เรือบรรทุกน้ำมันเริ่มกลับมาผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แต่ปริมาณยังต่ำมากเมื่อเทียบกับช่วงก่อนสงคราม และหลายลำต้องขออนุญาตจากอิหร่านก่อนเดินทาง อิหร่านตั้งระบบตรวจสอบและอนุญาตการผ่านช่องแคบ โดยกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) มีบทบาทสำคัญในการควบคุมการเดินเรือ การผ่านของเรือจากเอเชีย เช่น จีนหรือเกาหลีใต้ สะท้อนการเปิด...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How are recent oil tanker movements through the Strait of Hormuz—such as Chinese and South Korean vessels crossing under Iran’s new clearanc. Article summary: Recent tanker crossings suggest the Strait of Hormuz is not “reopened” in a normal commercial sense; it is operating as a politically controlled corridor where Iran, especially the IRGC, appears to be using selective tra. Topic tags: general, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "Chinese-flagged vessels were among over 30 ships that crossed the waterway, according to Iran's revolutionary guard. The statement comes as" source context "Iran says Chinese ships passed through Hormuz overnight" Reference image 2: visual subject "Chinese-flagged vessels were among over 30 ships that crossed the
แม้จะมีข่าวว่าเรือบรรทุกน้ำมันบางลำเริ่มกลับมาใช้ช่องแคบฮอร์มุซ แต่สถานการณ์ไม่ได้หมายความว่าการขนส่งพลังงานโลกกลับสู่ภาวะปกติแล้ว ความเป็นจริงคือเส้นทางเดินเรือนี้กำลังทำหน้าที่เหมือน “ทางผ่านที่ถูกควบคุมอย่างเข้มงวด” ซึ่งถูกกำหนดโดยความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและอิหร่าน รวมถึงอำนาจต่อรองที่เตหะรานมีเหนือหนึ่งในคอขวดพลังงานสำคัญของโลก
แม้เรือบางลำ โดยเฉพาะที่เชื่อมโยงกับผู้ซื้อพลังงานรายใหญ่ในเอเชีย จะเริ่มเดินทางผ่านช่องแคบอีกครั้ง แต่ปริมาณการเดินเรือยังต่ำกว่าช่วงก่อนความขัดแย้งอย่างมาก และมักต้องได้รับการประสานงานหรืออนุญาตจากหน่วยงานของอิหร่านก่อน
โดยปกติแล้ว ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางที่ขนส่งน้ำมันราวหนึ่งในห้าของโลก การหยุดชะงักเพียงเล็กน้อยจึงส่งผลต่อราคาพลังงานและเศรษฐกิจโลกทันที
ความขัดแย้งในปี 2026 ที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐ อิสราเอล และอิหร่าน ทำให้การเดินเรือเชิงพาณิชย์จำนวนมากหยุดลง หลังจากการโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์นำไปสู่การตอบโต้ทางทะเลและการข่มขู่เรือสินค้าในภูมิภาค
กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน หรือ IRGC มีบทบาทสำคัญในการควบคุมช่องแคบ โดยมีรายงานว่ามีการเตือนเรือพาณิชย์ หยุดตรวจหรือขึ้นตรวจเรือ และแม้แต่การวางทุ่นระเบิดในพื้นที่ทางเดินเรือ
ในบางช่วง อิหร่านประกาศว่าช่องแคบเปิดให้เดินเรือ แต่การตัดสินใจอาจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ตัวอย่างเช่น หลังจากรัฐบาลเตหะรานประกาศเปิดช่องแคบในช่วงหยุดยิงเดือนเมษายน กองกำลัง IRGC ก็ประกาศปิดอีกครั้งเพียงหนึ่งวันต่อมา ทำให้หลายฝ่ายเชื่อว่ากองกำลังทหารเป็นผู้ควบคุมการเข้าถึงจริง
แทนที่จะกลับไปใช้กฎการเดินเรือสากลแบบเดิม อิหร่านได้สร้างระบบใหม่ที่กำหนดให้เรือจำนวนมากต้องขออนุญาตก่อนเข้าสู่ช่องแคบ
มีรายงานว่าเตหะรานตั้งหน่วยงานเฉพาะเพื่อคัดกรองและอาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากเรือที่ต้องการผ่านช่องแคบ ซึ่งทำให้อิหร่านสามารถกำกับการจราจรทางทะเลในพื้นที่ได้อย่างเป็นทางการมากขึ้น
รัฐบาลอิหร่านยังแจ้งต่อองค์กรระหว่างประเทศว่าเรือที่ถือว่า “ไม่เป็นศัตรู” สามารถผ่านช่องแคบได้ หากขออนุญาตล่วงหน้าและไม่เกี่ยวข้องกับการสนับสนุนการโจมตีต่ออิหร่าน
ผลลัพธ์คือ ช่องแคบฮอร์มุซไม่ได้ทำหน้าที่เป็นทางเดินเรือเสรีเหมือนในอดีต แต่คล้ายประตูทางผ่านที่ต้องได้รับการอนุมัติ ซึ่งขึ้นอยู่กับการเมืองและความมั่นคง
แม้จะมีการเดินเรือบางส่วน แต่ระดับการจราจรยังห่างไกลจากภาวะปกติ
ก่อนเกิดสงคราม มีเรือประมาณ 125–140 ลำผ่านช่องแคบในแต่ละวัน แต่ในช่วงความขัดแย้ง ตัวเลขลดลงเหลือเพียงไม่กี่ลำต่อวัน หรือราว 10% ของระดับเดิม
ข้อมูลการติดตามเรือในปลายเดือนเมษายนแสดงว่ามีเรือเพียงประมาณ 6 ลำที่ผ่านช่องแคบในช่วง 24 ชั่วโมง ซึ่งยังถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับช่วงปกติ
แม้บางสัปดาห์จะมีการเพิ่มขึ้น เช่น รายงานว่ามีเรือสินค้าและเรือบรรทุกน้ำมันรวม 55 ลำผ่านช่องแคบในสัปดาห์กลางเดือนพฤษภาคม แต่ก็ยังสะท้อนการฟื้นตัวอย่างระมัดระวัง ไม่ใช่การกลับสู่การค้าปกติของโลก
การเดินเรือที่ถูกจับตามองมากที่สุดคือเรือที่เชื่อมโยงกับผู้ซื้อพลังงานรายใหญ่ในเอเชีย
ข้อมูลติดตามเรือแสดงว่าเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ของบริษัทจีนที่บรรทุกน้ำมันดิบจากอิรักเกือบ 2 ล้านบาร์เรลพยายามผ่านช่องแคบในเดือนพฤษภาคม สะท้อนว่าผู้ซื้อรายใหญ่เริ่มทดลองใช้เส้นทางอีกครั้งอย่างระมัดระวัง
ประเทศเศรษฐกิจในเอเชีย เช่น จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ พึ่งพาน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียอย่างมาก ก่อนหน้านี้ในช่วงต้นวิกฤต เรือบรรทุกน้ำมันของเกาหลีใต้หลายลำต้องติดค้างอยู่ใกล้ช่องแคบเพราะการปิดเส้นทาง
เหตุการณ์เหล่านี้ชี้ให้เห็นว่า การเดินเรือกำลัง “เปิดแบบเลือกได้” มากกว่าจะกลับสู่ภาวะปกติเต็มรูปแบบ
ในเวลาเดียวกัน สหรัฐกำลังใช้ทั้งแรงกดดันทางทหารและการทูตเพื่อผลักดันให้ช่องแคบกลับมาเปิด
หลังการเจรจาหยุดชะงัก วอชิงตันได้ประกาศปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่าน และสั่งให้กองทัพเรือสหรัฐตรวจค้นหรือสกัดเรือที่เกี่ยวข้องกับข้อจำกัดการเดินเรือของอิหร่าน
เจ้าหน้าที่สหรัฐยังคงเดินหน้าการเจรจาควบคู่ไปด้วย โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวว่าการเจรจากับอิหร่านอยู่ใน “ขั้นตอนสุดท้าย” แต่ก็เตือนว่าอาจมีการใช้กำลังเพิ่มเติมหากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้
นอกจากสหรัฐและอิหร่านแล้ว ประเทศในตะวันออกกลางเองก็พยายามหาทางลดความตึงเครียดหลังสงคราม
มีรายงานว่าซาอุดีอาระเบียเสนอแนวคิดสนธิสัญญาไม่รุกรานกันระหว่างอิหร่านกับประเทศในภูมิภาค เพื่อป้องกันความขัดแย้งในอนาคต แนวคิดนี้ได้รับแรงบันดาลใจบางส่วนจากกระบวนการเฮลซิงกิในยุคสงครามเย็นของยุโรป
ข้อเสนอนี้สะท้อนความกังวลของประเทศรอบอ่าวเปอร์เซียว่า แม้สงครามจะยุติ แต่ความไม่แน่นอนในช่องแคบฮอร์มุซอาจยังคงส่งผลต่อความมั่นคงและตลาดพลังงานโลก
เมื่อมองภาพรวม การเคลื่อนไหวของเรือบรรทุกน้ำมันในช่วงนี้ไม่ได้แปลว่าช่องแคบฮอร์มุซเปิดตามปกติ แต่สะท้อนว่าเส้นทางนี้กำลังถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง
อิหร่านดูเหมือนจะอนุญาตให้มีการเดินเรือบางส่วนเพื่อแสดงว่าตนสามารถควบคุมเส้นทางพลังงานสำคัญของโลกได้ ขณะเดียวกันก็รักษาความไม่แน่นอนไว้เพื่อใช้เป็นอำนาจต่อรองในการเจรจา
จนกว่าจะมีข้อตกลงทางการเมืองที่ชัดเจน การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซจึงมีแนวโน้มว่าจะยังคงเกิดขึ้นแบบจำกัด ถูกควบคุมอย่างใกล้ชิด และขึ้นอยู่กับสมดุลระหว่างแรงกดดันทางทหารกับการทูตที่ยังดำเนินอยู่
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
เรือบรรทุกน้ำมันเริ่มกลับมาผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แต่ปริมาณยังต่ำมากเมื่อเทียบกับช่วงก่อนสงคราม และหลายลำต้องขออนุญาตจากอิหร่านก่อนเดินทาง
เรือบรรทุกน้ำมันเริ่มกลับมาผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แต่ปริมาณยังต่ำมากเมื่อเทียบกับช่วงก่อนสงคราม และหลายลำต้องขออนุญาตจากอิหร่านก่อนเดินทาง อิหร่านตั้งระบบตรวจสอบและอนุญาตการผ่านช่องแคบ โดยกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) มีบทบาทสำคัญในการควบคุมการเดินเรือ
การผ่านของเรือจากเอเชีย เช่น จีนหรือเกาหลีใต้ สะท้อนการเปิดทางแบบเลือกได้ ไม่ใช่การกลับสู่การค้าปกติของโลก