ผู้บริหาร Baidu ระบุว่าตัวเลขนี้สะท้อนผลของการลงทุนด้าน AI ที่บริษัททำมาตลอดหลายปี ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐาน โมเดลภาษา ไปจนถึงแอปพลิเคชัน AI สำหรับธุรกิจและผู้ใช้ทั่วไป
กลุ่มรายได้ AI ของบริษัทครอบคลุมหลายส่วน เช่น
ธุรกิจที่เติบโตเร็วที่สุดคือ AI Cloud Infrastructure ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มคลาวด์สำหรับการพัฒนาและรันระบบ AI
ขณะเดียวกันบริการ GPU Cloud ซึ่งให้เช่าพลังประมวลผลสำหรับฝึกและรันโมเดล AI เติบโตถึง 184% เมื่อเทียบกับปีก่อน
การเติบโตนี้สะท้อนความต้องการจากองค์กรที่ต้องการโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ generative AI และโมเดลขนาดใหญ่ ซึ่งต้องใช้ทรัพยากรคอมพิวต์จำนวนมาก
Baidu จึงพยายามวางตำแหน่งคลาวด์ของตนเป็น แพลตฟอร์ม AI แบบครบวงจร (full‑stack) ที่รวมทั้ง
ในทางกลับกัน ธุรกิจโฆษณาออนไลน์ ซึ่งเคยเป็นแหล่งกำไรหลักของ Baidu ยังคงเผชิญแรงกดดัน
หลายรายงานระบุว่ารายได้จากโฆษณายังคงลดลงในไตรมาสนี้ ซึ่งเป็นผลจากสภาพเศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงของตลาดโฆษณาดิจิทัล
บางการประเมินชี้ว่ารายได้จากการตลาดออนไลน์อาจลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อน ทำให้บริษัทต้องเร่งสร้างรายได้จาก AI มาทดแทน
แม้บริษัทจะยังคงมีกำไร แต่ผลกำไรลดลงเนื่องจากค่าใช้จ่ายด้าน AI ที่เพิ่มขึ้น
ตัวเลขสำคัญ ได้แก่
กำไรลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากบริษัทลงทุนอย่างหนักใน
รูปแบบนี้พบได้บ่อยในบริษัทเทคโนโลยีที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ AI เพราะบริการคลาวด์มักมีมาร์จินต่ำกว่าธุรกิจซอฟต์แวร์หรือโฆษณาในระยะแรก
อีกหนึ่งธุรกิจ AI ที่ Baidu ผลักดันคือ Apollo Go ซึ่งเป็นเครือข่ายรถแท็กซี่ไร้คนขับ
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าการใช้งานจริงในเมืองต่าง ๆ ของจีนกำลังเพิ่มขึ้น และ Baidu กำลังพยายามเปลี่ยนเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติจากการทดลองไปสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์
เมื่อรวมภาพทั้งหมด ผลประกอบการไตรมาสนี้แสดงให้เห็นว่า Baidu อยู่ในช่วง การเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่
ในอดีต บริษัทพึ่งพา เสิร์ชเอนจินและโฆษณาออนไลน์ เป็นหลัก แต่ในปี 2026 รายได้กำลังขยับไปสู่
คำถามสำคัญในระยะต่อไปคือ ธุรกิจใหม่อย่าง AI Cloud, โมเดล Ernie, และ Apollo Go จะสามารถเติบโตเร็วและทำกำไรได้มากพอที่จะทดแทนธุรกิจโฆษณาที่เคยทำกำไรสูงได้หรือไม่
หากทำได้สำเร็จ Baidu อาจเปลี่ยนบทบาทของตัวเองจาก "บริษัทเสิร์ชเอนจินของจีน" ไปสู่หนึ่งใน แพลตฟอร์ม AI ขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศ ในอนาคต
Comments
0 comments