ดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าและแนวโน้มดอกเบี้ยสหรัฐสูงนานกว่าที่คาด ทำให้เงินทุนไหลออกจากตลาดเกิดใหม่และกดดันค่าเงินเอเชีย [43] ราคาน้ำมันที่พุ่งเหนือประมาณ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเพิ่มต้นทุนการนำเข้า ทำให้ความต้องการดอลลาร์สูงขึ้นและทำให้ค่าเงินอ่อน [5][6] หลายประเทศใช้มาตรการรับมือ เช่น การแทรกแซงค่าเงิน ใช้ทุนสำรอง และมา...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How are the record lows in the Sri Lankan rupee, Philippine peso, and Indian rupee being driven by the strong U.S. dollar, higher-for-longer. Article summary: The three currencies are being hit by the same external shock: a stronger dollar, sticky U.S. rates, higher oil-import costs, and Iran/Strait of Hormuz risk are pushing investors out of emerging-market FX while worsening. Topic tags: general, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "The Indian Rupee weakened further against the US Dollar on May 13, with the USD/INR pair touching a fresh record high of 95.80 during volatile trading sessions. In currency markets" source context "Indian Rupee Slides to a Fresh Record Low: Why India’s Currency Remains Under Pressure | India Infoline" Reference i
ตลาดเงินในเอเชียกำลังเผชิญแรงกดดันพร้อมกันจากหลายปัจจัยระดับโลก ทั้ง ดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่า ราคาน้ำมันที่พุ่งสูง และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะรอบอิหร่านและช่องแคบฮอร์มุซ
ผลลัพธ์คือค่าเงินของหลายประเทศในเอเชีย โดยเฉพาะประเทศที่ต้องนำเข้าพลังงานจำนวนมาก เช่น รูปีอินเดีย เปโซฟิลิปปินส์ และรูปีศรีลังกา กำลังอ่อนค่าลงสู่ระดับต่ำสุดใหม่หรือใกล้จุดต่ำสุดในรอบหลายปี
แม้เศรษฐกิจของแต่ละประเทศจะแตกต่างกัน แต่แรงกดดันหลักกลับคล้ายกันมาก ได้แก่ การไหลของเงินทุนไปยังสินทรัพย์ดอลลาร์ ต้นทุนพลังงานนำเข้าที่สูงขึ้น และการใช้ทุนสำรองระหว่างประเทศเพื่อพยุงค่าเงิน
หนึ่งในตัวแปรสำคัญคือ ความแข็งแกร่งของดอลลาร์สหรัฐ เมื่ออัตราดอกเบี้ยในสหรัฐยังอยู่ในระดับสูง นักลงทุนทั่วโลกมักย้ายเงินไปลงทุนในสินทรัพย์สกุลดอลลาร์ เช่น พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ
การเคลื่อนย้ายเงินทุนแบบนี้ทำให้เงินไหลออกจากตลาดเกิดใหม่ และส่งผลให้ค่าเงินท้องถิ่นอ่อนค่าลง
นอกจากนี้ ดอกเบี้ยสหรัฐที่สูงยังทำให้
นักวิเคราะห์จำนวนมากเตือนว่า หากธนาคารกลางสหรัฐยังคงดอกเบี้ยสูงต่อไป เงินทุนอาจไหลออกจากตลาดเกิดใหม่เพิ่มขึ้นและกดดันค่าเงินในภูมิภาคต่อเนื่อง
ในอินเดีย ตัวอย่างชัดเจนคือ รูปีแตะประมาณ 95.7375 ต่อดอลลาร์ ก่อนปิดที่ราว 95.6275 ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดใหม่
แรงกดดันใหญ่อีกด้านคือ ราคาน้ำมันดิบที่กลับขึ้นเหนือประมาณ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
สำหรับประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมัน ผลกระทบเกิดขึ้นทันที
ประเทศอย่าง อินเดียและฟิลิปปินส์ จึงได้รับผลกระทบหนัก เพราะเศรษฐกิจต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจำนวนมาก เมื่อราคาน้ำมันพุ่ง ค่าเงินอย่างรูปีและเปโซจึงอ่อนค่าตามตลาดเกิดใหม่อื่น ๆ
สถานการณ์ทางการเมืองระหว่างประเทศยิ่งซ้ำเติมตลาด โดยเฉพาะความตึงเครียดที่เกี่ยวข้องกับ อิหร่านและช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
ความเสี่ยงว่าการขนส่งน้ำมันอาจถูกรบกวนทำให้ราคาน้ำมันพุ่ง และนักลงทุนหลีกเลี่ยงสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น
เอเชียได้รับผลกระทบโดยตรง เพราะ ประมาณ 80% ของน้ำมันที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซถูกส่งมายังเอเชีย
นับตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มขึ้นในปี 2026 รูปีอินเดียอ่อนค่าประมาณ 4.5% สะท้อนแรงกดดันเดียวกันที่เกิดขึ้นกับหลายสกุลเงินในภูมิภาค
รูปีถือเป็นหนึ่งในสกุลเงินหลักของเอเชียที่อ่อนค่ามากที่สุดในปีนี้ โดยเคยร่วงแตะระดับต่ำสุดใหม่ระหว่างการซื้อขาย
นักเทรดในตลาดเงินระบุว่า ธนาคารกลางอินเดีย (Reserve Bank of India) น่าจะเข้าแทรกแซงตลาดอัตราแลกเปลี่ยนเป็นระยะ เพื่อจำกัดความผันผวนของค่าเงิน
แรงกดดันต่ออินเดียมาจากหลายด้านพร้อมกัน
ค่าเงิน เปโซฟิลิปปินส์ อ่อนค่าลงเช่นกัน เมื่อความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ทำให้นักลงทุนหันไปถือดอลลาร์มากขึ้น
ในการซื้อขายช่วงหนึ่ง เปโซอ่อนค่ามาที่ประมาณ 61.48 ต่อดอลลาร์
ทางการฟิลิปปินส์ใช้หนึ่งในเครื่องมือสำคัญคือ การใช้ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศเพื่อพยุงค่าเงิน
รายงานระบุว่าทุนสำรองของประเทศลดลงประมาณ 8.1% เหลือราว 104 พันล้านดอลลาร์ นับตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มขึ้น เนื่องจากทางการใช้เงินบางส่วนเพื่อลดความผันผวนของค่าเงิน
ศรีลังกาเลือกใช้นโยบายอีกแบบหนึ่ง นั่นคือ ลดความต้องการใช้เงินตราต่างประเทศ ด้วยการจำกัดการนำเข้า
ในเดือนพฤษภาคม 2026 รัฐบาลประกาศ
เก็บค่าธรรมเนียมนำเข้ารถยนต์เพิ่ม 50% เป็นเวลา 3 เดือน (ยกเว้นมอเตอร์ไซค์และรถสามล้อ)
เป้าหมายคือ
มาตรการนี้สะท้อนความพยายามของรัฐบาลในการป้องกันค่าเงินไม่ให้อ่อนค่ามากขึ้นในช่วงที่เศรษฐกิจโลกผันผวน
ทั่วเอเชีย หน่วยงานกำกับเศรษฐกิจกำลังใช้หลายเครื่องมือเพื่อลดแรงกดดันต่อค่าเงิน เช่น
อย่างไรก็ตาม มาตรการเหล่านี้มักช่วย ชะลอการอ่อนค่าในระยะสั้น มากกว่าจะเปลี่ยนทิศทางของตลาด หากแรงกดดันหลักมาจากปัจจัยระดับโลก
หากราคาน้ำมันยังสูงและดอลลาร์ยังแข็งต่อเนื่อง แรงกดดันอาจลุกลามจากตลาดค่าเงินไปสู่เศรษฐกิจวงกว้าง
ผลกระทบที่อาจตามมา ได้แก่
สำหรับหลายประเทศในตลาดเกิดใหม่ เหตุการณ์ครั้งนี้ตอกย้ำจุดอ่อนสำคัญของระบบเศรษฐกิจโลก: เมื่อเงินทุนโลกตึงตัวพร้อมกับราคาพลังงานพุ่ง ค่าเงินมักเป็นจุดแรกที่รับแรงกระแทก และนั่นทำให้ผู้กำหนดนโยบายต้องตัดสินใจอย่างรวดเร็วเพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาลุกลามเป็นวิกฤตการเงินเต็มรูปแบบ
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
ดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าและแนวโน้มดอกเบี้ยสหรัฐสูงนานกว่าที่คาด ทำให้เงินทุนไหลออกจากตลาดเกิดใหม่และกดดันค่าเงินเอเชีย [43]
ดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าและแนวโน้มดอกเบี้ยสหรัฐสูงนานกว่าที่คาด ทำให้เงินทุนไหลออกจากตลาดเกิดใหม่และกดดันค่าเงินเอเชีย [43] ราคาน้ำมันที่พุ่งเหนือประมาณ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเพิ่มต้นทุนการนำเข้า ทำให้ความต้องการดอลลาร์สูงขึ้นและทำให้ค่าเงินอ่อน [5][6]
หลายประเทศใช้มาตรการรับมือ เช่น การแทรกแซงค่าเงิน ใช้ทุนสำรอง และมาตรการจำกัดนำเข้า อย่างศรีลังกาที่เก็บค่าธรรมเนียมนำเข้ารถเพิ่ม 50% เพื่อรักษาทุนสำรอง [17][22]