Bungie สตูดิโอในเครือ Sony เตรียมปลดพนักงาน 'จำนวนมาก' หลังประกาศยุติการอัปเดตเนื้อหาใหม่สำหรับ Destiny 2 ในวันที่ 9 มิถุนายน 2026 โดยที่ยังไม่มีโปรเจกต์ภาคต่ออย่าง Destiny 3 รองรับทีมงาน [1][3][6] Sony 'ไม่พอใจอย่างแน่นอน' ที่ Naughty Dog ใช้เวลากว่า 5 ปีและงบประมาณกว่า 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐกับเกม single player อย่า...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How are Sony's internal frustrations with Naughty Dog's development costs and release delays, combined with Bungie's layoffs and uncertain f. Article summary: Yes — at least in the Bungie case, the available reporting fits a broader pattern of live-service retrenchment, staffing pressure, and cost discipline around major PlayStation-owned studios. However, the sources provided. Topic tags: general, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "# Sony Bungie Layoffs in 2026 and What the Destiny 2 Sunset Means for Game Industry Workers. Sony Bungie is planning significant 2026 layoffs as Destiny 2 development ends June 9." source context "Sony Bungie Layoffs in 2026 and What the... | Metaintro" Reference image 2: visual subject "One month after a major r
ในช่วงเวลาเพียงไม่กี่วันของปลายเดือนพฤษภาคม 2026 สองสตูดิโอที่ Sony ทุ่มทุนซื้อกิจการมาได้เผยให้เห็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ลึกซึ้ง Bungie ยืนยันว่าจะยุติการพัฒนาเนื้อหาใหม่ให้กับ Destiny 2 ในวันที่ 9 มิถุนายน 2026 และสำนักข่าว Bloomberg ก็รายงานในทันทีว่ากำลังจะมีการปลดพนักงานระลอกใหญ่ตามมา เกือบจะในเวลาเดียวกัน Jason Schreier นักข่าวมากประสบการณ์จาก Bloomberg ได้ออกมายืนยันต่อสาธารณะถึงความไม่พอใจที่เพิ่มมากขึ้นของ Sony ที่มีต่อ Naughty Dog โดยระบุว่า Sony "มีปัญหากับเรื่องนี้อย่างแน่นอน" ที่สตูดิโอระดับหัวกะทิต้องใช้เวลามากกว่า 5 ปีและเงิน 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 10,500 ล้านบาท) ไปกับเกมเดียว โดยที่ยังไม่มีเกมใหม่วางจำหน่ายเลยตลอดอายุของเครื่อง PlayStation 5
เรื่องราวทั้งสองนี้ไม่ใช่สิ่งที่แยกจากกัน มันคือภาพสะท้อนของความเป็นจริงทางการเงินแบบเดียวกันที่กำลังถาโถมใส่ Sony จากหลายทิศทาง ไม่ว่าสตูดิโอจะกำลังเผาผลาญเงินไปกับมหากาพย์เกม single-player เนื้อเรื่องเข้มข้น หรือกำลังปิดฉากเกม live-service ที่มีอายุกว่าทศวรรษโดยไม่มีภาคต่อ ตัวเลขทางคณิตศาสตร์มันก็เริ่มไม่ลงตัวอีกต่อไปแล้ว
หน้าต่างที่ชัดเจนที่สุดสู่ภาวะวิกฤตินี้มาจาก Bungie เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2026 สตูดิโอได้ประกาศว่า Destiny 2 จะได้รับการอัปเดตคอนเทนต์สดครั้งสุดท้ายในวันที่ 9 มิถุนายน ซึ่งเป็นการยุติการพัฒนาอย่างต่อเนื่องที่ยาวนานเกือบทศวรรษของแฟรนไชส์ การประกาศดังกล่าวตามมาด้วยรายงานของ Bloomberg ในทันทีว่า Bungie กำลังวางแผนการปลดพนักงานครั้งสำคัญ
สิ่งที่น่ากังวลเป็นพิเศษคือการที่ไม่มีแผนสำรองใดๆ รองรับ จากข้อมูลของ Bloomberg โปรเจกต์ Destiny 3 ยังไม่ได้รับการอนุมัติไฟเขียว หมายความว่าไม่มีโปรเจกต์ภาคต่อใดๆ ที่จะรองรับทีมพัฒนาขนาดใหญ่ที่กำลังทำงานให้กับ Destiny 2 อยู่ในปัจจุบัน ในทางกลับกัน สตูดิโอกลับจะย้ายทรัพยากรไปที่ Marathon เกมแนว extraction shooter ที่มีรายงานว่าทีมงานส่วนใหญ่ได้ลาออกไปแล้ว
นี่ไม่ใช่การสะดุดแค่ครั้งเดียว หากการปลดพนักงานตามที่มีรายงานเกิดขึ้นจริง มันจะกลายเป็นระลอกที่สามนับตั้งแต่ที่ Sony เข้าซื้อ Bungie ด้วยมูลค่า 3.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2022 ระลอกก่อนหน้าในปี 2024 ทำให้มีพนักงาน 220 คนต้องออกจากงาน และอีก 100 ตำแหน่งถูกตัดจากการปรับโครงสร้างในภายหลัง
แต่ละระลอกได้ทำลายโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญๆ ลง ไม่ว่าจะเป็นทีมสนับสนุนผู้เล่น นักออกแบบ Raid และหน่วยประกันคุณภาพทั้งหมด
ปัญหาเชิงโครงสร้างที่นี่ชัดเจนมาก: เมื่อเกม live-service รายใหญ่ยุติการพัฒนาเนื้อหาใหม่ สตูดิโอจะต้องเผชิญกับ "หน้าผากำลังการผลิต" ในทันที หากไม่มีภาคต่อที่พร้อม ทางรอดทางการเงินแบบเดียวที่ Sony จะเลือกได้ก็คือการลดจำนวนพนักงาน
หากปัญหาของ Bungie คือเส้นพี่เลี้ยงของเกม live-service ที่แห้งเหือด ปัญหาของ Naughty Dog ก็คือต้นทุนอันน่าตกตะลึงในการรักษาชื่อเสียงของเกม single-player ฟอร์มยักษ์ ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2026 มีรายงานว่า Sony Interactive Entertainment "ไม่พอใจ" ที่สตูดิโอใช้เวลากว่าห้าปีและเงิน 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐไปกับเกม single-player อย่าง Intergalactic: The Heretic Prophet
เมื่อถูกถามในโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับคำกล่าวอ้างนี้ Jason Schreier นักข่าวของ Bloomberg ผู้ซึ่งรายงานข่าวทั้งของ Bungie และ Naughty Dog ไม่ได้ปฏิเสธรายละเอียดดังกล่าว "โอ้ Sony มีปัญหากับเรื่องนั้นอย่างแน่นอน" Schreier เขียน หลังจากนั้นเขาได้ชี้แจงว่าความเห็นของเขาไม่ได้มุ่งเป้าไปที่ Naughty Dog เพียงแห่งเดียว แต่สะท้อนถึงความท้าทายในวงกว้างที่สตูดิโอภายในทั้งหมดของ Sony กำลังเผชิญกับงบประมาณที่บานปลายและระยะเวลาการพัฒนาที่ยืดเยื้อ
ลำดับเวลาของสตูดิโอแห่งนี้สนับสนุนให้เห็นถึงความอึดอัดนั้น เกมใหม่ล่าสุดแบบไม่นับภาค Remaster ของ Naughty Dog คือ The Last of Us Part II ซึ่งวางจำหน่ายในเดือนมิถุนายน 2020 บนเครื่อง PlayStation 4 ผ่านมากว่าห้าปี สตูดิโอยังไม่มีเกมใหม่แม้แต่เกมเดียวสำหรับ PS5 มีรายงานว่า Intergalactic: The Heretic Prophet ตั้งเป้าวางจำหน่ายในช่วงกลางปี 2027 แต่รายละเอียดยังมีน้อยและยังไม่มีการยืนยันวันวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการจากที่ไหน
ในขณะเดียวกัน ผู้บริหารของ Sony ก็ได้เฝ้าดูหนึ่งในสตูดิโอที่ไว้ใจได้มากที่สุดของพวกเขา เผาผลาญงบประมาณที่พอๆ กับหนังไตรภาคฟอร์มยักษ์ของฮอลลีวูด โดยไม่มีรายได้กลับมาแม้แต่ดอลลาร์เดียวในเครื่องเจนนี้
แรงกดดันทางการเงินไม่ได้จำกัดอยู่ในห้องประชุมผู้บริหารเท่านั้น ในเดือนธันวาคม 2025 Bloomberg รายงานว่า Naughty Dog ได้บังคับให้พนักงานทำงานล่วงเวลาเพื่อให้ทันกำหนดเส้นตายภายใน ในการทำเดโมของ Intergalactic สำหรับนำเสนอต่อผู้บริหารของ Sony ไม่ใช่สำหรับสาธารณชน
ช่วงเวลาการทำงานหนัก (Crunch) มีรายงานว่าเริ่มตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคม 2025 และกินเวลาประมาณเจ็ดสัปดาห์ นักพัฒนาถูกสั่งให้ทำงานเพิ่มอย่างน้อย 8 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ โดยสูงสุดที่ 60 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ คำสั่งนี้มาพร้อมกับการเปลี่ยนจากนโยบายเข้าออฟฟิศสามวันต่อสัปดาห์ เป็นการบังคับเข้าออฟฟิศห้าวัน
ประเด็นของแรงกดดันนี้เปิดเผยให้เห็นภาพที่ชัดเจน เดโมดังกล่าวไม่ใช่เวอร์ชันสำหรับโชว์ผู้บริโภค แต่เป็นหมุดหมายภายในสำหรับผู้บริหารของ Sony ที่จะ "กำหนดทิศทางเงินทุนในอนาคตและการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์" สำหรับค่ายเกม PlayStation สิ่งนี้บ่งชี้ว่าตอนนี้ผู้นำของ Sony กำลังเรียกร้องหลักฐานความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรมก่อนจะปล่อยเงินทุนเพิ่มเติม ซึ่งเป็นการเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญจากความไว้วางใจที่เคยให้กับสตูดิโอระดับตำนานของพวกเขา
กรณีของ Bungie และ Naughty Dog ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ หากมองภาพใหญ่แล้ว ทั้งสองกรณีนี้อยู่ในวังวนของการปรับโครงสร้างอย่างเป็นระบบที่เร่งตัวขึ้นทั่วทั้งองค์กรของ Sony นับตั้งแต่ต้นปี 2024
เหตุการณ์ที่ใหญ่ที่สุดคือการประกาศในเดือนกุมภาพันธ์ 2024 ว่า Sony Interactive Entertainment จะปลดพนักงาน 900 คน หรือประมาณ 8% ของพนักงานทั่วโลก การปรับโครงสร้างครั้งนี้นำไปสู่การปิดตัวลงของ London Studio และการเลิกจ้างในสตูดิโอหลักหลายแห่ง รวมถึง Insomniac Games, Naughty Dog, Guerrilla และ Firesprite
ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 Sony ได้ยืนยันที่จะปิด Bluepoint Games ลงอย่างสมบูรณ์ ทำให้มีพนักงานประมาณ 70 คนต้องตกงาน Hermen Hulst ซีอีโอของกลุ่มธุรกิจสตูดิโอกล่าวถึงการปิดตัวว่าเป็นผลมาจาก "สภาพแวดล้อมของอุตสาหกรรมที่ท้าทายมากขึ้น" และระบุอย่างชัดเจนว่าต้นทุนการพัฒนาที่สูงขึ้นและรอบการผลิตที่ยาวนานขึ้นเป็นปัจจัยหลัก
ตามมาด้วยการปลดพนักงานเพิ่มเติมในเดือนมิถุนายน 2025 ที่ Bend Studio ซึ่งพนักงานราว 30% หรือประมาณ 40 คนถูกเลิกจ้าง และยังมีการปรับลดพนักงานที่ Visual Arts ในเดือนมีนาคม 2025 ซึ่งเป็นวงกว้างแต่ไม่ได้ระบุจำนวนที่ชัดเจน
เมื่อรวมทั้งหมดเข้าด้วยกัน PlayStation Studios ได้ปิดสตูดิโอไปแล้วอย่างน้อยสองแห่ง, ยกเลิกโปรเจกต์ที่ยังไม่ประกาศจำนวนนับไม่ถ้วน, ตัดตำแหน่งงานกว่า 900 ตำแหน่ง และประกาศล้มเลิกแผนการที่จะออกเกม live-service 12 เกมภายในปีงบประมาณ 2025 เหลือเพียง 6 เกม
การปรับโครงสร้างภายในของ Sony ไม่ได้เกิดจากความผิดพลาดของฝ่ายจัดการใดเป็นพิเศษ แต่มันสะท้อนถึงวิกฤติด้านต้นทุนทั่วทั้งอุตสาหกรรมที่ก่อตัวขึ้นมาหลายปี
จากงานวิจัยที่อ้างอิงโดย UK Competition and Markets Authority (CMA) หรีอหน่วยงานกำกับดูแลการแข่งขันทางการค้าของสหราชอาณาจักร งบประมาณในการพัฒนาเกม AAA ทะยานขึ้นอย่างมาก จากในอดีตที่งบประมาณอยู่ในช่วง 50–150 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เกมที่มีกำหนดเปิดตัวในปี 2024 และ 2025 มักจะมีงบประมาณเกิน 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นเรื่องปกติ โดยหนึ่งในผู้จัดจำหน่ายรายใหญ่รายงานต่อ CMA ว่าเกม AAA เพียงเกมเดียวอาจมีต้นทุนการพัฒนาระหว่าง 90–180 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และต้องบวกงบการตลาดแยกต่างหากอีก 50–150 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ความเป็นจริงทางการเงินเหล่านี้ได้ปะทะกับการปรับฐานของตลาดหลังยุคโควิด-19 อุตสาหกรรมวิดีโอเกมทั่วโลกขยายตัวอย่างรวดเร็วในช่วงการระบาดใหญ่ และการหดตัวที่ตามมาได้จุดชนวนให้เกิดการปลดพนักงานหลายพันตำแหน่งในบริษัทต่างๆ รวมถึง Embracer Group, Ubisoft, Unity Technologies และอื่นๆ อีกมากมาย
รายงานของ DDM Games ได้อธิบายว่าภาคส่วนนี้กำลังอยู่ใน "ช่วงรีเซ็ต" การกระทำของ Sony สอดคล้องกับคำอธิบายนั้นอย่างยิ่ง ไม่ใช่บริษัทที่กำลังอยู่ในภาวะวิกฤต แต่คือบริษัทที่กำลังปรับโครงสร้างต้นทุนครั้งใหญ่ให้เข้ากับความเป็นจริงทางเศรษฐกิจใหม่
สิ่งที่เชื่อมโยง Bungie, Naughty Dog, Bluepoint และการปรับโครงสร้างที่กว้างขึ้นเข้าด้วยกัน คือปัญหาเชิงโครงสร้างเพียงหนึ่งเดียว: ช่องว่างระหว่างต้นทุนการพัฒนาและผลตอบแทนทางการค้ากำลังถ่างกว้างขึ้น และจังหวะเวลาที่ไม่สอดคล้องกันกำลังกลายเป็นอันตรายถึงชีวิต
เมื่อ Bungie ยุติการพัฒนา Destiny 2 นักพัฒนาหลายร้อยคนจะกลายเป็นกำลังการผลิตส่วนเกินในทันที เพราะไม่มีการอนุมัติโปรเจกต์ Destiny 3 ไม่มีบทบาทในการสร้างรายได้สำหรับพวกเขา ดังนั้นการปลดพนักงานจึงแทบจะเป็นผลลัพธ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในทางคณิตศาสตร์
เมื่อ Naughty Dog ใช้เวลาเจ็ดปีเพื่อสร้างเกม single-player เกมเดียว สตูดิโอจะกลายเป็นศูนย์รวมต้นทุนล้วนๆ ไปตลอดทั้งอายุของคอนโซล PS5 ถึงแม้ว่าสุดท้ายแล้ว Intergalactic จะประสบความสำเร็จทั้งในแง่คำวิจารณ์และรายได้ ผลตอบแทนจากการลงทุนนั้นจะเกิดขึ้นจริงก็ต่อเมื่อถึงปลายอายุของคอนโซล ในขณะที่ Sony ได้ใช้จ่ายเงินหลายร้อยล้านดอลลาร์ไปแล้วกับเงินเดือน ค่าใช้จ่ายโสหุ้ย และการผลิต
เมื่อความเชี่ยวชาญของ Bluepoint ซึ่งก็คือการรีเมคเกมที่ขัดเกลาอย่างสูง ต้องใช้เวลานานขึ้นและต้นทุนมากขึ้นกว่าแต่ก่อน ในขณะที่โมเดลเกมแบบ Games-as-a-Service สร้างรายได้ต่อเนื่อง เหตุผลทางการค้าในการเดินหน้าดำเนินงานสตูดิโอ single-player แบบดั้งเดิมก็ค่อยๆ กัดกร่อนหายไป
ตอนนี้ Sony กำลังตอบสนองในแบบเดียวที่หลักเศรษฐศาสตร์จะเอื้ออำนวย นั่นคือการเร่งรัดความคืบหน้า, การอนุมัติโปรเจกต์น้อยลง, การควบรวมสตูดิโอ และการลดจำนวนพนักงานในส่วนที่สอดคล้องกันระหว่างเม็ดเงินที่ลงไปและรายได้ที่กลับมาไม่สัมพันธ์กัน
สำหรับ Bungie อนาคตในระยะสั้นนั้นชัดเจนแต่ยากลำบาก การปลดพนักงานจะพยายามปรับค่าใช้จ่ายของสตูดิโอให้สอดคล้องกับสถานะโปรเจกต์ที่ลดลง โดยมุ่งเน้นไปที่ Marathon ตัว Destiny 2 จะยังคงเล่นได้ แต่จะไม่มีการขยายเนื้อหาหรืออัปเดตสำคัญๆ ใดๆ อีกหลังจากเดือนมิถุนายน 2026
สำหรับ Naughty Dog ความกดดันมีแต่จะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น Intergalactic: The Heretic Prophet กำลังตั้งเป้าสำหรับกลางปี 2027 แต่เดโมภายในก็มีรายงานว่าสร้างความตึงเครียดมากพอที่จะจุดชนวนให้เกิดช่วงเวลา Crunch แบบบังคับ ก้าวต่อไปของสตูดิโอมีแนวโน้มที่จะเป็นตัวตัดสินว่ามันจะยังคงเป็นผู้พัฒนาเกมระดับเรือธงอันทรงเกียรติ หรือจะกลายเป็นสตูดิโอถัดไปที่ถูกบีบให้ต้องปรับโครงสร้างอย่างเจ็บปวด
สำหรับระบบนิเวศของ PlayStation ในวงกว้าง ข้อความที่ส่งออกมานั้นไม่ผิดเพี้ยน: ยุคของงบประมาณแบบไม่จำกัดและความไว้วางใจอย่างไร้ขอบเขตในการสร้างสรรค์วิสัยทัศน์ทางศิลปะได้สิ้นสุดลงแล้ว ตอนนี้สตูดิโอของ Sony กำลังถูกดำเนินงานภายใต้การตรวจสอบทางการเงินที่สะท้อนถึงอุตสาหกรรมส่วนที่เหลือ การปิดตัวของสตูดิโอ การเลิกจ้าง และความตึงเครียดภายในที่มีรายงานออกมา ไม่ใช่ความปั่นป่วนชั่วคราว แต่มันคือการปรับเทียบใหม่อย่างถาวรของหนึ่งในอาณาจักร First-Party ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในวงการเกม ให้เข้ากับเศรษฐศาสตร์อันโหดร้ายของการพัฒนาเกม Blockbuster สมัยใหม่
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
Bungie สตูดิโอในเครือ Sony เตรียมปลดพนักงาน 'จำนวนมาก' หลังประกาศยุติการอัปเดตเนื้อหาใหม่สำหรับ Destiny 2 ในวันที่ 9 มิถุนายน 2026 โดยที่ยังไม่มีโปรเจกต์ภาคต่ออย่าง Destiny 3 รองรับทีมงาน [1][3][6]
Bungie สตูดิโอในเครือ Sony เตรียมปลดพนักงาน 'จำนวนมาก' หลังประกาศยุติการอัปเดตเนื้อหาใหม่สำหรับ Destiny 2 ในวันที่ 9 มิถุนายน 2026 โดยที่ยังไม่มีโปรเจกต์ภาคต่ออย่าง Destiny 3 รองรับทีมงาน [1][3][6] Sony 'ไม่พอใจอย่างแน่นอน' ที่ Naughty Dog ใช้เวลากว่า 5 ปีและงบประมาณกว่า 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐกับเกม single player อย่าง Intergalactic: The Heretic Prophet โดยที่ยังไม่มีกำหนดวางจำหน่ายที่แน่ชัดและไม่มีเกมใหม่ที่แท้จร...
ทั้งสองกรณีไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดดเดี่ยว แต่สะท้อนให้เห็นถึงการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ของ PlayStation Studios ที่มีสาเหตุจากงบประมาณการพัฒนาเกม AAA ที่พุ่งสูงขึ้น การเดิมพันเกม live service ที่ล้มเหลว และการ 'รีเ...