของ SEC ได้แก่ Corporation Finance, Investment Management และ Trading and Markets ได้ออกแถลงการณ์ร่วมเกี่ยวกับการใช้กฎหมายหลักทรัพย์ของรัฐบาลกลางกับหลักทรัพย์โทเคนไนซ์ 18
สิ่งที่ตลาดยังต้องการคือความชัดเจนเชิงปฏิบัติ โดยเฉพาะวิธีที่โบรกเกอร์ นายทะเบียนโอนหลักทรัพย์ ผู้ดูแลสินทรัพย์ ระบบซื้อขายทางเลือก และสถานที่ซื้อขายอื่น ๆ จะสามารถรองรับการออกและซื้อขายหลักทรัพย์บนเชนได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย เอกสารนโยบายคริปโตของ SEC ระบุว่ายังมีการทำงานต่อเนื่องเกี่ยวกับกฎเกณฑ์และโครงสร้างพื้นฐานสำหรับตลาดบนเชนที่ปฏิบัติตามกฎหมาย 17
CZ มองว่า RWA, Perpetual DEX และ AI Agents เป็นเส้นทางที่แตกต่างกันในการสร้างกิจกรรมใหม่ให้กับอุตสาหกรรมคริปโต
กรอบคิดนี้อธิบายได้ว่าเหตุใด CZ จึงสนับสนุนการโทเคนไนซ์โดยไม่ประกาศว่านี่คือแนวโน้มเดียวที่สำคัญที่สุดของคริปโต ตลาดหุ้นโทเคนไนซ์แสดงให้เห็นการยอมรับที่มีนัยสำคัญ โดยเฉพาะจากผู้ใช้ที่ต้องการเข้าถึงหุ้นสหรัฐฯ แต่ความสำเร็จระยะยาวยังขึ้นอยู่กับสิทธิความเป็นเจ้าของที่บังคับใช้ได้ การจัดจำหน่ายที่ถูกกฎหมาย การดูแลสินทรัพย์ที่น่าเชื่อถือ สภาพคล่องที่ยั่งยืน และการใช้งานที่มากกว่าการนำสินทรัพย์เดิมมาแสดงในบัญชีแยกประเภทแบบใหม่
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
มุมมองของ CZ เปลี่ยนไปหลังหุ้นโทเคนไนซ์เริ่มมีการใช้งานจริง โดยเฉพาะความต้องการจากผู้ใช้นอกสหรัฐฯ ที่ต้องการเข้าถึงหุ้นสหรัฐฯ
มุมมองของ CZ เปลี่ยนไปหลังหุ้นโทเคนไนซ์เริ่มมีการใช้งานจริง โดยเฉพาะความต้องการจากผู้ใช้นอกสหรัฐฯ ที่ต้องการเข้าถึงหุ้นสหรัฐฯ bStocks เปิดตัววันที่ 11 มิถุนายน 2026 มีมูลค่าตลาดเกิน 500 ล้านดอลลาร์ภายในวันที่ 29 กรกฎาคม และมีปริมาณซื้อขายบนเชนในเดือนกรกฎาคม 7.4 พันล้านดอลลาร์ [4]
การโทเคนไนซ์อาจช่วยให้ซื้อขายได้ตลอดเวลา ชำระราคาเร็วขึ้น แบ่งการลงทุนเป็นหน่วยย่อย และนำสินทรัพย์ไปใช้กับ DeFi ได้ แต่ยังติดข้อจำกัดด้านกฎหมาย การดูแลสินทรัพย์ สภาพคล่อง และสิทธิของผู้ถือ
มุมมองของ CZ เปลี่ยนไปหลังหุ้นโทเคนไนซ์เริ่มมีการใช้งานจริง โดยเฉพาะความต้องการจากผู้ใช้นอกสหรัฐฯ ที่ต้องการเข้าถึงหุ้นสหรัฐฯ bStocks เปิดตัววันที่ 11 มิถุนายน 2026 มีมูลค่าตลาดเกิน 500 ล้านดอลลาร์ภายในวันที่ 29 กรกฎาคม และมีปริมาณซื้อขายบนเชนในเดือนกรกฎาคม 7.4 พันล้านดอลลาร์ [4] การโทเคนไนซ์อาจช่วยให้ซื้อขายได้ตลอด...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Lunaรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 1.5
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How did Binance founder Changpeng “CZ” Zhao’s view of real-world asset (RWA) tokenization change from skepticism in early 2025 to advocacy a. Article summary: CZ’s shift was pragmatic: he moved from questioning whether tokenization solved a real user problem in early 2025 to advocating on-chain markets in Bhutan after seeing measurable retail adoption—especially from people ou. Topic tags: general, general web, user generated, government. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, ch
Changpeng Zhao หรือ CZ เปลี่ยนท่าทีต่อการโทเคนไนซ์สินทรัพย์จริง (Real-World Asset: RWA) จากการตั้งคำถามในช่วงต้นปี 2025 มาเป็นการสนับสนุน “ตลาดบนเชน” อย่างชัดเจนขึ้นในงาน EASY Residency Demo Day ของ YZi Labs ที่ภูฏาน
การเปลี่ยนแปลงนี้ดูเป็นการประเมินจากการใช้งานจริงมากกว่าการเปลี่ยนจุดยืนเชิงอุดมการณ์ เดิมคำถามคือ การนำหุ้น พันธบัตร หรือสินทรัพย์ทางการเงินที่มีอยู่แล้วมาอยู่บนบล็อกเชน จะสร้างประโยชน์มากพอที่จะคุ้มกับความซับซ้อนที่เพิ่มขึ้นหรือไม่
คำตอบของ CZ เริ่มชัดขึ้นเมื่อผลิตภัณฑ์หุ้นโทเคนไนซ์มีผู้ใช้งานจริง และโดยเฉพาะเมื่อเห็นความต้องการจากผู้ใช้นอกสหรัฐฯ ที่ต้องการเข้าถึงหุ้นสหรัฐฯ ในมุมนี้ การโทเคนไนซ์ไม่ได้ทำให้หุ้นมีธรรมชาติใหม่ แต่เปลี่ยนวิธีการจัดจำหน่าย โอนย้าย ชำระราคา และเชื่อมต่อหุ้นเข้ากับซอฟต์แวร์การเงินดิจิทัล
หลักฐานสำคัญคือการเติบโตของผลิตภัณฑ์ Binance เปิดตัว bStocks เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2026 และรายงานว่ามูลค่าตลาดของผลิตภัณฑ์ทะลุ 500 ล้านดอลลาร์ในวันที่ 29 กรกฎาคม หรือไม่ถึงเจ็ดสัปดาห์หลังเปิดตัว นอกจากนี้ Binance ยังรายงานปริมาณธุรกรรมบนเชนในเดือนกรกฎาคมที่ 7.4 พันล้านดอลลาร์ คิดเป็น 85% ของปริมาณซื้อขายหุ้นโทเคนไนซ์บน DEX ในเดือนนั้น และมีปริมาณสะสม 8.7 พันล้านดอลลาร์ ณ วันที่ 29 กรกฎาคม 4
รายงานอีกฉบับที่อ้างอิงข้อมูลจาก Token Terminal ระบุว่า ภายในช่วงกลางเดือนสิงหาคม bStocks มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารมากกว่า 500 ล้านดอลลาร์ และมีผู้ถือครองเกิน 522,000 ราย 6 ตัวเลขเหล่านี้ยังไม่ใช่หลักฐานว่าตลาดหุ้นโทเคนไนซ์เติบโตเต็มที่แล้ว แต่ก็แสดงให้เห็นถึงแรงดึงดูดจากผู้ใช้งานจริง ซึ่งเป็นสิ่งที่ความสงสัยต่อ “การโทเคนไนซ์เพียงเพื่อให้มีโทเคน” ต้องเผชิญ
กรณีใช้งานที่เห็นได้ชัดคือผู้ใช้นอกสหรัฐฯ ที่มีสิทธิ์เข้าถึงผลิตภัณฑ์และต้องการลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ สำหรับคนกลุ่มนี้ คุณค่าของโทเคนไนซ์จึงอยู่ที่การเปิดช่องทางจัดจำหน่ายและโอนสินทรัพย์ที่ยืดหยุ่นขึ้น มากกว่าการทำให้หุ้นแตกต่างจากหุ้นเดิมโดยพื้นฐาน
CZ และผู้สนับสนุนตลาดสินทรัพย์บนเชนมองเห็นประโยชน์หลักหลายด้าน ได้แก่
อย่างไรก็ตาม สิ่งเหล่านี้คือข้อได้เปรียบที่เป็นไปได้ของโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ใช่ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติกับนักลงทุนทุกคน องค์การระหว่างประเทศของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ หรือ IOSCO ระบุถึงประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้น เช่น การชำระราคาแบบส่งมอบพร้อมกัน การจ่ายเงินปันผลและดอกเบี้ยที่เร็วขึ้น และการลดแรงเสียดทานในการค้นหาคู่ค้า แต่ก็ชี้ถึงปัญหาด้านการเข้าถึงและสภาพคล่องที่ยังมีอยู่ 56
ข้อมูลที่ให้มาระบุว่า bStocks เป็นผลิตภัณฑ์แบบมีสินทรัพย์จริงอยู่เบื้องหลัง โดยหุ้นถูกถือไว้กับผู้ดูแลสินทรัพย์ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล ไม่ใช่เพียงโทเคนสังเคราะห์ที่เดิมพันกับการขึ้นลงของราคาหุ้น
ความแตกต่างนี้สำคัญ เพราะแถลงการณ์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ หรือ SEC เมื่อเดือนมกราคม 2026 แยก “หลักทรัพย์โทเคนไนซ์แบบมีสินทรัพย์ค้ำประกัน” ออกจากโมเดลสังเคราะห์ และอธิบายว่าในบางโครงสร้าง บล็อกเชนอาจทำหน้าที่เป็นทะเบียนบันทึกความเป็นเจ้าของหลักทรัพย์ 18
แต่ชื่อเรียกของโทเคนเพียงอย่างเดียวไม่ได้บอกว่านักลงทุนมีสิทธิทางกฎหมายอะไร สิ่งที่ต้องตรวจสอบคือ หุ้นอ้างอิงถูกถือและแยกเก็บตามที่ระบุหรือไม่ ผู้ถือมีสิทธิเรียกร้องที่บังคับใช้ได้จริงหรือไม่ และการจ่ายเงินปันผล การออกเสียง การแตกหุ้น การไถ่ถอน รวมถึงการดำเนินการของบริษัทจัดการอย่างไร
คำตอบขึ้นอยู่กับแหล่งข้อมูลและนิยามที่ใช้ RWA.xyz รายงานมูลค่าสินทรัพย์จริงที่กระจายอยู่บนเชนประมาณ 38.35 พันล้านดอลลาร์ ณ วันที่ 28 สิงหาคม โดยไม่รวม Stablecoin 41 ขณะที่การประเมินจากชุดข้อมูลของ Dune ระบุมูลค่า RWA ที่ไม่รวม Stablecoin ราว 31.5 พันล้านดอลลาร์ในเดือนสิงหาคม
37
ตัวเลขทั้งสองชุดใช้วิธีรวบรวมและเกณฑ์การนับที่แตกต่างกัน จึงไม่ควรนำมารวมกันหรือใช้แทนกันโดยตรง
หุ้นโทเคนไนซ์เป็นหนึ่งในกลุ่มที่เติบโตเร็วที่สุด รายงานที่อ้างอิงข้อมูล RWA.xyz ระบุว่า มูลค่าหุ้นโทเคนไนซ์ที่กระจายอยู่บนเชนอยู่ที่ประมาณ 2.54 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่ปริมาณการโอนในช่วง 30 วันเกิน 29.5 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นมากกว่า 415% 36 อย่างไรก็ดี ปริมาณการโอนไม่ใช่สิ่งเดียวกับมูลค่าตลาด และไม่ได้พิสูจน์ว่าตลาดมีสภาพคล่องลึกหรือแข็งแกร่งในระยะยาว
ข้อมูลเครือข่ายของ RWA.xyz ณ วันที่ 26 สิงหาคม ระบุว่า มูลค่า RWA แบบไม่รวม Stablecoin ที่กระจายอยู่บนเครือข่ายหลักมีดังนี้
สำหรับ Stablecoin ข้อมูลอีกชุดหนึ่งระบุว่ามูลค่ารวมอยู่ที่ประมาณ 298.04 พันล้านดอลลาร์ ณ วันที่ 20 สิงหาคม ตัวเลขนี้ถูกรายงานแยกจากมูลค่า RWA ที่ไม่รวม Stablecoin 47
ส่วนกองทุนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ แบบโทเคนไนซ์ แหล่งข้อมูลที่ให้มายังไม่สามารถยืนยันยอดรวมเดียวที่น่าเชื่อถือสำหรับวันที่ 28 สิงหาคมได้ แต่ข้อมูลจากแดชบอร์ด Treasury ของ RWA.xyz ระบุว่าแพลตฟอร์มของ Circle มีมูลค่าประมาณ 2.9 พันล้านดอลลาร์ และ Ondo ประมาณ 2.7 พันล้านดอลลาร์ ณ วันที่ 27 สิงหาคม 45
แหล่งข้อมูลยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันจำนวนหุ้นและ ETF ทั้งหมดที่ Ondo เปิดให้บริการอย่างเป็นข้อยุติ แม้มีรายงานบางแห่งกล่าวถึงผลิตภัณฑ์มากกว่า 440 รายการ ตัวเลขดังกล่าวจึงไม่ควรถูกนำเสนอเป็นจำนวนที่ยืนยันแล้ว
การโทเคนไนซ์ไม่ใช่ช่องโหว่ทางกฎหมาย แถลงการณ์ของ SEC เมื่อวันที่ 28 มกราคมระบุว่า การย้ายทะเบียนผู้ถือหลักทรัพย์หลักไปไว้บนเครือข่ายคริปโตเปลี่ยนเทคโนโลยีที่ใช้บันทึกข้อมูล แต่ไม่ได้เปลี่ยนสถานะทางกฎหมายของหลักทรัพย์ 18
ดังนั้น ข้อกำหนดเรื่องการจดทะเบียน การเปิดเผยข้อมูล การดูแลสินทรัพย์ นายทะเบียนโอนหลักทรัพย์ สถานที่ซื้อขาย การรู้จักลูกค้า การป้องกันการฟอกเงิน และการคุ้มครองนักลงทุนยังอาจมีผลบังคับใช้
ตลาดต้องตอบให้ได้ว่าใครถือสินทรัพย์อ้างอิง ใครมีสิทธิสร้างและไถ่ถอนโทเคน และจะเกิดอะไรขึ้นหากผู้ออกโทเคน ผู้ดูแลสินทรัพย์ หรือผู้ให้บริการล้มเหลว
การโอนบนบล็อกเชนที่รวดเร็วไม่มีความหมายมากนัก หากผู้ถือไม่แน่ใจว่าโทเคนให้สิทธิเรียกร้องต่อหุ้นจริงได้มากน้อยเพียงใด
ตลาดโทเคนไนซ์อาจมีตัวเลขการโอนที่น่าประทับใจ แต่ยังพึ่งพาตลาดซื้อขาย ผู้ดูแลสภาพคล่อง หรือพูลสภาพคล่องเพียงไม่กี่แห่ง ความเสี่ยงจากสภาพคล่องบาง การกระจายตัวข้ามเครือข่าย ความผิดพลาดของออราเคิล ช่องโหว่ของสมาร์ตคอนแทรกต์ และราคาที่เบี่ยงเบนจากตลาดอ้างอิงยังคงมีอยู่
ความต้องการจากผู้ใช้นอกสหรัฐฯ อาจเป็นกรณีใช้งานที่สำคัญ แต่การกระจายหลักทรัพย์ข้ามพรมแดนก็ทำให้เกิดคำถามด้านการปฏิบัติตามกฎหมายมากที่สุด ทั้งเรื่องคุณสมบัติผู้ซื้อ การจำกัดพื้นที่ให้บริการ ภาษี กฎหมายหลักทรัพย์ และกฎควบคุมเงินทุนในแต่ละประเทศ
ด้วยเหตุนี้ ผลิตภัณฑ์จึงอาจต้องจำกัดผู้ใช้งานหรือใช้ระบบ Geofencing ซึ่งทำให้แนวคิดเรื่องการเข้าถึงแบบ “ทั่วโลกและไร้ใบอนุญาต” ไม่สามารถเกิดขึ้นได้อย่างเต็มรูปแบบ
เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2025 เจ้าหน้าที่ฝ่าย Trading and Markets ของ SEC ได้อธิบายว่าข้อกำหนดเรื่องการครอบครองสินทรัพย์เพื่อคุ้มครองลูกค้าใช้กับหลักทรัพย์ดิจิทัลที่ชำระเงินเต็มจำนวนและหลักทรัพย์ส่วนเกินมาร์จินอย่างไร ประเด็นนี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับรูปแบบการดูแลสินทรัพย์ของโบรกเกอร์ 19
ต่อมาเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2026 เจ้าหน้าที่จากสามหน่วยงานของ SEC ได้แก่ Corporation Finance, Investment Management และ Trading and Markets ได้ออกแถลงการณ์ร่วมเกี่ยวกับการใช้กฎหมายหลักทรัพย์ของรัฐบาลกลางกับหลักทรัพย์โทเคนไนซ์ 18
สิ่งที่ตลาดยังต้องการคือความชัดเจนเชิงปฏิบัติ โดยเฉพาะวิธีที่โบรกเกอร์ นายทะเบียนโอนหลักทรัพย์ ผู้ดูแลสินทรัพย์ ระบบซื้อขายทางเลือก และสถานที่ซื้อขายอื่น ๆ จะสามารถรองรับการออกและซื้อขายหลักทรัพย์บนเชนได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย เอกสารนโยบายคริปโตของ SEC ระบุว่ายังมีการทำงานต่อเนื่องเกี่ยวกับกฎเกณฑ์และโครงสร้างพื้นฐานสำหรับตลาดบนเชนที่ปฏิบัติตามกฎหมาย 17
CZ มองว่า RWA, Perpetual DEX และ AI Agents เป็นเส้นทางที่แตกต่างกันในการสร้างกิจกรรมใหม่ให้กับอุตสาหกรรมคริปโต
กรอบคิดนี้อธิบายได้ว่าเหตุใด CZ จึงสนับสนุนการโทเคนไนซ์โดยไม่ประกาศว่านี่คือแนวโน้มเดียวที่สำคัญที่สุดของคริปโต ตลาดหุ้นโทเคนไนซ์แสดงให้เห็นการยอมรับที่มีนัยสำคัญ โดยเฉพาะจากผู้ใช้ที่ต้องการเข้าถึงหุ้นสหรัฐฯ แต่ความสำเร็จระยะยาวยังขึ้นอยู่กับสิทธิความเป็นเจ้าของที่บังคับใช้ได้ การจัดจำหน่ายที่ถูกกฎหมาย การดูแลสินทรัพย์ที่น่าเชื่อถือ สภาพคล่องที่ยั่งยืน และการใช้งานที่มากกว่าการนำสินทรัพย์เดิมมาแสดงในบัญชีแยกประเภทแบบใหม่
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
มุมมองของ CZ เปลี่ยนไปหลังหุ้นโทเคนไนซ์เริ่มมีการใช้งานจริง โดยเฉพาะความต้องการจากผู้ใช้นอกสหรัฐฯ ที่ต้องการเข้าถึงหุ้นสหรัฐฯ
มุมมองของ CZ เปลี่ยนไปหลังหุ้นโทเคนไนซ์เริ่มมีการใช้งานจริง โดยเฉพาะความต้องการจากผู้ใช้นอกสหรัฐฯ ที่ต้องการเข้าถึงหุ้นสหรัฐฯ bStocks เปิดตัววันที่ 11 มิถุนายน 2026 มีมูลค่าตลาดเกิน 500 ล้านดอลลาร์ภายในวันที่ 29 กรกฎาคม และมีปริมาณซื้อขายบนเชนในเดือนกรกฎาคม 7.4 พันล้านดอลลาร์ [4]
การโทเคนไนซ์อาจช่วยให้ซื้อขายได้ตลอดเวลา ชำระราคาเร็วขึ้น แบ่งการลงทุนเป็นหน่วยย่อย และนำสินทรัพย์ไปใช้กับ DeFi ได้ แต่ยังติดข้อจำกัดด้านกฎหมาย การดูแลสินทรัพย์ สภาพคล่อง และสิทธิของผู้ถือ