สำหรับประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมัน ผลกระทบเกิดขึ้นทันที
ประเทศอย่าง อินเดียและฟิลิปปินส์ จึงได้รับผลกระทบหนัก เพราะเศรษฐกิจต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจำนวนมาก เมื่อราคาน้ำมันพุ่ง ค่าเงินอย่างรูปีและเปโซจึงอ่อนค่าตามตลาดเกิดใหม่อื่น ๆ
สถานการณ์ทางการเมืองระหว่างประเทศยิ่งซ้ำเติมตลาด โดยเฉพาะความตึงเครียดที่เกี่ยวข้องกับ อิหร่านและช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
ความเสี่ยงว่าการขนส่งน้ำมันอาจถูกรบกวนทำให้ราคาน้ำมันพุ่ง และนักลงทุนหลีกเลี่ยงสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น
นับตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มขึ้นในปี 2026 รูปีอินเดียอ่อนค่าประมาณ 4.5% สะท้อนแรงกดดันเดียวกันที่เกิดขึ้นกับหลายสกุลเงินในภูมิภาค
รูปีถือเป็นหนึ่งในสกุลเงินหลักของเอเชียที่อ่อนค่ามากที่สุดในปีนี้ โดยเคยร่วงแตะระดับต่ำสุดใหม่ระหว่างการซื้อขาย
นักเทรดในตลาดเงินระบุว่า ธนาคารกลางอินเดีย (Reserve Bank of India) น่าจะเข้าแทรกแซงตลาดอัตราแลกเปลี่ยนเป็นระยะ เพื่อจำกัดความผันผวนของค่าเงิน
แรงกดดันต่ออินเดียมาจากหลายด้านพร้อมกัน
ค่าเงิน เปโซฟิลิปปินส์ อ่อนค่าลงเช่นกัน เมื่อความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ทำให้นักลงทุนหันไปถือดอลลาร์มากขึ้น
ทางการฟิลิปปินส์ใช้หนึ่งในเครื่องมือสำคัญคือ การใช้ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศเพื่อพยุงค่าเงิน
รายงานระบุว่าทุนสำรองของประเทศลดลงประมาณ 8.1% เหลือราว 104 พันล้านดอลลาร์ นับตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มขึ้น เนื่องจากทางการใช้เงินบางส่วนเพื่อลดความผันผวนของค่าเงิน
ศรีลังกาเลือกใช้นโยบายอีกแบบหนึ่ง นั่นคือ ลดความต้องการใช้เงินตราต่างประเทศ ด้วยการจำกัดการนำเข้า
ในเดือนพฤษภาคม 2026 รัฐบาลประกาศ
เป้าหมายคือ
มาตรการนี้สะท้อนความพยายามของรัฐบาลในการป้องกันค่าเงินไม่ให้อ่อนค่ามากขึ้นในช่วงที่เศรษฐกิจโลกผันผวน
ทั่วเอเชีย หน่วยงานกำกับเศรษฐกิจกำลังใช้หลายเครื่องมือเพื่อลดแรงกดดันต่อค่าเงิน เช่น
อย่างไรก็ตาม มาตรการเหล่านี้มักช่วย ชะลอการอ่อนค่าในระยะสั้น มากกว่าจะเปลี่ยนทิศทางของตลาด หากแรงกดดันหลักมาจากปัจจัยระดับโลก
หากราคาน้ำมันยังสูงและดอลลาร์ยังแข็งต่อเนื่อง แรงกดดันอาจลุกลามจากตลาดค่าเงินไปสู่เศรษฐกิจวงกว้าง
ผลกระทบที่อาจตามมา ได้แก่
สำหรับหลายประเทศในตลาดเกิดใหม่ เหตุการณ์ครั้งนี้ตอกย้ำจุดอ่อนสำคัญของระบบเศรษฐกิจโลก: เมื่อเงินทุนโลกตึงตัวพร้อมกับราคาพลังงานพุ่ง ค่าเงินมักเป็นจุดแรกที่รับแรงกระแทก และนั่นทำให้ผู้กำหนดนโยบายต้องตัดสินใจอย่างรวดเร็วเพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาลุกลามเป็นวิกฤตการเงินเต็มรูปแบบ
Comments
0 comments