แนวคิดนี้ไปไกลกว่าแค่การทำงานง่ายๆ โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการสร้าง "เศรษฐกิจแบบ Agentic" (Agentic Economy) ที่ Avatar หรือ AI Agent ของเรา จะสามารถติดต่อ สื่อสาร และทำธุรกรรมกับ AI Agent ของบุคคลหรือบริษัทอื่นได้เองโดยอัตโนมัติ ตัวอย่างเช่น AI ของเราอาจเจรจาซื้อของออนไลน์กับ AI ของร้านค้า จองตั๋วเครื่องบิน หรือแม้แต่จัดการเอกสารทางราชการให้เราโดยเราไม่ต้องลงมือเองเลย
และเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในโลกที่ AI สื่อสารกันเอง Zetrix AI จึงได้จับมือกับ China Academy of Information and Communications Technology (CAICT) หรือ สถาบันเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารแห่งประเทศจีน พัฒนาระบบ "บล็อกเชนเพื่อยืนยันตัวตน" (Blockchain-based trust protocol) สำหรับ AI Agent ขึ้นมา ระบบนี้ทำหน้าที่เป็น “โครงสร้างพื้นฐาน” สำคัญ ที่จะทำให้ AI Agent แต่ละตัวมีตัวตนที่น่าเชื่อถือ มีประวัติ และสามารถตรวจสอบได้ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งเมื่อเราจะมอบหมายให้มันทำธุรกรรมหรือเรื่องสำคัญๆ แทนเรา
มีหลายปัจจัยที่ทำให้ภูมิภาคนี้กลายเป็นแหล่งรวมการพัฒนา AI Agent ที่น่าจับตามอง
รัฐบาลและภาคส่วนต่างๆ ในอาเซียนต่างมองว่า AI คือหัวใจสำคัญของการเติบโตทางเศรษฐกิจในอนาคต
อย่างไรก็ตาม เส้นทางสู่ความสำเร็จไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ
แม้ว่าการใช้งาน AI จะแพร่หลาย แต่หลายบริษัทในภูมิภาคกลับกำลังประสบปัญหาในการเปลี่ยนการลงทุนทางเทคโนโลยีให้เป็นผลกำไรที่จับต้องได้ โดยสาเหตุสำคัญมาจาก:
และเมื่อเทคโนโลยีก้าวหน้าเร็วเกินกว่าที่สังคมจะปรับตัว เรากำลังเผชิญกับคำถามใหญ่ๆ ดังนี้:
กระแส AI Agent ชี้ให้เห็นอนาคตที่ระบบซอฟต์แวร์ต่างๆ จะทำงานร่วมกันในนามของเรา ในวิสัยทัศน์นั้น AI Agent ของเราอาจจะประสานงานกับ AI ของสายการบินเพื่อจองตั๋ว, สื่อสารกับ AI ของโรงแรม, จัดการอีเมล หรือแม้แต่กรอกเอกสารราชการให้โดยอัตโนมัติ แพลตฟอร์มอย่าง Avatar คือจุดเริ่มต้นของโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตนั้น
ไม่ว่าผลลัพธ์สุดท้ายจะเป็นอย่างไร เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังจะเป็นหนึ่งในสนามทดลองที่สำคัญที่สุดของโลก สำหรับการนำ “AI Agent” เข้ามาผสานกับชีวิตประจำวัน และการเปลี่ยนแปลงนี้จะพาเราไปในทิศทางไหน ขึ้นอยู่กับความสามารถในการปรับตัวของทุกภาคส่วน ทั้งภาคธุรกิจ รัฐบาล และที่สำคัญที่สุดคือ "ประชาชน" อย่างเราๆ
Comments
0 comments