How are the unresolved US-Iran Strait of Hormuz standoff, the drone strike on the UAE’s Barakah nuclear power plant, and the lack of progres Escalating tensions in the Gulf and threats to energy infrastructure are pushing oil prices higher and shaking global financial markets. AI พรอมต์ Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How are the unresolved US-Iran Strait of Hormuz standoff, the drone strike on the UAE’s Barakah nuclear power plant, and the lack of progres. Article summary: The three shocks are being read as a single stagflationary oil-supply risk: higher probability of disrupted Gulf exports, higher crude prices near $110, and less confidence that diplomacy will quickly de-escalate the cri. Topic tags: general, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "[Skip to navigation](https://www.theguardian.com/world/2026/may/09/neither-us-nor-iran-can-sustain-strait-of-hormuz-standoff-indefinitely#navigation). [View image in fullscreen](ht" source context "Neither US nor Iran can sustain strait of Hormuz standoff indefinitely" Reference image 2: visual subject "[Skip to
openai.com ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้นพร้อมกับการเจรจาทางการทูตที่ไม่คืบหน้า กำลังรวมตัวกันเป็นแรงกระแทกทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่: ราคาน้ำมันสูงขึ้นและความกลัวเงินเฟ้อกลับมาอีกครั้ง
ขณะนี้น้ำมันดิบเบรนต์ซื้อขายใกล้ 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทำให้นักลงทุนทั่วโลกต้องประเมินใหม่ทั้งแนวโน้มเศรษฐกิจ การเติบโต เงินเฟ้อ และทิศทางดอกเบี้ย ซึ่งนำไปสู่แรงขายพันธบัตรรัฐบาลในหลายประเทศ
มีสามเหตุการณ์หลักที่ผลักดันการเปลี่ยนแปลงนี้ ได้แก่ ความตึงเครียดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ การโจมตีด้วยโดรนใกล้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์บารากาห์ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และการเจรจาระดับผู้นำระหว่างสหรัฐฯ กับจีนที่ไม่สามารถสร้างความคืบหน้าได้ เหตุการณ์เหล่านี้ทำให้ตลาดเริ่มกังวลถึงสถานการณ์แบบ “เงินเฟ้อสูงแต่เศรษฐกิจอ่อนแรง” (stagflation)
ราคาน้ำมันใกล้ 110 ดอลลาร์: ความเสี่ยงด้านอุปทานที่ตลาดกลัว
ราคาน้ำมันปรับขึ้นหลังมีรายงานการโจมตีด้วยโดรนที่ทำให้เกิดไฟไหม้ใกล้ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์บารากาห์ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ส่งผลให้ความกังวลเกี่ยวกับความขัดแย้งในอ่าวเปอร์เซียเพิ่มขึ้น
สัญญาน้ำมันดิบเบรนต์ถูกรายงานว่าอยู่ที่ประมาณ 110.70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบหลายสัปดาห์
คนยังถาม คำตอบสั้น ๆ สำหรับ "น้ำมันใกล้ 110 ดอลลาร์: ความตึงเครียดตะวันออกกลางและการทูตที่สะดุด กำลังเขย่าตลาดการเงินโลก" คืออะไร ราคาน้ำมันเบรนต์ใกล้ 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังความตึงเครียดในตะวันออกกลางและการโจมตีโดรนใกล้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์บารากาห์ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ทำให้ตลาดเพิ่ม “เบี้ยความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์” ให้กับพลังงาน
ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนคืออะไร? ราคาน้ำมันเบรนต์ใกล้ 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังความตึงเครียดในตะวันออกกลางและการโจมตีโดรนใกล้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์บารากาห์ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ทำให้ตลาดเพิ่ม “เบี้ยความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์” ให้กับพลังงาน ช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันราวหนึ่งในห้าของโลก กลายเป็นจุดเสี่ยงสำคัญ หากการขนส่งถูกรบกวนอาจทำให้อุปทานพลังงานทั่วโลกตึงตัวทันที
ฉันควรทำอย่างไรต่อไปในทางปฏิบัติ? ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นกำลังกระตุ้นแรงขายพันธบัตรทั่วโลก เพราะนักลงทุนคาดว่าเงินเฟ้ออาจอยู่สูงนานขึ้น และธนาคารกลางอย่างสหรัฐฯ อังกฤษ และญี่ปุ่นอาจลดดอกเบี้ยได้ยากขึ้น
แม้เหตุการณ์ดังกล่าวจะไม่กระทบต่อความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และไม่มีผู้บาดเจ็บ แต่ก็ส่งสัญญาณว่าสาธารณูปโภคสำคัญในภูมิภาคอาจตกเป็นเป้าหมายได้ เพียงความเป็นไปได้นี้ก็เพียงพอที่จะทำให้ตลาดเพิ่ม ค่าพรีเมียมความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ เข้าไปในราคาพลังงาน
ตลาดน้ำมันมีความอ่อนไหวต่อเหตุการณ์ในอ่าวเปอร์เซียเป็นพิเศษ เพราะภูมิภาคนี้มีทั้งแหล่งผลิตและโครงสร้างพื้นฐานการส่งออกพลังงานที่สำคัญของโลก
ทำไมช่องแคบฮอร์มุซจึงสำคัญมาก ช่องแคบฮอร์มุซเป็นหนึ่งในจุดคอขวดด้านพลังงานที่สำคัญที่สุดของโลก
โดยปกติแล้ว ประมาณหนึ่งในห้าของการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ของโลกต้องผ่านช่องแคบแคบๆ แห่งนี้ ทำให้ทุกความเสี่ยงต่อการปิดเส้นทางส่งผลต่ออุปทานโลกทันที
การเผชิญหน้าระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ยังไม่คลี่คลาย ทำให้ตลาดกังวลว่าการขนส่งอาจถูกขัดขวาง แม้เพียงความเป็นไปได้เล็กน้อยก็สามารถผลักดันราคาน้ำมันขึ้นได้ เพราะนักลงทุนรีบป้องกันความเสี่ยงจากการขาดแคลนอุปทาน
ในอดีต เหตุการณ์ความขัดแย้งที่เกี่ยวข้องกับช่องแคบนี้มักทำให้ราคาน้ำมันพุ่งอย่างรวดเร็ว เนื่องจากเส้นทางขนส่งทางเลือกมีจำกัด
การโจมตีโดรนใกล้โรงไฟฟ้าบารากาห์และความเสี่ยงโครงสร้างพื้นฐาน เหตุการณ์โดรนโจมตีใกล้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์บารากาห์ทำให้ตลาดกังวลว่าความขัดแย้งอาจขยายจากเส้นทางเดินเรือไปยังโครงสร้างพื้นฐานพลังงานและไฟฟ้าในอ่าวเปอร์เซีย
เจ้าหน้าที่ระบุว่าไฟไหม้เกิดขึ้นใกล้เครื่องกำเนิดไฟฟ้านอกพื้นที่ป้องกันหลักของโรงไฟฟ้า และไม่ได้กระทบต่อความปลอดภัยทางนิวเคลียร์หรือทำให้มีผู้บาดเจ็บ
อย่างไรก็ตาม สำหรับตลาดการเงิน ประเด็นสำคัญไม่ใช่ความเสียหายในทันที แต่คือ แบบอย่างของความเสี่ยง หากโรงไฟฟ้า ท่าเรือ หรือท่าเทียบเรือน้ำมันถูกมองว่าเสี่ยงต่อการโจมตี การหยุดชะงักของอุปทานพลังงานก็อาจเพิ่มขึ้น
ทางตันทางการทูตเพิ่มความกังวล ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ยิ่งทวีขึ้นเมื่อการเจรจาระดับสูงไม่สามารถสร้างความคืบหน้าได้
นักลงทุนเคยหวังว่าการพบกันระหว่างประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีจีน สี จิ้นผิง อาจช่วยลดความตึงเครียดในภาพรวม แต่การประชุมจบลงโดยไม่มีความคืบหน้าที่ชัดเจน ทำให้ตลาดมองว่าช่องทางการทูตยังไม่สามารถคลี่คลายวิกฤตได้
ขณะเดียวกัน คำเตือนจากวอชิงตันว่า “เวลาของอิหร่านกำลังหมดลง” ในการบรรลุข้อตกลงสันติภาพ ยิ่งเพิ่มความกังวลว่าวิกฤตอาจทวีความรุนแรงมากกว่าจะคลี่คลาย
สำหรับตลาดพลังงาน นั่นหมายถึงตัวแปรที่อาจลดความเสี่ยงด้านราคายังไม่เกิดขึ้น
ทำไมราคาน้ำมันสูงถึงกระทบตลาดพันธบัตร ราคาพลังงานมีผลโดยตรงต่อการคาดการณ์เงินเฟ้อ
เมื่อราคาน้ำมันพุ่ง ต้นทุนเชื้อเพลิง การขนส่ง และการผลิตทั่วทั้งเศรษฐกิจมีแนวโน้มสูงขึ้น นักลงทุนจึงเริ่มคาดว่าเงินเฟ้ออาจกลับมาสูงอีกครั้ง
ผลที่เกิดขึ้นคือ ราคาพันธบัตรรัฐบาลทั่วโลกลดลง ขณะที่อัตราผลตอบแทน (yield) ปรับสูงขึ้น เพราะนักลงทุนต้องการผลตอบแทนที่มากขึ้นเพื่อชดเชยความเสี่ยงเงินเฟ้อ
ตัวอย่างความเคลื่อนไหวล่าสุด ได้แก่
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ตลาดพันธบัตรในยุโรปและเอเชียเผชิญแรงขาย หลังนักลงทุนปรับคาดการณ์ดอกเบี้ยใหม่
เนื่องจากราคาพันธบัตรและผลตอบแทนเคลื่อนไหวสวนทางกัน การปรับตัวนี้จึงทำให้ต้นทุนการกู้ยืมของรัฐบาล บริษัท และผู้บริโภคสูงขึ้น
ผลต่อการคาดการณ์นโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลาง ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงทำให้การกำหนดนโยบายการเงินของหลายประเทศซับซ้อนขึ้น
สหรัฐอเมริกา พลังงานที่แพงขึ้นอาจทำให้เงินเฟ้อลดลงช้ากว่าที่คาด ซึ่งทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ต้องระมัดระวังมากขึ้นในการลดดอกเบี้ย ตลาดเริ่มทบทวนสมมติฐานเดิมที่คาดว่าจะมีการผ่อนคลายนโยบายเร็ว
สหราชอาณาจักร เศรษฐกิจอังกฤษมีความอ่อนไหวต่อราคาพลังงาน หากราคาน้ำมันสูงต่อเนื่อง เงินเฟ้ออาจถูกกดให้สูงขึ้น ทำให้ธนาคารกลางอังกฤษมีพื้นที่จำกัดในการลดดอกเบี้ย
ญี่ปุ่น ญี่ปุ่นนำเข้าพลังงานจำนวนมาก ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจึงผลักดันต้นทุนผู้ผลิต และเพิ่มแรงกดดันให้ ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เดินหน้าปรับนโยบายการเงินเข้มงวดมากขึ้นหลังจากใช้นโยบายผ่อนคลายมานาน
ภาพใหญ่: ความเสี่ยง Stagflation กลับมา ปฏิกิริยาของตลาดสะท้อนการเปลี่ยนมุมมองของนักลงทุน
ก่อนหน้านี้หลายคนคาดว่าเศรษฐกิจที่ชะลอตัวจะนำไปสู่การลดดอกเบี้ย แต่การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันกำลังท้าทายสมมติฐานนั้น
ตลาดจึงเริ่มเตรียมรับสถานการณ์ที่ เงินเฟ้อยังสูงเพราะช็อกด้านอุปทาน แม้เศรษฐกิจจะชะลอตัว
การผสมกันของราคาพลังงานที่สูงขึ้น ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ และเงื่อนไขการเงินที่ตึงตัวมากขึ้น คือเหตุผลว่าทำไมการเคลื่อนไหวของน้ำมันใกล้ 110 ดอลลาร์จึงสะเทือนไปไกลกว่าตลาดพลังงาน และกำลังปรับความคาดหวังของนักลงทุนทั่วโลกใหม่ทั้งหมด
auto.economictimes.indiatimes.com
Global bond markets plunge as oil surge towards $120 prompts ...