เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2026 เซบาสเตียน เอเบล ซีอีโอของ TUI กล่าวต่อสาธารณะว่าสเปนและอิตาลี "กำลังเข้าใกล้ขีดจำกัดความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยว" ซึ่งจะผลักดันให้นักท่องเที่ยวมองหาจุดหมายปลายทางอื่นอย่างอียิปต์และตุรกีโดยธรรมชาติ ก่อนหน้านี้ในเดือนมกราคม 2026 เอเบลเคยเตือนว่าหมู่เกาะแบลีแอริก "เต็มความสามารถ" แล้ว และขอให้นักท่องเที่ยวมองหาที่อื่น
TUI ตอบสนองด้วยการลดขีดความสามารถของสายการบินลง 5% และใช้สายการบินพันธมิตรอย่าง Ryanair เพื่อรักษาความยืดหยุ่นในช่วงที่มีความต้องการสูง
ในวันที่ 12 สิงหาคม 2026 TUI รายงานกำไรจากการดำเนินงาน (Underlying EBIT) ในไตรมาสที่ 3 อยู่ที่ 234.6 ล้านยูโร ลดลงเกือบ 27% เมื่อเทียบกับปีก่อน และต่ำกว่าคาดการณ์ของตลาด กำไรก่อนหักภาษีลดลงถึง 43% เหลือ 153.4 ล้านยูโร
บริษัทต้องแบกรับต้นทุนที่เกิดขึ้นครั้งเดียวจากสงครามอิหร่านถึง 81 ล้านยูโร ซึ่งรวมถึงค่าใช้จ่ายในการอพยพนักท่องเที่ยว การเปลี่ยนเส้นทางบิน และราคาเชื้อเพลิงอากาศยานที่พุ่งสูงขึ้น
ยอดจองทัวร์ฤดูร้อนของ TUI ในเยอรมนีลดลงประมาณ 7% และลูกค้าหลายรายชะลอการจองจนเกือบถึงนาทีสุดท้าย
ก่อนหน้านี้ TUI ได้ปรับลดคาดการณ์กำไรทั้งปีและระงับการคาดการณ์รายได้ตั้งแต่เดือนเมษายน 2026
คลื่นความร้อนที่ทำลายสถิติทั่วทะเลเมดิเตอร์เรเนียนกำลังผลักดันให้เกิดเทรนด์ 'Coolcation' หรือการท่องเที่ยวแบบหนีร้อนไปสู่ประเทศทางตอนเหนือที่อากาศเย็นกว่า Trip.com Group รายงานว่าการค้นหาจุดหมายปลายทางที่อากาศเย็นเพิ่มขึ้น 74% เมื่อเทียบปีต่อปี แถบสแกนดิเนเวีย ฟินแลนด์ตอนใต้ และภูมิภาคเวสต์แลนด์ของนอร์เวย์ กำลังเห็นความต้องการพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
ในขณะเดียวกัน ซีอีโอของ TUI ชี้ชัดว่าอียิปต์และตุรกีจะเป็นจุดหมายที่ดูดซับนักท่องเที่ยวที่ล้นมาจากสเปนและอิตาลี
การเปลี่ยนแปลงสองทิศทางนี้—ทั้งไปทางเหนือเพื่อหาอากาศเย็น และไปทางตะวันออก/ใต้เพื่อหาทางเลือกที่ถูกกว่า—กำลังเปลี่ยนแผนที่การท่องเที่ยวของยุโรป
สเปน อิตาลี และฝรั่งเศส ได้นำภาษีนักท่องเที่ยวใหม่ ๆ มาใช้ หรือขยายขอบเขตของภาษีเดิม รวมถึงการจำกัดที่พักระยะสั้นและการจำกัดจำนวนผู้โดยสารเรือสำราญ เพื่อตอบสนองต่อแรงกดดันจากคนในพื้นที่ มาตรการเฉพาะได้แก่ การเก็บภาษีโรงแรมที่สูงขึ้นในบาร์เซโลนา การจำกัดการให้เช่าที่พักระยะสั้นในหลายเมืองของสเปน และการจำกัดจำนวนเรือสำราญที่เข้าเทียบท่าในเวนิสและท่าเรืออื่น ๆ
คณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรป (EU Council) ได้ยอมรับว่ามี "การกระจุกตัวของการท่องเที่ยว" ทั่วทั้งทวีป โดยสเปน เยอรมนี ฝรั่งเศส และอิตาลีเป็นประเทศที่ได้รับนักท่องเที่ยวมากที่สุด
หมู่เกาะแบลีแอริก ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการประท้วงต่อต้านนักท่องเที่ยวในเดือนเมษายน 2024 จะมีการเลือกตั้งระดับภูมิภาคในปี 2027 คำประกาศของ TUI ที่ว่าหมู่เกาะนี้ "เต็มความสามารถ" จะทำให้นโยบายการท่องเที่ยวกลายเป็นประเด็นหลักในการหาเสียงเลือกตั้ง
ผลการเลือกตั้งอาจเป็นตัวกำหนดว่าหมู่เกาะแบลีแอริกจะจำกัดการท่องเที่ยวให้เข้มงวดยิ่งขึ้น หรือจะพยายามสร้างสมดุลระหว่างการพึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยว (ซึ่งคิดเป็นประมาณ 35% ของ GDP ของหมู่เกาะ) กับความต้องการของประชาชนในเรื่องที่อยู่อาศัยราคาไม่แพงและคุณภาพชีวิต พรรคการเมืองต่าง ๆ น่าจะถูกกดดันให้กำหนดเพดานนักท่องเที่ยว ขึ้นภาษีเชิงนิเวศที่สูงขึ้น และมีมาตรการคุ้มครองที่อยู่อาศัยที่แข็งแกร่งขึ้น