ดังนั้นดีลนี้ไม่ได้ทำให้ราคาน้ำมันร่วงทันที แต่ช่วยตอกย้ำว่า ตลาดกำลังแบ่งเป็นสองฝั่ง ระหว่างคนที่กลัวความเสี่ยงด้านอุปทานกับคนที่ป้องกันความเสี่ยงจากการลดลงของราคา
ช่องแคบฮอร์มุซเป็นหนึ่งในคอขวดด้านพลังงานที่สำคัญที่สุดของโลก น้ำมันจำนวนมากจากตะวันออกกลางต้องผ่านเส้นทางนี้ก่อนจะไปยังเอเชีย ยุโรป และส่วนอื่นของโลก
ข่าวเกี่ยวกับพื้นที่นี้จึงส่งผลต่อราคาน้ำมันอย่างรวดเร็ว เช่น
ความสามารถของอิหร่านในการ ควบคุมหรือจำกัดการผ่านของเรือบรรทุกน้ำมัน ทำให้ตลาดตอบสนองต่อข่าวทุกชิ้นอย่างรวดเร็ว
ดีลออปชันขนาด 134 ล้านบาร์เรลเกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดกำลังตั้งคำถามเกี่ยวกับพฤติกรรมการซื้อขายบางรายการ
ผู้สังเกตการณ์พบว่ามี ธุรกรรมขนาดใหญ่หลายครั้งเกิดขึ้นก่อนข่าวภูมิรัฐศาสตร์สำคัญ ตัวอย่างหนึ่งคือการเปิดสถานะขาลงใน Brent มูลค่าประมาณ 760 ล้านดอลลาร์ เพียงราว 20 นาที ก่อนอิหร่านประกาศว่าช่องแคบฮอร์มุซเปิดให้เดินเรือ ซึ่งทำให้ราคาน้ำมันร่วงแรง
เหตุการณ์ลักษณะนี้ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับ
จนถึงตอนนี้ ยังไม่มีหลักฐานว่าดีล 134 ล้านบาร์เรลเกี่ยวข้องกับข้อมูลวงใน และตัวตนของผู้ซื้อขายยังไม่ถูกเปิดเผย
แม้จะมีการเดิมพันขาลง แต่ตลาดยังมีปัจจัยที่อาจผลักดันราคาให้สูงขึ้น เช่น
ตลาดออปชันบางส่วนยังสะท้อน ความเสี่ยงด้านราคาพุ่งแรง (tail risk) โดยมีการเดิมพันว่าราคา Brent อาจแตะระดับสูงมาก หากการหยุดชะงักของฮอร์มุซยืดเยื้อ
โครงสร้าง put spread ที่ $91/$90 ชี้ให้เห็นอีกความเป็นไปได้หนึ่ง คือการหายไปอย่างรวดเร็วของ “พรีเมียมความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์”
ปัจจัยที่อาจทำให้ราคาลดลง ได้แก่
ในระยะสั้น ตลาดน้ำมันอาจไม่ได้เข้าสู่เทรนด์ชัดเจน แต่จะยังคงผันผวนตามข่าว
ขณะนี้มีแรงสองด้านที่กำลังแข่งขันกันอยู่
ตราบใดที่ความไม่แน่นอนเหล่านี้ยังไม่จบ ราคาน้ำมัน Brent มีแนวโน้มจะ เหวี่ยงแรงตามข่าวและธุรกรรมอนุพันธ์ขนาดใหญ่
ดีลออปชัน 134 ล้านบาร์เรลจึงเป็นตัวอย่างชัดเจนของวิธีที่นักลงทุนมืออาชีพกำลังจัดการกับความไม่แน่นอนนี้: ป้องกันความเสี่ยงจากการร่วงของราคา แม้จะรู้ว่าปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ยังสามารถผลักดันราคาขึ้นได้ทุกเมื่อ
Comments
0 comments