หุ้น MiniMax และ Zhipu AI พุ่งหลายร้อยเปอร์เซ็นต์หลังเข้าตลาดฮ่องกง ส่วนหนึ่งเกิดจากจำนวนหุ้นหมุนเวียน (free float) ที่จำกัดและการเก็งกำไรจากการเข้าดัชนี Hang Seng Tech ซึ่งอาจดึงเงินลงทุนแบบ passive ถึงราว 1.25–1.75... นักลงทุนกำลังย้ายเงินจากยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีอย่าง Alibaba และ Tencent ไปสู่บริษัท AI แบบ pure‑play...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How are lockup expirations, limited free float, and possible Hang Seng Tech Index inclusion likely to affect the recent surge in Hong Kong-l. Article summary: The surge looks partly technical, not just fundamental: tight free floats can exaggerate buying pressure, while expected Hang Seng Tech Index inclusion could create index-linked demand for MiniMax and Zhipu AI [1][3]. Bu. Topic tags: general, general web. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "Hong Kong stocks kicked off 2026 on a strong note and climbed to a one-and-a-half-month high, as renewed optimism towards China's domestic" source context "HK stocks soar as AI optimism spills over into 2026 - RTHK" Reference image 2: visual subject "Hong Kong stocks kicked off 2026 on a strong note and climbed to a one-and-a-ha
หุ้นของสตาร์ตอัป Generative AI จากจีน อย่าง MiniMax และ Zhipu AI กลายเป็นหนึ่งในหุ้นที่ร้อนแรงที่สุดในตลาดหุ้นฮ่องกงหลังเข้าจดทะเบียน โดยบางช่วงราคาปรับตัวขึ้นหลายร้อยเปอร์เซ็นต์ภายในเวลาไม่กี่เดือน และให้ผลตอบแทนเหนือกว่าหุ้นเทคโนโลยีส่วนใหญ่ในตลาด
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์จำนวนมากมองว่าการพุ่งขึ้นครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากปัจจัยพื้นฐานเพียงอย่างเดียว แต่มี ปัจจัยเชิงโครงสร้างของตลาด เข้ามาเร่งแรงซื้อด้วย โดยเฉพาะสามเรื่องสำคัญ ได้แก่ จำนวนหุ้นหมุนเวียนที่จำกัด (free float), การคาดการณ์ว่าจะถูกนำเข้าดัชนี Hang Seng Tech และช่วงเวลาที่หุ้นติดล็อกของผู้ถือหุ้นเดิมกำลังจะหมดลง
บริษัทเทคโนโลยีที่เพิ่ง IPO มักมีหุ้นที่ซื้อขายได้จริงในตลาดไม่มาก เพราะหุ้นจำนวนมากยังอยู่กับผู้ก่อตั้ง นักลงทุนร่วมทุน หรือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่ยังติดเงื่อนไขห้ามขาย (lockup)
เมื่อ จำนวนหุ้นหมุนเวียนมีน้อย แม้แรงซื้อจะเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย ก็สามารถดันราคาหุ้นขึ้นแรงได้
ปรากฏการณ์นี้เห็นชัดในหุ้น AI จีนในฮ่องกง โดยรายงานระบุว่า หุ้น Zhipu พุ่งสูงสุดราว 699% ขณะที่ MiniMax เพิ่มขึ้นเกือบ 400% ในปี 2026 ซึ่งสูงกว่าการเคลื่อนไหวของตลาดโดยรวมอย่างมาก
แต่โครงสร้างแบบนี้มีข้อเสียเช่นกัน: หากมีหุ้นใหม่ไหลเข้าสู่ตลาดเมื่อใด ราคาก็สามารถปรับลงได้เร็วพอ ๆ กับที่เคยขึ้น
อีกแรงขับเคลื่อนสำคัญคือการเก็งกำไรว่า MiniMax และ Zhipu AI จะถูกเพิ่มเข้า ดัชนี Hang Seng Tech Index ซึ่งเป็นดัชนีหลักของหุ้นเทคโนโลยีในฮ่องกง
นักวิเคราะห์คาดว่าหุ้นทั้งสองอาจมีน้ำหนักรวมประมาณ 5%–7% ของดัชนี หากถูกเพิ่มเข้าไป
ผลกระทบสำคัญคือกองทุนที่ลงทุนตามดัชนี (index funds) จะต้องซื้อหุ้นเหล่านี้โดยอัตโนมัติ ซึ่งอาจสร้างกระแสเงินทุนไหลเข้า ประมาณ 1.25–1.75 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
นักลงทุนจำนวนมากจึงพยายามซื้อหุ้นล่วงหน้าเพื่อเก็งกำไรจากกระแสเงินนี้ ทำให้ราคาหุ้นวิ่งขึ้นก่อนเหตุการณ์จริง
แต่ในตลาดทุนมีรูปแบบที่พบได้บ่อยคือ “buy the rumor, sell the news” — เมื่อข่าวเกิดขึ้นจริง นักลงทุนที่ซื้อก่อนหน้าอาจเริ่มขายทำกำไร
ความเสี่ยงระยะใกล้ที่นักลงทุนจับตาคือ การหมดอายุของช่วง lockup หลัง IPO
ในช่วง lockup ผู้ก่อตั้ง พนักงาน และนักลงทุนยุคแรกจะยังไม่สามารถขายหุ้นได้ แต่เมื่อเงื่อนไขนี้หมดลง หุ้นจำนวนมากอาจเข้าสู่ตลาดพร้อมกัน
รายงานตลาดระบุว่าช่วงปลายปีอาจมีการปลดล็อกหุ้นของบริษัทเหล่านี้ ซึ่งอาจเพิ่มปริมาณหุ้นในตลาดอย่างมีนัยสำคัญ
หากผู้ถือหุ้นยุคแรกตัดสินใจขายทำกำไรหลังราคาขึ้นหลายเท่าตัว ก็อาจกดดันราคาหุ้นได้
อีกจุดที่น่าสนใจคือ เงินลงทุนจำนวนหนึ่งกำลังไหลจากบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่อย่าง Alibaba และ Tencent ไปยังสตาร์ตอัป AI ที่โฟกัสเฉพาะด้าน
เหตุผลหลักคือ “เรื่องเล่าการเติบโต” ที่ชัดเจนกว่า
ตรงกันข้าม Alibaba และ Tencent เป็นกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีหลายกิจการ ตั้งแต่ e‑commerce เกม ไปจนถึงคลาวด์ ทำให้ผลกระทบจาก AI ถูกกระจายไปในหลายธุรกิจ และไม่โดดเด่นเท่าบริษัทที่เน้น AI เพียงอย่างเดียว
แม้ความสนใจของตลาดจะสูงมาก แต่พื้นฐานทางการเงินของบริษัท AI เหล่านี้ยังอยู่ในช่วงพัฒนา
การสร้างโมเดล AI ขนาดใหญ่ต้องใช้เงินลงทุนมหาศาล ทั้งค่าโครงสร้างพื้นฐานด้านคอมพิวต์และค่าเทรนโมเดล ซึ่งทำให้หลายบริษัท ยังคงขาดทุนในระยะใกล้
ในช่วงนี้ นักลงทุนจำนวนมากยังยอมรับความเสี่ยงดังกล่าว เพราะมองว่าบริษัทกำลังลงทุนเพื่อครองตลาดในอุตสาหกรรมที่เติบโตเร็ว
การพุ่งขึ้นของหุ้น AI จีนในตลาดฮ่องกงเป็นผลจากทั้ง กระแส AI ระดับโลกและปัจจัยเชิงโครงสร้างของตลาด เช่น free float ต่ำ ความคาดหวังการเข้าดัชนี และแรงเก็งกำไรจากเงินลงทุนแบบ passive
แต่ปัจจัยเดียวกันนี้ก็ทำให้ตลาดมีความเปราะบาง หากหุ้นถูกปลดล็อกจำนวนมาก นักลงทุนเริ่มขายทำกำไร หรือรายได้จาก AI ไม่เติบโตตามความคาดหวัง ราคาหุ้นก็อาจผันผวนแรงได้เช่นกัน
ช่วงต่อจากนี้จึงเป็นบททดสอบสำคัญว่า มูลค่าของบริษัท AI เหล่านี้จะได้รับการสนับสนุนจาก การเติบโตทางธุรกิจจริง หรือเป็นเพียงผลของกระแสและโครงสร้างตลาดในระยะสั้น
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
หุ้น MiniMax และ Zhipu AI พุ่งหลายร้อยเปอร์เซ็นต์หลังเข้าตลาดฮ่องกง ส่วนหนึ่งเกิดจากจำนวนหุ้นหมุนเวียน (free float) ที่จำกัดและการเก็งกำไรจากการเข้าดัชนี Hang Seng Tech ซึ่งอาจดึงเงินลงทุนแบบ passive ถึงราว 1.25–1.75...
หุ้น MiniMax และ Zhipu AI พุ่งหลายร้อยเปอร์เซ็นต์หลังเข้าตลาดฮ่องกง ส่วนหนึ่งเกิดจากจำนวนหุ้นหมุนเวียน (free float) ที่จำกัดและการเก็งกำไรจากการเข้าดัชนี Hang Seng Tech ซึ่งอาจดึงเงินลงทุนแบบ passive ถึงราว 1.25–1.75... นักลงทุนกำลังย้ายเงินจากยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีอย่าง Alibaba และ Tencent ไปสู่บริษัท AI แบบ pure‑play เพราะให้การลงทุนที่โฟกัสตรงกับกระแส generative AI ของจีนมากกว่า [6][7]
อย่างไรก็ตาม การหมดช่วง lockup ของผู้ถือหุ้นเดิม รวมถึงต้นทุนพัฒนาโมเดล AI ที่สูงและกำไรยังไม่ชัดเจน อาจทำให้ราคาหุ้นผันผวนหรือปรับฐานได้ในอนาคต [3][13]