ผลสำรวจ Global Fund Manager Survey ของ Bank of America เดือนพฤษภาคมพบว่าผู้จัดการกองทุนเพิ่มสัดส่วนลงทุนในหุ้นมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ สะท้อนการกลับมาเปิดรับความเสี่ยงอย่างรวดเร็ว[17] การกลับตัวเกิดขึ้นหลังเดือนเมษายนที่นักลงทุนมองเศรษฐกิจโลกแย่ลง ลดสัดส่วนหุ้นและเพิ่มเงินสดจากความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและการเติบโตที่...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How did Bank of America’s May fund manager survey show a sharp shift from bearish to bullish sentiment, what specific changes occurred in eq. Article summary: Bank of America’s May survey showed a rapid swing back toward risk-taking: global fund managers raised equity allocations by the most on record, reversing April’s bearish positioning as investors became more optimistic o. Topic tags: general, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "**New York, NY – December 16, 2025** – A recent Bank of America (BofA) Fund Manager Survey, conducted in December 2025, has unveiled a remarkably optimistic outlook among global fu" source context "Fund Managers Eye Bullish 2026: Bank of America Survey Reveals ..." Reference image 2: visual subject "# Ratings and
ความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบันทั่วโลกพลิกกลับอย่างรวดเร็วในเดือนพฤษภาคม หลังผลสำรวจ Global Fund Manager Survey ของ Bank of America พบว่า ผู้จัดการกองทุนเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในหุ้นมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ของแบบสำรวจนี้ สะท้อนการกลับมาเปิดรับความเสี่ยงอย่างชัดเจนหลังจากเดือนก่อนหน้าที่บรรยากาศตลาดค่อนข้างมืดมน
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวสะท้อนว่าการจัดพอร์ตของนักลงทุนรายใหญ่สามารถพลิกได้เร็วมาก เมื่อความคาดหวังด้านเศรษฐกิจ นโยบายการเงิน และผลประกอบการบริษัทเริ่มดูดีขึ้น
ในผลสำรวจเดือนพฤษภาคม ผู้จัดการกองทุนทั่วโลก เพิ่มสัดส่วนการลงทุนในหุ้นมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา นับตั้งแต่ Bank of America เริ่มทำแบบสำรวจนี้
แม้รายงานข่าวที่เผยแพร่ไม่ได้ระบุตัวเลขการเพิ่มขึ้นเป็นเปอร์เซ็นต์ที่แน่นอน หรือระดับเงินสดเฉลี่ยในเดือนพฤษภาคม แต่ทิศทางการเปลี่ยนแปลงชัดเจนมาก: นักลงทุนจำนวนมากย้ายเงินจากสินทรัพย์เชิงป้องกันกลับเข้าสู่หุ้น
เหตุผลที่ตลาดจับตาผลสำรวจนี้อย่างใกล้ชิด เพราะแบบสำรวจดังกล่าวรวบรวมความคิดเห็นของผู้จัดการกองทุนสถาบันหลายร้อยราย ซึ่งบริหารเงินรวมกันหลายแสนล้านดอลลาร์ ทำให้ถูกมองเป็นหนึ่งในดัชนีวัด “อารมณ์ตลาด” ที่สำคัญของโลก
การกลับมาเพิ่มสัดส่วนหุ้นได้รับแรงหนุนจากหลายปัจจัยในตลาดและเศรษฐกิจมหภาค
1. ฤดูกาลประกาศผลประกอบการที่แข็งแกร่ง
ผลกำไรของบริษัทจำนวนมากออกมาดีกว่าคาด ทำให้นักลงทุนมั่นใจมากขึ้นว่ากำไรภาคธุรกิจยังสามารถเติบโตต่อไปได้
2. ความคาดหวังการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed)
ความเป็นไปได้ที่เฟดอาจเริ่มลดอัตราดอกเบี้ยในอนาคต ทำให้นักลงทุนย้ายเงินออกจากเงินสดหรือสินทรัพย์ปลอดภัย กลับเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้น
3. ตลาดหุ้นอยู่ใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
ดัชนีหุ้นหลักหลายตลาดซื้อขายใกล้ระดับสูงสุด ส่งสัญญาณว่าเศรษฐกิจโลกยังมีความยืดหยุ่น แม้เงินเฟ้อจะยังเป็นประเด็นอยู่
4. ธีมการเติบโตระยะยาว เช่น การลงทุนด้าน AI
การลงทุนขนาดใหญ่ของบริษัทเทคโนโลยีในโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังคงเป็นหนึ่งในแรงผลักดันสำคัญต่อมุมมองตลาด
เมื่อรวมกันแล้ว ปัจจัยเหล่านี้ช่วยเปลี่ยนบรรยากาศตลาดจากความระมัดระวังในเดือนก่อนหน้า กลับมาเป็นความเชื่อมั่นเชิงบวกอย่างรวดเร็ว
การกลับตัวในเดือนพฤษภาคมดูโดดเด่นยิ่งขึ้น หากเทียบกับผลสำรวจเดือนเมษายน ซึ่งสะท้อนภาพตรงกันข้าม
ในเดือนเมษายน:
ความกังวลเรื่อง การเติบโตที่ชะลอลงและเงินเฟ้อที่ยังสูง ทำให้นักลงทุนลดความเสี่ยงในพอร์ตและถือเงินสดมากขึ้นในช่วงนั้น
ดังนั้น ผลสำรวจเดือนพฤษภาคมจึงถือเป็นการพลิกกลับอย่างรวดเร็ว จากโหมดป้องกันความเสี่ยง กลายเป็นการกลับเข้าซื้อหุ้นอย่างจริงจังภายในเวลาเพียงหนึ่งเดือน
ความผันผวนของความเชื่อมั่นในปี 2026 ยิ่งเห็นชัดเมื่อมองย้อนกลับไปช่วงต้นปี
ผลสำรวจช่วงก่อนหน้านั้นเคยแสดงให้เห็นว่า
ระดับเงินสดที่ต่ำมากมักหมายความว่านักลงทุนได้ลงทุนไปแล้วจำนวนมาก ทำให้มีเงินใหม่เหลือไม่มากที่จะผลักดันตลาดขึ้นต่อ
หลังจากนั้น ความเชื่อมั่นจึงเหวี่ยงไปอีกด้านในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ก่อนจะเด้งกลับอย่างแรงในเดือนพฤษภาคม
แม้การฟื้นตัวของความเชื่อมั่นจะช่วยหนุนตลาดในระยะสั้น แต่การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วก็อาจสร้างความเปราะบางบางประการ
การถือครองที่แออัด (crowded positioning)
เมื่อผู้จัดการกองทุนจำนวนมากกลับเข้าหุ้นพร้อมกัน ตลาดอาจเหลือแรงซื้อใหม่ไม่มาก หากกระแสเงินหยุดไหลเข้าหุ้น
การพึ่งพาความหวังเรื่องนโยบายดอกเบี้ย
ความเชื่อมั่นส่วนหนึ่งอิงกับความคาดหวังว่าเฟดจะลดดอกเบี้ย หากเงินเฟ้อยังดื้อดึงและทำให้การลดดอกเบี้ยล่าช้า ตลาดอาจเผชิญแรงกดดัน
ความไม่แน่นอนด้านเศรษฐกิจโลก
ความกังวลเรื่องการเติบโตที่ปรากฏในเดือนเมษายนยังไม่ได้หายไปทั้งหมด และอาจกลับมากระทบความเชื่อมั่นได้
ด้วยเหตุนี้ นักกลยุทธ์การลงทุนจึงติดตามการเปลี่ยนแปลงในผลสำรวจดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เพราะการเหวี่ยงของความเชื่อมั่นมักบ่งชี้ทั้ง โมเมนตัมของตลาด และ ความเสี่ยงที่ตลาดอาจตึงตัวเกินไป ในเวลาเดียวกัน
ลำดับเหตุการณ์ของผลสำรวจ BofA ในปีนี้สะท้อนว่าความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบันสามารถเปลี่ยนแปลงได้เร็วมาก
ทั้งหมดนี้ตอกย้ำความจริงของตลาดการเงินยุคปัจจุบันว่า ตำแหน่งการลงทุนของนักลงทุนรายใหญ่สามารถเปลี่ยนทิศได้อย่างรวดเร็ว เมื่อความคาดหวังต่อเศรษฐกิจ กำไรบริษัท หรือดอกเบี้ยเปลี่ยนไป
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
ผลสำรวจ Global Fund Manager Survey ของ Bank of America เดือนพฤษภาคมพบว่าผู้จัดการกองทุนเพิ่มสัดส่วนลงทุนในหุ้นมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ สะท้อนการกลับมาเปิดรับความเสี่ยงอย่างรวดเร็ว[17]
ผลสำรวจ Global Fund Manager Survey ของ Bank of America เดือนพฤษภาคมพบว่าผู้จัดการกองทุนเพิ่มสัดส่วนลงทุนในหุ้นมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ สะท้อนการกลับมาเปิดรับความเสี่ยงอย่างรวดเร็ว[17] การกลับตัวเกิดขึ้นหลังเดือนเมษายนที่นักลงทุนมองเศรษฐกิจโลกแย่ลง ลดสัดส่วนหุ้นและเพิ่มเงินสดจากความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและการเติบโตที่ชะลอ[2][26]
แม้ความเชื่อมั่นที่ดีขึ้นจะหนุนตลาดในระยะสั้น แต่การที่นักลงทุนกลับเข้าหุ้นพร้อมกันจำนวนมากอาจกลายเป็นสัญญาณเสี่ยงเชิงสวนทาง (contrarian) หากเศรษฐกิจหรือดอกเบี้ยไม่เป็นไปตามคาด