คำตอบการวิจัย
ประเด็นสำคัญ ยอดส่งมอบสมาร์ทโฟนทั่วโลกในไตรมาส 1 ปี 2026 ลดลง 6% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากการขาดแคลนชิป DRAM และ NAND อย่างรุนแรง แต่แอปเปิลกลับคว้าตำแหน่งผู้นำตลาดไตรมาสแรกได้เป็นครั้งแรก ด้วยส่วนแบ่ง 21% [2][4] ปัจจัยหนุนผลงานโดดเด่นของแอปเปิลมาจากดีมานด์ iPhone 17 ที่ร้อนแรงเกินคาด และยอดส่งมอบในจีนที่พุ่ง 20% แม้ตลาดสมาร์ทโฟนจีนโดยรวมจะหดตัว 4% ก็ตาม [5][6] ต้นทุนชิปความจำที่พุ่งสูงและข้อจำกัดด้านอุปทาน คือความกังวลอันดับหนึ่งของอุตสาหกรรม ส่งผลให้คู่แข่งฝั่งแอนดรอยด์ถูกรัดเข็มขัดด้านการผลิตและกำไร ขณะที่การคลี่คลายอาจไม่เกิดขึ้นจนกว่าช่วงครึ่งหลังของปี 2026 [3][4] How did Apple and Samsung perform in the global smartphone production race in Q1 2026, what drove Apple's nearly 20% production surge, how d Apple captured the top spot in Q1 2026 as a memory chip shortage reshaped the global smartphone race. AI พรอมต์ Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How did Apple and Samsung perform in the global smartphone production race in Q1 2026, what drove Apple's nearly 20% production surge, how d. Article summary: Here's a breakdown of how Apple and Samsung performed in the global smartphone race in Q1 2026, what drove Apple's surge, how the broader market contracted, and what lies ahead.. Topic tags: general, general web, user generated, news. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "Sign up for Instagram to stay in the loop. In 1Q 2026, Samsung led the global smartphone market with 65.4 million shipments (up 8%), taking a 22% share, driven by strong demand for" source context "Instagram" Reference image 2: visual subject "Sign up for Instagram to stay in the loop. In 1Q 2026, Samsung led the global smartphone market with 65.4 m
openai.com อุตสาหกรรมสมาร์ทโฟนทั่วโลกเข้าสู่ปี 2026 ท่ามกลางมรสุมรอบด้าน ปัญหาการขาดแคลนชิปหน่วยความจำ DRAM และ NAND อย่างรุนแรง ผนวกกับความเปราะบางของความเชื่อมั่นผู้บริโภคและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรงขึ้น ผลลัพธ์คือยอดส่งมอบสมาร์ทโฟนทั่วโลกในไตรมาสแรกลดลงอย่างเจ็บปวดถึง 6% เมื่อเทียบเป็นรายปี จากข้อมูลของ Counterpoint Research ทว่าท่ามกลางภาวะหดตัวนี้เอง แอปเปิลกลับสร้างประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญ ด้วยการครองส่วนแบ่งตลาดโลกสูงสุดในไตรมาสแรกได้เป็นครั้งแรก นี่คือวิธีที่บริษัทจากคูเปอร์ติโนว่ายทวนกระแส จุดสะดุดของซัมซุง และสิ่งที่จะเกิดขึ้นในช่วงที่เหลือของปีอันปั่นป่วนนี้
สมรภูมิ Q1/2026: ตลาดภายใต้แรงกดดัน
ตัวเลขดิบเผยให้เห็นภาพวิกฤตของอุตสาหกรรมอย่างชัดเจน ยอดส่งมอบสมาร์ทโฟนทั่วโลกหดตัวลง 6% YoY ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการหยุดชะงักของอุปทาน DRAM และ NAND ที่ทำให้ต้นทุนเพิ่มสูงขึ้นและกระบวนการผลิตของผู้ผลิตหลายรายต้องสะดุด ตลาดสมาร์ทโฟนที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างจีนก็ไม่รอดพ้น โดยมียอดส่งมอบลดลง 4% ในช่วงเวลาเดียวกัน สาเหตุหลักของภาวะถดถอยนี้มีสองประการ คือ การขาดแคลนส่วนประกอบที่จำกัดจำนวนการผลิต และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งบั่นทอนความเต็มใจในการจับจ่ายของผู้บริโภค
คนยังถาม คำตอบสั้น ๆ สำหรับ "แอปเปิลทุบสถิติ ผงาดเบอร์หนึ่งตลาดสมาร์ทโฟนโลกไตรมาส 1/2026 ครั้งแรก ท่ามกลางวิกฤตชิปความจำ" คืออะไร ยอดส่งมอบสมาร์ทโฟนทั่วโลกในไตรมาส 1 ปี 2026 ลดลง 6% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากการขาดแคลนชิป DRAM และ NAND อย่างรุนแรง แต่แอปเปิลกลับคว้าตำแหน่งผู้นำตลาดไตรมาสแรกได้เป็นครั้งแรก ด้วยส่วนแบ่ง 21% [2][4]
ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนคืออะไร? ยอดส่งมอบสมาร์ทโฟนทั่วโลกในไตรมาส 1 ปี 2026 ลดลง 6% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากการขาดแคลนชิป DRAM และ NAND อย่างรุนแรง แต่แอปเปิลกลับคว้าตำแหน่งผู้นำตลาดไตรมาสแรกได้เป็นครั้งแรก ด้วยส่วนแบ่ง 21% [2][4] ปัจจัยหนุนผลงานโดดเด่นของแอปเปิลมาจากดีมานด์ iPhone 17 ที่ร้อนแรงเกินคาด และยอดส่งมอบในจีนที่พุ่ง 20% แม้ตลาดสมาร์ทโฟนจีนโดยรวมจะหดตัว 4% ก็ตาม [5][6]
ฉันควรทำอย่างไรต่อไปในทางปฏิบัติ? ต้นทุนชิปความจำที่พุ่งสูงและข้อจำกัดด้านอุปทาน คือความกังวลอันดับหนึ่งของอุตสาหกรรม ส่งผลให้คู่แข่งฝั่งแอนดรอยด์ถูกรัดเข็มขัดด้านการผลิตและกำไร ขณะที่การคลี่คลายอาจไม่เกิดขึ้นจนกว่าช่วงครึ่งหลังของปี 2026 [3][4]
คำตอบการวิจัย
ประเด็นสำคัญ ยอดส่งมอบสมาร์ทโฟนทั่วโลกในไตรมาส 1 ปี 2026 ลดลง 6% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากการขาดแคลนชิป DRAM และ NAND อย่างรุนแรง แต่แอปเปิลกลับคว้าตำแหน่งผู้นำตลาดไตรมาสแรกได้เป็นครั้งแรก ด้วยส่วนแบ่ง 21% [2][4] ปัจจัยหนุนผลงานโดดเด่นของแอปเปิลมาจากดีมานด์ iPhone 17 ที่ร้อนแรงเกินคาด และยอดส่งมอบในจีนที่พุ่ง 20% แม้ตลาดสมาร์ทโฟนจีนโดยรวมจะหดตัว 4% ก็ตาม [5][6] ต้นทุนชิปความจำที่พุ่งสูงและข้อจำกัดด้านอุปทาน คือความกังวลอันดับหนึ่งของอุตสาหกรรม ส่งผลให้คู่แข่งฝั่งแอนดรอยด์ถูกรัดเข็มขัดด้านการผลิตและกำไร ขณะที่การคลี่คลายอาจไม่เกิดขึ้นจนกว่าช่วงครึ่งหลังของปี 2026 [3][4] How did Apple and Samsung perform in the global smartphone production race in Q1 2026, what drove Apple's nearly 20% production surge, how d Apple captured the top spot in Q1 2026 as a memory chip shortage reshaped the global smartphone race. AI พรอมต์ Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How did Apple and Samsung perform in the global smartphone production race in Q1 2026, what drove Apple's nearly 20% production surge, how d. Article summary: Here's a breakdown of how Apple and Samsung performed in the global smartphone race in Q1 2026, what drove Apple's surge, how the broader market contracted, and what lies ahead.. Topic tags: general, general web, user generated, news. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "Sign up for Instagram to stay in the loop. In 1Q 2026, Samsung led the global smartphone market with 65.4 million shipments (up 8%), taking a 22% share, driven by strong demand for" source context "Instagram" Reference image 2: visual subject "Sign up for Instagram to stay in the loop. In 1Q 2026, Samsung led the global smartphone market with 65.4 m
openai.com อุตสาหกรรมสมาร์ทโฟนทั่วโลกเข้าสู่ปี 2026 ท่ามกลางมรสุมรอบด้าน ปัญหาการขาดแคลนชิปหน่วยความจำ DRAM และ NAND อย่างรุนแรง ผนวกกับความเปราะบางของความเชื่อมั่นผู้บริโภคและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรงขึ้น ผลลัพธ์คือยอดส่งมอบสมาร์ทโฟนทั่วโลกในไตรมาสแรกลดลงอย่างเจ็บปวดถึง 6% เมื่อเทียบเป็นรายปี จากข้อมูลของ Counterpoint Research ทว่าท่ามกลางภาวะหดตัวนี้เอง แอปเปิลกลับสร้างประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญ ด้วยการครองส่วนแบ่งตลาดโลกสูงสุดในไตรมาสแรกได้เป็นครั้งแรก นี่คือวิธีที่บริษัทจากคูเปอร์ติโนว่ายทวนกระแส จุดสะดุดของซัมซุง และสิ่งที่จะเกิดขึ้นในช่วงที่เหลือของปีอันปั่นป่วนนี้
สมรภูมิ Q1/2026: ตลาดภายใต้แรงกดดัน
ตัวเลขดิบเผยให้เห็นภาพวิกฤตของอุตสาหกรรมอย่างชัดเจน ยอดส่งมอบสมาร์ทโฟนทั่วโลกหดตัวลง 6% YoY ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการหยุดชะงักของอุปทาน DRAM และ NAND ที่ทำให้ต้นทุนเพิ่มสูงขึ้นและกระบวนการผลิตของผู้ผลิตหลายรายต้องสะดุด ตลาดสมาร์ทโฟนที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างจีนก็ไม่รอดพ้น โดยมียอดส่งมอบลดลง 4% ในช่วงเวลาเดียวกัน สาเหตุหลักของภาวะถดถอยนี้มีสองประการ คือ การขาดแคลนส่วนประกอบที่จำกัดจำนวนการผลิต และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งบั่นทอนความเต็มใจในการจับจ่ายของผู้บริโภค
คนยังถาม คำตอบสั้น ๆ สำหรับ "แอปเปิลทุบสถิติ ผงาดเบอร์หนึ่งตลาดสมาร์ทโฟนโลกไตรมาส 1/2026 ครั้งแรก ท่ามกลางวิกฤตชิปความจำ" คืออะไร ยอดส่งมอบสมาร์ทโฟนทั่วโลกในไตรมาส 1 ปี 2026 ลดลง 6% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากการขาดแคลนชิป DRAM และ NAND อย่างรุนแรง แต่แอปเปิลกลับคว้าตำแหน่งผู้นำตลาดไตรมาสแรกได้เป็นครั้งแรก ด้วยส่วนแบ่ง 21% [2][4]
ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนคืออะไร? ยอดส่งมอบสมาร์ทโฟนทั่วโลกในไตรมาส 1 ปี 2026 ลดลง 6% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากการขาดแคลนชิป DRAM และ NAND อย่างรุนแรง แต่แอปเปิลกลับคว้าตำแหน่งผู้นำตลาดไตรมาสแรกได้เป็นครั้งแรก ด้วยส่วนแบ่ง 21% [2][4] ปัจจัยหนุนผลงานโดดเด่นของแอปเปิลมาจากดีมานด์ iPhone 17 ที่ร้อนแรงเกินคาด และยอดส่งมอบในจีนที่พุ่ง 20% แม้ตลาดสมาร์ทโฟนจีนโดยรวมจะหดตัว 4% ก็ตาม [5][6]
ฉันควรทำอย่างไรต่อไปในทางปฏิบัติ? ต้นทุนชิปความจำที่พุ่งสูงและข้อจำกัดด้านอุปทาน คือความกังวลอันดับหนึ่งของอุตสาหกรรม ส่งผลให้คู่แข่งฝั่งแอนดรอยด์ถูกรัดเข็มขัดด้านการผลิตและกำไร ขณะที่การคลี่คลายอาจไม่เกิดขึ้นจนกว่าช่วงครึ่งหลังของปี 2026 [3][4]
แอปเปิลฝ่าฟันสภาพแวดล้อมนี้มาจนได้ส่วนแบ่งตลาดโลก 21% โดยมียอดส่งมอบเติบโต 5% เมื่อเทียบเป็นรายปี ขึ้นนำตลาดได้สำเร็จ ในทางตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง ซัมซุงซึ่งเคยครองตำแหน่งผู้นำในไตรมาสแรกมาอย่างยาวนาน กลับมียอดส่งมอบลดลง 6% จนเหลือส่วนแบ่ง 20% สมาร์ทโฟนกลุ่มกลางและ Galaxy A Series ที่เน้นปริมาณการขายของซัมซุง คือกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากการขาดแคลนส่วนประกอบ ซึ่งบีบอัดความสามารถในการผลิตและการแข่งขันด้านราคาลงอย่างมาก
สมการความสำเร็จของแอปเปิล: ดีมานด์, ระเบียบวินัย และการคัมแบ็กในจีน ชัยชนะของแอปเปิลไม่ได้มาจากสินค้าที่แข็งแกร่งเพียงอย่างเดียว หากแต่เป็นมาสเตอร์คลาสในการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานท่ามกลางแรงกดดันขั้นสูงสุด ไลน์อัพ iPhone 17 ก่อให้เกิดสิ่งที่ ทิม คุก ซีอีโอของบริษัทเรียกว่า "ดีมานด์ที่ไม่เคยมีมาก่อน" ผลักดันให้บริษัทมีรายได้จาก iPhone สูงสุดเป็นประวัติการณ์ในไตรมาสแรก ยอดขายที่ร้อนแรงเกินต้านนี้รวดเร็วเสียจนแอปเปิลต้องเข้าสู่ "โหมดไล่ล่าอุปทาน" และเร่งเครื่องผลิตเพื่อเติมสต็อกในช่องทางจัดจำหน่ายที่ร่อยหรอจนอยู่ในระดับที่อันตราย
ที่สำคัญยิ่งคือ แอปเปิลจัดการวิกฤตชิปความจำได้ดีกว่าคู่แข่ง การบริหารห่วงโซ่อุปทานเชิงรุกของบริษัท ทำให้สามารถเข้าถึงชิ้นส่วน DRAM และ NAND ที่หายากได้ดีกว่า ช่วยปกป้อง iPhone ที่ตั้งราคาระดับพรีเมียมไว้ได้จากภาวะชะงักงันของการผลิตที่บรรดาคู่แข่งฝั่งแอนดรอยด์ต้องเผชิญ
จุดสะดุดของซัมซุง และภาพอนาคตที่เจ็บปวดกว่าเดิม ยอดส่งมอบของซัมซุงที่ลดลง 6% ใน Q1 2026 สะท้อนให้เห็นจุดอ่อนเชิงโครงสร้างในตลาดที่ถูกจำกัดด้วยอุปทาน ด้วยอำนาจการตั้งราคาที่น้อยกว่าในพอร์ตโฟลิโออุปกรณ์ระดับกลางที่กว้างขวาง บริษัทจึงไม่สามารถซับซับต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่าแอปเปิล นำไปสู่การสูญเสียทั้งปริมาณและส่วนแบ่งการตลาด สถานการณ์นี้เป็นสัญลักษณ์แห่งแรงกดดันที่ผู้ผลิตอุปกรณ์ดั้งเดิม ที่มียอดขายหลักเป็นแอนดรอยด์ทุกรายกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้
แนวโน้มตลาดสมาร์ทโฟนเต็มปี 2026 นั้นน่ากังวลอย่างยิ่ง โดยสำนักวิเคราะห์ต่าง ๆ มีมุมมองที่แตกต่างกันในแง่ขนาด แต่เป็นเอกฉันท์ในทิศทางเดียวคือ "ติดลบ" นักวิเคราะห์ในอุตสาหกรรมคาดการณ์ว่าตลาดจะหดตัวอย่างมีนัยสำคัญจากวิกฤตชิปความจำที่ยังดำเนินอยู่และแรงต้านทางภูมิรัฐศาสตร์:
IDC (พยากรณ์เดือนพฤษภาคม 2026): คาดการณ์ว่ายอดส่งมอบสมาร์ทโฟนทั่วโลกจะลดลงเป็นประวัติการณ์ถึง 13.9% มาอยู่ที่ 1.09 พันล้านเครื่อง ซึ่งจะเป็นการหดตัวต่อปีที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกมา
Omdia (พยากรณ์เดือนมีนาคม 2026): มองว่าตลาดจะลดลงประมาณ 7% โดยตั้งอยู่บนสมมติฐานที่ว่าแรงกดดันด้านราคาและอุปทานชิปความจำที่ตึงตัวจะเริ่มคลี่คลายในช่วงครึ่งปีหลัง อย่างไรก็ตาม Omdia ยังได้เตือนถึงสถานการณ์ขาลงที่อาจทำให้ตลาดหดตัวเกินกว่า 15% อีกด้วย
Counterpoint Research: ยืนยันการเริ่มต้นที่ย่ำแย่ โดย Q1 ลดลง 6% และคาดว่าแนวโน้มเชิงลบจะดำเนินต่อไปตลอดทั้งปี
ตัวแปรสำคัญสำหรับช่วงเวลาที่เหลือของปี 2026 คือตลาดชิปความจำ ฉันทามติของอุตสาหกรรมชี้ว่า หากแรงกดดันด้านราคาของ DRAM และ NAND เริ่มลดลงในช่วงครึ่งปีหลังตามที่ Omdia คาดการณ์ไว้ การหดตัวทั้งปีก็อาจเบาบางลงได้ อย่างไรก็ตาม หากภาวะขาดแคลนยังคงอยู่ หรืออุปสงค์ย่ำแย่ลงอีกจากผลของความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่าน การคาดการณ์ในแง่ร้ายกว่าของ IDC ก็อาจเป็นจริง ส่งผลให้ตลาดดิ่งสู่จุดต่ำสุดครั้งใหม่
แอปเปิลฝ่าฟันสภาพแวดล้อมนี้มาจนได้ส่วนแบ่งตลาดโลก 21% โดยมียอดส่งมอบเติบโต 5% เมื่อเทียบเป็นรายปี ขึ้นนำตลาดได้สำเร็จ ในทางตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง ซัมซุงซึ่งเคยครองตำแหน่งผู้นำในไตรมาสแรกมาอย่างยาวนาน กลับมียอดส่งมอบลดลง 6% จนเหลือส่วนแบ่ง 20% สมาร์ทโฟนกลุ่มกลางและ Galaxy A Series ที่เน้นปริมาณการขายของซัมซุง คือกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากการขาดแคลนส่วนประกอบ ซึ่งบีบอัดความสามารถในการผลิตและการแข่งขันด้านราคาลงอย่างมาก
สมการความสำเร็จของแอปเปิล: ดีมานด์, ระเบียบวินัย และการคัมแบ็กในจีน ชัยชนะของแอปเปิลไม่ได้มาจากสินค้าที่แข็งแกร่งเพียงอย่างเดียว หากแต่เป็นมาสเตอร์คลาสในการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานท่ามกลางแรงกดดันขั้นสูงสุด ไลน์อัพ iPhone 17 ก่อให้เกิดสิ่งที่ ทิม คุก ซีอีโอของบริษัทเรียกว่า "ดีมานด์ที่ไม่เคยมีมาก่อน" ผลักดันให้บริษัทมีรายได้จาก iPhone สูงสุดเป็นประวัติการณ์ในไตรมาสแรก ยอดขายที่ร้อนแรงเกินต้านนี้รวดเร็วเสียจนแอปเปิลต้องเข้าสู่ "โหมดไล่ล่าอุปทาน" และเร่งเครื่องผลิตเพื่อเติมสต็อกในช่องทางจัดจำหน่ายที่ร่อยหรอจนอยู่ในระดับที่อันตราย
ที่สำคัญยิ่งคือ แอปเปิลจัดการวิกฤตชิปความจำได้ดีกว่าคู่แข่ง การบริหารห่วงโซ่อุปทานเชิงรุกของบริษัท ทำให้สามารถเข้าถึงชิ้นส่วน DRAM และ NAND ที่หายากได้ดีกว่า ช่วยปกป้อง iPhone ที่ตั้งราคาระดับพรีเมียมไว้ได้จากภาวะชะงักงันของการผลิตที่บรรดาคู่แข่งฝั่งแอนดรอยด์ต้องเผชิญ
จุดสะดุดของซัมซุง และภาพอนาคตที่เจ็บปวดกว่าเดิม ยอดส่งมอบของซัมซุงที่ลดลง 6% ใน Q1 2026 สะท้อนให้เห็นจุดอ่อนเชิงโครงสร้างในตลาดที่ถูกจำกัดด้วยอุปทาน ด้วยอำนาจการตั้งราคาที่น้อยกว่าในพอร์ตโฟลิโออุปกรณ์ระดับกลางที่กว้างขวาง บริษัทจึงไม่สามารถซับซับต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่าแอปเปิล นำไปสู่การสูญเสียทั้งปริมาณและส่วนแบ่งการตลาด สถานการณ์นี้เป็นสัญลักษณ์แห่งแรงกดดันที่ผู้ผลิตอุปกรณ์ดั้งเดิม ที่มียอดขายหลักเป็นแอนดรอยด์ทุกรายกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้
แนวโน้มตลาดสมาร์ทโฟนเต็มปี 2026 นั้นน่ากังวลอย่างยิ่ง โดยสำนักวิเคราะห์ต่าง ๆ มีมุมมองที่แตกต่างกันในแง่ขนาด แต่เป็นเอกฉันท์ในทิศทางเดียวคือ "ติดลบ" นักวิเคราะห์ในอุตสาหกรรมคาดการณ์ว่าตลาดจะหดตัวอย่างมีนัยสำคัญจากวิกฤตชิปความจำที่ยังดำเนินอยู่และแรงต้านทางภูมิรัฐศาสตร์:
IDC (พยากรณ์เดือนพฤษภาคม 2026): คาดการณ์ว่ายอดส่งมอบสมาร์ทโฟนทั่วโลกจะลดลงเป็นประวัติการณ์ถึง 13.9% มาอยู่ที่ 1.09 พันล้านเครื่อง ซึ่งจะเป็นการหดตัวต่อปีที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกมา
Omdia (พยากรณ์เดือนมีนาคม 2026): มองว่าตลาดจะลดลงประมาณ 7% โดยตั้งอยู่บนสมมติฐานที่ว่าแรงกดดันด้านราคาและอุปทานชิปความจำที่ตึงตัวจะเริ่มคลี่คลายในช่วงครึ่งปีหลัง อย่างไรก็ตาม Omdia ยังได้เตือนถึงสถานการณ์ขาลงที่อาจทำให้ตลาดหดตัวเกินกว่า 15% อีกด้วย
Counterpoint Research: ยืนยันการเริ่มต้นที่ย่ำแย่ โดย Q1 ลดลง 6% และคาดว่าแนวโน้มเชิงลบจะดำเนินต่อไปตลอดทั้งปี
ตัวแปรสำคัญสำหรับช่วงเวลาที่เหลือของปี 2026 คือตลาดชิปความจำ ฉันทามติของอุตสาหกรรมชี้ว่า หากแรงกดดันด้านราคาของ DRAM และ NAND เริ่มลดลงในช่วงครึ่งปีหลังตามที่ Omdia คาดการณ์ไว้ การหดตัวทั้งปีก็อาจเบาบางลงได้ อย่างไรก็ตาม หากภาวะขาดแคลนยังคงอยู่ หรืออุปสงค์ย่ำแย่ลงอีกจากผลของความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่าน การคาดการณ์ในแง่ร้ายกว่าของ IDC ก็อาจเป็นจริง ส่งผลให้ตลาดดิ่งสู่จุดต่ำสุดครั้งใหม่