ออสเตรียเก็บสามแต้มแรกในฟุตบอลโลก 2026 ด้วยการเฉือนชนะจอร์แดน ทีมน้องใหม่แห่งทัวร์นาเมนต์ 3 1 จากลูกแฉลบเข้าประตูตัวเองของ ยาซาน อัล อาหรับ ในนาทีที่ 76 และลูกจุดโทษช่วงทดเวลาบาดเจ็บของ มาร์โก อาร์นาอูโตวิช ตัวสำรองตั... เกมดำเนินไปอย่างสูสี โดย ออสเตรียได้ประตูขึ้นนำก่อนจากลูกยิงไกลสุดสวยของ โรมาโน ชมิด ในนาทีที่ 2...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How did Austria secure a 3-1 victory against Jordan in their first World Cup since 1998, including details on Romano Schmid's early goal, Al. Article summary: Austria secured a 3-1 win over Jordan in their first World Cup appearance since 1998 by riding an early strike from Romano Schmid, weathering a historic equalizer from Ali Olwan, and then capitalizing on a defensive set-. Topic tags: general, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "# Austria v Jordan. | 31/3/26 | vsKOR | W1-0 | International Friendly |. | 18/11/25 | vsBIH | D1-1 | 2026 World Cup Qualifying - UEFA, Group Stage |. | 15/11/25 | @CYP | W2-0 | 202" source context "Austria vs. Jordan (17 Jun, 2026) Live Score - ESPN (UK)" Reference image 2: visual subject "World Cup 2026 today: L
การรอคอยอันยาวนานของออสเตรียในการกลับสู่ฟุตบอลโลกจบลงด้วยชัยชนะ 3-1 เหนือจอร์แดน ทีมน้องใหม่ในทัวร์นาเมนต์ กลุ่ม J ที่สนามลีวายส์ สเตเดียม แต่สกอร์ที่ออกมาดูดีเกินกว่าฟอร์มการเล่นของทีมจากยุโรป หลังจากห่างหายจากเวทีโลกไป 28 ปี และไม่เคยชนะในฟุตบอลโลกมา 36 ปี ลูกทีมของ ราล์ฟ รังนิก ต้องพึ่งโชคจากประตูพลิกจังหวะ (own goal) และลูกจุดโทษช่วงทดเวลาบาดเจ็บเพื่อโค่นทีมจากจอร์แดนที่สู้อย่างมีหัวจิตหัวใจและเกือบจะสร้างประวัติศาสตร์พลิกล็อก
ประตูสุดสวยของ โรมาโน ชมิด และลูกตีเสมอครั้งประวัติศาสตร์ของ อะลี ออลวาน เป็นการเปิดฉากครึ่งหลังที่ตื่นเต้น แต่สุดท้ายแล้ว ความผิดพลาดในแนวรับของจอร์แดนสองครั้งคือตัวตัดสินเกม: ลูกเปิดจากเตะมุมที่แฉลบหัวของ ยาซาน อัล-อาหรับ เข้าประตูตัวเอง และจังหวะแฮนด์บอลของ ซาลีม โอบาอิด ที่ทำให้ มาร์โก อาร์นาอูโตวิช สังหารจุดโทษปิดเกม
ออสเตรียออกนำก่อนในนาทีที่ 21 โรมาโน ชมิด มิดฟิลด์จากแวร์เดอร์ เบรเมน รับบอลบริเวณหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนจะตัดเข้าในและซัดด้วยขวาเต็มแรง บอลพุ่งผ่านมือ ยาซีด อบู ไลลา ผู้รักษาประตูจอร์แดนเข้าไปอย่างเด็ดขาด โดยมี ซาเวอร์ ชลาเกอร์ เป็นผู้จ่ายบอลทะลุช่องให้ในจังหวะการเล่นที่ต่อเนื่องของทีม
ประตูนี้ทำให้ออสเตรียขึ้นนำ 1-0 และช่วยคลายความกดดันในช่วงต้นเกมต่อหน้าผู้ชม 68,527 คนที่ซานตาคลารา รัฐแคลิฟอร์เนีย จอร์แดนตอบโต้ด้วยการกดดันหนักก่อนหมดครึ่งแรก—อเล็กซานเดอร์ ชลาเกอร์ ผู้รักษาประตูออสเตรียต้องออกแรงเซฟตั้งแต่ต้นเกมเพื่อป้องกันลูกยิงของ Odeh Fakhoury และทีมจากเอเชียยังมีจังหวะยิงชนเสาอีกด้วย แต่สุดท้ายออสเตรียก็รักษาสกอร์นำไว้ได้จนจบครึ่งแรก
ห้านาทีหลังจากเริ่มครึ่งหลัง จอร์แดนก็สร้างช่วงเวลาที่จะถูกนำกลับมาเปิดดูซ้ำอีกหลายชั่วอายุคน พวกเขาแย่งบอลคืนมาได้ในแดนของตัวเอง และ นัวร์ อัล-ราวับเดห์ ก็จ่ายบอลให้ อะลี ออลวาน ที่ฉีกหนีขึ้นไปทางกราบซ้าย ออลวานตัดเข้าในกรอบ 18 หลา แล้วปั่นด้วยขวาอย่างสุดสวย โค้งหนีมือ อเล็กซานเดอร์ ชลาเกอร์ และเสียบเสาไกลอย่างงดงาม
นี่คือประตูแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกของจอร์แดน—เป็นช่วงเวลาแห่งความภาคภูมิใจของทีมหน้าใหม่และแฟนบอลผู้ภักดีของพวกเขา ออลวาน ผู้เป็นดาวซัลโวสูงสุดของทีมในรอบคัดเลือก เกือบจะทำประตูได้แล้วจากจังหวะโหม่งตั้งท่าสวยๆ ก่อนหน้านี้ แต่นี่คือประตูที่ประเทศของเขาเฝ้ารอคอย
ประตูตีเสมอนี้เปลี่ยนโมเมนตัมของเกมมาเป็นของจอร์แดนอย่างสิ้นเชิง รังนิกตอบสนองด้วยการเปลี่ยนตัวถึงสามคนรวด ส่งกองหน้าตัวเก๋าอย่าง มาร์โก อาร์นาอูโตวิช ลงสนามเพื่อหาคำตอบให้กับเกม
เกมดูเหมือนจะมุ่งหน้าไปสู่ผลเสมอ—หรืออาจจะเลวร้ายกว่านั้นสำหรับออสเตรีย—จนกระทั่งนาทีที่ 76 มาร์เซล ซาบิทเซอร์ เปิดลูกเตะมุมจากฝั่งซ้าย และบอลก็ไปแฉลบศีรษะของ ยาซาน อัล-อาหรับ กองหลังทีมชาติจอร์แดน เข้าประตูตัวเองไปอย่างโชคร้าย มันเป็นจังหวะที่ทารุณจิตใจของจอร์แดนอย่างมาก เมื่อพวกเขาต่อกรกับออสเตรียได้อย่างสูสี ทั้งจำนวนการยิงและการยิงเข้ากรอบตลอดทั้งเกม
ประตูพลิกจังหวะนี้ทำให้ออสเตรียขึ้นนำอีกครั้งเป็น 2-1 และเปลี่ยนแรงกดดันกลับไปอยู่ที่ทีมหน้าเปิด จอร์แดนพยายามบุกอย่างหนักเพื่อตีเสมออีกครั้ง แต่ก็เริ่มปล่อยให้มีช่องว่างในแนวรับ
ออสเตรียเกือบขยับสกอร์หนีห่างไปก่อนหน้านี้ เมื่อ อาร์นาอูโตวิช แท็ปอินใกล้กรอบประตูจากลูกเตะมุมในนาทีที่ 69 แต่ประตูถูกยกเลิกหลังจาก การตรวจสอบจาก VAR (ผู้ช่วยผู้ตัดสินวิดีโอ) ระบุว่า สเตฟาน พอช ใช้แขนสัมผัสบอลก่อนหน้านั้น
อย่างไรก็ตาม ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บลึกๆ โชคของจอร์แดนก็หมดลง ในนาทีที่ 10 ของช่วงทดเวลา การตรวจสอบ VAR นำไปสู่การให้จุดโทษแก่ออสเตรีย หลังจากที่ ซาลีม โอบาอิด ถูกตัดสินว่าใช้แขนสัมผัสบอล (แฮนด์บอล) ในกรอบเขตโทษ
อาร์นาอูโตวิช รับหน้าที่สังหารในนาทีที่ 12 ของช่วงทดเวลาครึ่งหลัง และยิงเข้าไปอย่างเฉียบขาดตรงมุมซ้ายล่างของประตู ทำให้เกมขาด 3-1 กองหน้าตัวสำรองวัย 37 ปีรายนี้ พิสูจน์ให้เห็นว่าเป็นตัวเปลี่ยนเกมในศึกที่ดุเดือดและเปิดหน้ากันไปมาครั้งนี้
ชัยชนะครั้งนี้ทำให้ออสเตรียขึ้นไปนำเป็นจ่าฝูงของกลุ่ม J ร่วมกับอาร์เจนตินา ในขณะที่จอร์แดนต้องกลับไปทบทวนถึงฟอร์มการเล่นที่พวกเขาสมควรได้รับมากกว่านี้ ลูกทีมของ จามาล เซลลามี เป็นฝ่ายได้เปรียบและเดินหน้าเข้าใส่ในช่วงเวลาสำคัญๆ ของเกม และแสดงให้เห็นว่าพวกเขาคู่ควรกับการอยู่บนเวทีระดับโลก แต่ความผิดพลาดที่แพงลิบสองครั้งในเกมรับทำให้พวกเขาจบเกมด้วยมือเปล่า
ในขณะเดียวกัน ออสเตรียก็จบการรอคอยชัยชนะในฟุตบอลโลกที่ยาวนานถึง 36 ปี—นับตั้งแต่พวกเขาเคยชนะสหรัฐอเมริกาในฟุตบอลโลก อิตาเลีย '90—และทำให้พวกเขาอยู่ในเส้นทางที่ดีสำหรับการเข้ารอบน็อกเอาต์
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
ออสเตรียเก็บสามแต้มแรกในฟุตบอลโลก 2026 ด้วยการเฉือนชนะจอร์แดน ทีมน้องใหม่แห่งทัวร์นาเมนต์ 3 1 จากลูกแฉลบเข้าประตูตัวเองของ ยาซาน อัล อาหรับ ในนาทีที่ 76 และลูกจุดโทษช่วงทดเวลาบาดเจ็บของ มาร์โก อาร์นาอูโตวิช ตัวสำรองตั...
ออสเตรียเก็บสามแต้มแรกในฟุตบอลโลก 2026 ด้วยการเฉือนชนะจอร์แดน ทีมน้องใหม่แห่งทัวร์นาเมนต์ 3 1 จากลูกแฉลบเข้าประตูตัวเองของ ยาซาน อัล อาหรับ ในนาทีที่ 76 และลูกจุดโทษช่วงทดเวลาบาดเจ็บของ มาร์โก อาร์นาอูโตวิช ตัวสำรองตั... เกมดำเนินไปอย่างสูสี โดย ออสเตรียได้ประตูขึ้นนำก่อนจากลูกยิงไกลสุดสวยของ โรมาโน ชมิด ในนาทีที่ 21 ก่อนที่ อะลี ออลวาน จะยิงประตูประวัติศาสตร์ลูกแรกของจอร์แดนในฟุตบอลโลกตีเสมอให้กับทีมในช่วงต้นครึ่งหลัง ท่ามกลางผู้ชม 6...
จอร์แดนสร้างปัญหาให้กับออสเตรียได้ตลอดทั้งเกม แต่ความผิดพลาดในเกมรับสองครั้ง โดยเฉพาะจังหวะที่กองหลังอย่าง ซาลีม โอบาอิด ทำแฮนด์บอลในช่วงทดเวลาบาดเจ็บลึกๆ ส่งผลให้ทีมต้องอกหักพ่ายแพ้ไปในที่สุด