จากการวิเคราะห์หลายแหล่ง รวมถึงคำแถลงของเจ้าหน้าที่รัสเซีย ข้อเรียกร้องหลักของมอสโกในการเจรจามักประกอบด้วย
• การยอมรับการควบคุมของรัสเซียเหนือดินแดนที่ยึดครอง รวมถึงไครเมีย และสี่ภูมิภาคที่รัสเซียประกาศผนวกในปี 2022
• การถอนกำลังของยูเครนออกจากพื้นที่ดอนบาสที่ยังอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลเคียฟ เป็นเงื่อนไขก่อนเริ่มการเจรจาหรือหยุดยิง
สำหรับยูเครน เงื่อนไขเหล่านี้ถือว่ายอมรับได้ยากมาก รัฐบาลเคียฟยืนยันหลายครั้งว่าจะไม่ยอมรับการผนวกดินแดนของรัสเซีย และจะไม่ยกดินแดนอธิปไตยให้
เครมลินไม่ได้ยืนยันว่ามี เส้นตายชัดเจน สำหรับการยุติสงคราม โฆษกเครมลิน ดมิทรี เพสคอฟ ระบุหลายครั้งว่า ยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าสงครามจะจบเมื่อใด และการเจรจามีความซับซ้อนสูง
เจ้าหน้าที่รัสเซียยังกล่าวว่ากระบวนการสันติภาพในตอนนี้ หยุดชะงักอยู่ชั่วคราว แต่มีความเป็นไปได้ที่จะกลับมาเดินหน้าต่อ และมอสโกคาดหวังให้สหรัฐมีบทบาทไกล่เกลี่ยต่อไป
ท่าทีเช่นนี้สะท้อนกลยุทธ์การสื่อสารของเครมลิน คือส่งสัญญาณเปิดรับการทูต ขณะเดียวกันก็ยังยืนกรานเงื่อนไขที่ยูเครนและพันธมิตรตะวันตกมองว่าไม่อาจยอมรับได้
มีหลายปัจจัยที่ทำให้เกิดการคาดการณ์ว่ามอสโกอาจกำลังมองหาทางจบสงคราม
ภาวะสงครามชะงักงันในสนามรบ
หลังจากการสู้รบอย่างหนักหลายปี ทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถได้ชัยชนะเด็ดขาด นักวิเคราะห์จำนวนหนึ่งมองว่า ทั้งรัสเซียและยูเครนยังไม่มีเงื่อนไขที่จะเปลี่ยนสมดุลของสงครามอย่างชัดเจน
แรงกดดันภายในรัสเซีย
รายงานบางชิ้นชี้ว่าชนชั้นนำทางการเมืองและเศรษฐกิจบางส่วนในรัสเซียเริ่มกังวลเกี่ยวกับต้นทุนระยะยาวของสงคราม และการไม่มีทางออกที่ชัดเจน
ความเสี่ยงของการระดมกำลังรอบใหม่
หากรัสเซียต้องเพิ่มกำลังพลอย่างมากอีกครั้ง อาจมีผลกระทบทางเศรษฐกิจและการเมืองภายในประเทศ ซึ่งทำให้การเจรจาอาจดูเป็นทางเลือกที่น่าสนใจในบางสถานการณ์
แม้จะมีสัญญาณด้านการทูต แต่รัสเซียยังคงเดินหน้ากดดันทางทหาร
ในเดือนพฤษภาคม 2026 รัสเซียและเบลารุสได้จัดการซ้อมรบร่วมเกี่ยวกับ อาวุธนิวเคลียร์เชิงยุทธวิธี ซึ่งรวมถึงการฝึกเคลื่อนย้ายและเตรียมใช้อาวุธ รวมถึงการประสานงานระหว่างกองทัพของทั้งสองประเทศ
โดยปกติ มอสโกอธิบายการฝึกดังกล่าวว่าเป็นการเตรียมความพร้อมด้านการป้องกัน แต่ในบริบทความตึงเครียดกับนาโตและยูเครน การซ้อมรบลักษณะนี้ยังทำหน้าที่เป็นสัญญาณเชิงภูมิรัฐศาสตร์ด้วย
ผู้นำยูเครนยังคงตั้งข้อสงสัยต่อเจตนาของรัสเซีย ประธานาธิบดี โวโลดีมีร์ เซเลนสกี กล่าวว่ามอสโกไม่ได้แสดงสัญญาณจริงจังว่าจะยุติสงคราม และเตือนว่ายูเครนต้องเตรียมพร้อมรับมือการโจมตีเพิ่มเติม
สำหรับเคียฟ การที่รัสเซียยังคงปฏิบัติการทางทหารต่อเนื่อง พร้อมตั้งเงื่อนไขที่เข้มงวด ทำให้ดูเหมือนว่ามอสโกกำลังใช้การเจรจาเป็นเครื่องมือกดดัน มากกว่าจะเป็นการประนีประนอม
เมื่อพิจารณาหลักฐานทั้งหมด ภาพรวมยังคงซับซ้อน
มีสัญญาณบางอย่างของความเคลื่อนไหวทางการทูต เช่น ความพยายามไกล่เกลี่ยจากสหรัฐ และข้อตกลงเฉพาะเรื่องอย่างการหยุดยิงชั่วคราวหรือการแลกเปลี่ยนเชลยศึก แต่ช่องว่างทางการเมืองระหว่างสองฝ่ายยังคงกว้างมาก
รัสเซียต้องการให้ยูเครนยอมรับการสูญเสียดินแดน ขณะที่ยูเครนยืนยันการฟื้นฟูอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของตน
ตราบใดที่จุดยืนเหล่านี้ยังไม่เปลี่ยนแปลง และสถานการณ์ในสนามรบยังอยู่ในภาวะสมดุล ข้อตกลงสันติภาพแบบครอบคลุมในระยะใกล้จึงยังดูเป็นเรื่องยาก
กล่าวโดยสรุป การอ้างว่ารัสเซียต้องการยุติสงครามเร็ว ๆ นี้อาจมีความเป็นไปได้ แต่ยังห่างไกลจากการยืนยัน และอาจสะท้อนการวางตำแหน่งทางการทูตหรือการสื่อสารเชิงยุทธศาสตร์ มากกว่าจะเป็นตารางเวลาที่ชัดเจนสำหรับสันติภาพ
Comments
0 comments