บริษัทจีนส่งมอบหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ส่วนใหญ่จากทั้งหมดราว 13,000 ยูนิตทั่วโลกในปี 2025 แต่ลูกค้าญี่ปุ่นจะพิจารณามากกว่าจำนวนการผลิต โดยให้ความสำคัญกับการติดตั้ง การซ่อมบำรุงในพื้นที่ และผลตอบแทนที่วัดได้ [1][7] โอกาสในญี่ปุ่นครอบคลุมคลังสินค้า โลจิสติกส์ ร้านอาหาร โรงงาน ค้าปลีก และสนามบิน ขณะที่ญี่ปุ่นมีหุ่นยนต์อุตสา...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Lunaรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 1.5
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How are Chinese robot makers entering Japan to address its labor shortage, and what does this trend reveal about the scale of Chinese humano. Article summary: Chinese makers are entering Japan less as sellers of futuristic humanoids than as providers of locally supported automation for labor-constrained operations. Their opportunity is real, but Japan’s demanding customers wil. Topic tags: general, news, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts w
บริษัทหุ่นยนต์จีนกำลังมองญี่ปุ่นมากกว่าการเป็นเวทีสาธิตเทคโนโลยีล้ำอนาคต พวกเขากำลังนำระบบอัตโนมัติเข้าไปแก้ปัญหางานที่ขาดคนในคลังสินค้า ร้านอาหาร โรงงาน และบริการต่าง ๆ โดยพยายามทำให้หุ่นยนต์ทำงานร่วมกับสถานที่และกระบวนการเดิมได้
โอกาสนี้มีอยู่จริง แต่ไม่ใช่ตลาดที่เข้าไปได้ง่าย เพราะญี่ปุ่นเป็นประเทศมหาอำนาจด้านหุ่นยนต์อุตสาหกรรมอยู่แล้ว สำหรับผู้ผลิตจีน สินค้าที่จะตัดสินแพ้ชนะจึงไม่น่าจะเป็นแค่ตัวหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ แต่เป็นโซลูชันครบชุด ทั้งหุ่นยนต์ การผสานระบบ บริการภาคสนาม กระบวนการด้านความปลอดภัย และเหตุผลทางธุรกิจที่ลูกค้านำไปอนุมัติภายในองค์กรได้
Omdia บริษัทวิจัยตลาดที่ Bloomberg รายงานข้อมูล ระบุว่า ในปี 2025 มีการส่งมอบหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ทั่วโลกราว 13,000 ยูนิต โดยผู้ผลิตจีนครองสัดส่วนส่วนใหญ่ AgiBot สตาร์ตอัปจากเซี่ยงไฮ้ถูกประเมินว่าส่งมอบได้ 5,168 ยูนิต สูงสุดในบรรดาผู้ผลิตรายบุคคลในชุดข้อมูลดังกล่าว 1
Unitree ยังรายงานตัวเลขของบริษัทเองว่าส่งมอบหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์แบบ “เต็มรูปแบบ” มากกว่า 5,500 ยูนิตในปีเดียวกัน ตัวเลขนี้ไม่รวมรุ่นติดล้อและหุ่นยนต์สองแขน ขณะที่ Omdia ประเมินตัวเลขของ Unitree ไว้ต่ำกว่า ความแตกต่างนี้สะท้อนว่าตัวเลขการส่งมอบอาจเปลี่ยนไปตามนิยามและวิธีการรายงาน 7
ข้อสรุปที่น่าเชื่อถือกว่าการจัดอันดับรายบริษัทคือ บริษัทจีนมีทั้งกำลังการผลิตและความสามารถในการแข่งขันด้านราคาในระดับที่เปิดทางให้ส่งออกไปต่างประเทศได้จริง อย่างไรก็ตาม จำนวนการส่งมอบไม่ได้หมายความว่าหุ่นยนต์ถูกนำไปใช้ในธุรกิจขนาดใหญ่แล้วทั้งหมด หน่วยในระยะแรกจำนวนมากยังอยู่ในมหาวิทยาลัย ห้องทดลอง การศึกษา การสาธิต และการพัฒนาเทคโนโลยี 7
แรงกดดันด้านประชากรและการขาดแคลนแรงงานของญี่ปุ่นกำลังสร้างความต้องการระบบอัตโนมัติในสถานที่ที่หาคนทำงานและรักษาพนักงานไว้ได้ยาก โอกาสมีตั้งแต่คลังสินค้าและโลจิสติกส์ ร้านอาหาร ค้าปลีก การดูแลผู้สูงอายุและงานช่วยเหลือภายในบ้าน โรงงาน ไปจนถึงสนามบิน 46
จุดขายของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์หรือหุ่นยนต์อเนกประสงค์คือการออกแบบมาให้ทำงานในสภาพแวดล้อมที่สร้างขึ้นเพื่อมนุษย์ หุ่นยนต์ที่ผ่านประตู เดินตามทางเดิน และทำงานในพื้นที่เดิมได้ อาจเหมาะกับอาคารเก่ามากกว่าระบบอัตโนมัติที่ต้องรื้อปรับโครงสร้างสถานที่ใหม่ทั้งหมด
สนามบินเป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัด Japan Airlines เริ่มโครงการทดลองที่สนามบินฮาเนดะในโตเกียวร่วมกับ GMO AI & Robotics สำหรับงานอย่างการขนสัมภาระและทำความสะอาดห้องโดยสาร โครงการดังกล่าวถูกระบุว่าเป็นการทดลองระยะสองปี เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2026 ไม่ใช่หลักฐานว่ามีการใช้งานถาวรในทันที 50
ประเด็นนี้สำคัญ เพราะการขาดแคลนแรงงานเป็นเหตุผลให้ญี่ปุ่นทดลองใช้หุ่นยนต์ แต่ทุกกรณีการใช้งานยังต้องพิสูจน์ว่าหุ่นยนต์ทำงานได้อย่างปลอดภัย สม่ำเสมอ และคุ้มค่าในสถานที่จริง
ผู้ผลิตจีนไม่ได้เข้ามาในตลาดที่ยังไม่มีระบบหุ่นยนต์ ญี่ปุ่นมีการติดตั้งหุ่นยนต์อุตสาหกรรม 44,500 ยูนิตในปี 2024 และมีหุ่นยนต์ที่ใช้งานอยู่ในประเทศรวม 450,500 ยูนิต ทำให้ญี่ปุ่นเป็นตลาดหุ่นยนต์อุตสาหกรรมขนาดใหญ่อันดับสองของโลกเมื่อวัดจากจำนวนการติดตั้ง 20
บริษัทญี่ปุ่นอย่าง Fanuc, Yaskawa, Kawasaki และ Nachi มีความสัมพันธ์ระยะยาวกับผู้ผลิต ผู้วางระบบ และผู้ให้บริการ นอกจากนี้ ญี่ปุ่นยังมีฐานการผลิตภายในประเทศที่แข็งแกร่งสำหรับหุ่นยนต์อุตสาหกรรมและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง 17
ฐานติดตั้งเดิมนี้ทำให้โจทย์การแข่งขันซับซ้อนขึ้น หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จีนอาจโดดเด่นด้านความยืดหยุ่น ราคาที่เข้าถึงง่ายกว่า หรือความสามารถในการทำงานในพื้นที่สำหรับมนุษย์ แต่ก็ยังต้องเข้ากับระบบจัดซื้อ มาตรฐานความปลอดภัย และโครงสร้างการบำรุงรักษาที่พัฒนามาจากระบบอัตโนมัติหลายทศวรรษ
การแข่งขันจึงไม่ใช่แค่ “หุ่นยนต์จีนปะทะหุ่นยนต์ญี่ปุ่น” ในหลายกรณี หุ่นยนต์อเนกประสงค์รุ่นใหม่จะถูกนำไปเปรียบเทียบกับแขนกล สายพาน เครื่องจักรเฉพาะทาง และวิธีการทำงานเดิมของมนุษย์
เส้นทางที่ชัดเจนที่สุดสำหรับการเข้าสู่ญี่ปุ่นคือการทำงานกับบริษัทที่เข้าใจตลาดอยู่แล้ว และพร้อมรับผิดชอบหลังการขาย ไม่ใช่เพียงนำเข้าสินค้าไปวางจำหน่าย
เมื่อเดือนมิถุนายน 2026 GMO AI & Robotics ได้รับแต่งตั้งเป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ Unitree Robotics ในญี่ปุ่น ข้อตกลงครอบคลุมการขาย การสนับสนุนการติดตั้งใช้งาน และการสื่อสารที่ปลอดภัย 44 รายงานที่เกี่ยวข้องระบุว่าความร่วมมือยังรวมถึงการพัฒนาซอฟต์แวร์ การบำรุงรักษา และการปฏิบัติการ โดย GMO ยังมีบริการเช่าหุ่นยนต์เพื่อทดลองทำ Proof of Concept หรือการทดสอบว่าหุ่นยนต์ตอบโจทย์งานจริงหรือไม่ ก่อนตัดสินใจซื้อ
47
นี่เป็นการเปลี่ยนจากการขายฮาร์ดแวร์อย่างเดียวไปสู่การขายบริการครบวงจร พันธมิตรในญี่ปุ่นสามารถช่วยเรื่องต่อไปนี้ได้
ตัวอย่างอื่น ๆ ก็สะท้อนแนวทางเดียวกัน แม้ไม่ใช่หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์โดยตรง Galbot นำเสนอหุ่นยนต์ G1 และ S1 สำหรับร้านค้าปลีกและโลจิสติกส์ โดยระบุว่ามีการใช้งานในร้านค้าในจีนแล้วมากกว่า 100 แห่ง ส่วน DOBOT ทำงานร่วมกับ Asuka บริษัทชิ้นส่วนยานยนต์ญี่ปุ่นด้านการขายและการบำรุงรักษา 48
ด้าน KEENON ได้ขยายการสนับสนุนหุ่นยนต์บริการในญี่ปุ่น โดย People’s Daily รายงานว่าบริษัทมีจุดให้บริการมากกว่า 200 แห่ง และตั้งเป้ารับมือความขัดข้องทั่วไปภายในเวลาที่กำหนด ตัวอย่างเหล่านี้ชี้ว่าเครือข่ายจัดจำหน่ายและบริการหลังการขายไม่ใช่รายละเอียดประกอบ แต่เป็นส่วนหนึ่งของสินค้าที่ลูกค้าซื้อ 54
หุ่นยนต์ในคลังสินค้าอาจต้องเชื่อมต่อกับระบบจัดการคลังสินค้า ลิฟต์ ประตู รถเข็น และระเบียบความปลอดภัย ส่วนหุ่นยนต์ในร้านอาหารต้องเข้ากับทางเดินแคบ กิจวัตรของพนักงาน และความคาดหวังของลูกค้า ขณะที่ในโรงงาน หุ่นยนต์ต้องทำงานร่วมกับสถานีการผลิต มาตรฐานตรวจสอบ และระบบอัตโนมัติที่มีอยู่เดิม
ดังนั้น การผสานระบบจึงเป็นบททดสอบทางธุรกิจที่สำคัญที่สุด ผู้ซื้อจะต้องการคำตอบว่า
นี่คือเหตุผลที่ราคาฮาร์ดแวร์ต่ำกว่าเพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่ตัวตัดสินผู้ชนะ หุ่นยนต์ที่ราคาถูกกว่าอาจมีต้นทุนสูงขึ้น หากต้องดัดแปลงหน้างานมาก ใช้วิศวกรเฉพาะทาง หรือรออะไหล่ทดแทนนาน
การจัดซื้อหุ่นยนต์สำหรับองค์กรโดยทั่วไปต้องผ่านการทดลองใช้งาน การปรับให้เข้ากับสถานที่ การตรวจสอบความปลอดภัย การอนุมัติภายใน และการเก็บหลักฐานว่าคุ้มค่าต่อการลงทุน ในญี่ปุ่น ผู้จัดจำหน่ายรายใหญ่ บริษัทการค้า และผู้วางระบบยังอาจทำให้กระบวนการขายมีแบบแผนและใช้เวลานานขึ้น 43
ดังนั้น การประกาศแต่งตั้งตัวแทน การออกงานแสดงสินค้า หรือการทดลองในพื้นที่แห่งเดียว ไม่ควรถูกเรียกว่าเป็นการใช้งานในวงกว้าง สิ่งเหล่านี้แสดงว่ามีเส้นทางเข้าสู่ตลาด แต่ยังไม่ได้พิสูจน์ว่าเทคโนโลยีพร้อมใช้งานในระดับขนาดใหญ่
ผู้ขายจีนจะต้องมีทีมวิศวกรในพื้นที่ แหล่งเงินทุนที่รองรับการรอคอย และความผูกพันระยะยาวจากลูกค้า นอกจากนี้ อาจต้องมีบริการเช่าหรือทดลองใช้ เพื่อให้ผู้ประกอบการประเมินประสิทธิภาพโดยไม่ต้องลงทุนก้อนใหญ่ทันที รูปแบบเช่าทดลองของ GMO เป็นตัวอย่างหนึ่งของแนวทางดังกล่าว 47
ประมาณการตลาดชี้ว่าความต้องการหุ่นยนต์ในญี่ปุ่นจะเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะหุ่นยนต์บริการและหุ่นยนต์ที่ใช้ AI แต่ตัวเลขแตกต่างกันเพราะนักวิจัยแต่ละรายให้นิยามคำว่า “ตลาดหุ่นยนต์” ไม่เหมือนกัน
MarketsandMarkets ประเมินมูลค่าตลาดหุ่นยนต์บริการของญี่ปุ่นไว้ที่ 3.63 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024 และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 8.50 พันล้านดอลลาร์ในปี 2029 คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีแบบทบต้น 18.5% 34 ขณะที่การประเมินอีกชุดหนึ่งระบุว่าตลาดหุ่นยนต์อัจฉริยะของญี่ปุ่นมีมูลค่า 1.40 พันล้านดอลลาร์ในปี 2025 และอาจแตะ 5.42 พันล้านดอลลาร์ในปี 2030 หรือเติบโตเฉลี่ย 31.0% ต่อปี
33
ตัวเลขเหล่านี้ไม่ควรถูกนำมารวมกันหรือใช้เป็นประมาณการเฉพาะสำหรับหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ เพราะครอบคลุมหมวดหมู่ที่แตกต่างกัน สิ่งที่สะท้อนร่วมกันคือ ญี่ปุ่นมีโอกาสสองด้านที่ทับซ้อนกัน ได้แก่ ฐานหุ่นยนต์อุตสาหกรรมขนาดใหญ่และ成熟แล้ว กับตลาดหุ่นยนต์บริการและระบบอัตโนมัติที่ยืดหยุ่นขึ้นเรื่อย ๆ
ข้อได้เปรียบของจีนเริ่มเห็นชัดจากปริมาณการผลิตหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ และความคุ้มค่าด้านราคาและประสิทธิภาพ ส่วนข้อได้เปรียบของญี่ปุ่นยังอยู่ที่ฐานระบบอัตโนมัติเดิม ความสัมพันธ์กับลูกค้า มาตรฐานทางวิศวกรรม และโครงสร้างบริการ
ญี่ปุ่นจึงเป็นทั้งตลาดที่น่าดึงดูดและตลาดที่เรียกร้องสูง บริษัทจีนสามารถใช้ปัญหาขาดแคลนแรงงานเป็นจุดเริ่มต้นเพื่อเปิดประตูเข้าสู่ตลาด แต่โอกาสสำเร็จจะมากขึ้นเมื่อบริษัทฝังตัวอยู่ในเครือข่ายการจัดจำหน่ายและการวางระบบของญี่ปุ่น
ผู้ชนะจะไม่ใช่บริษัทที่ส่งหุ่นยนต์ได้มากที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่คือบริษัทที่ทำให้หุ่นยนต์ทำงานได้ต่อเนื่อง เชื่อมต่อกับการปฏิบัติงานจริง และแสดงผลตอบแทนจากการลงทุนที่ลูกค้าสามารถอธิบายและปกป้องได้ภายในองค์กร
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
บริษัทจีนส่งมอบหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ส่วนใหญ่จากทั้งหมดราว 13,000 ยูนิตทั่วโลกในปี 2025 แต่ลูกค้าญี่ปุ่นจะพิจารณามากกว่าจำนวนการผลิต โดยให้ความสำคัญกับการติดตั้ง การซ่อมบำรุงในพื้นที่ และผลตอบแทนที่วัดได้ [1][7]
บริษัทจีนส่งมอบหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ส่วนใหญ่จากทั้งหมดราว 13,000 ยูนิตทั่วโลกในปี 2025 แต่ลูกค้าญี่ปุ่นจะพิจารณามากกว่าจำนวนการผลิต โดยให้ความสำคัญกับการติดตั้ง การซ่อมบำรุงในพื้นที่ และผลตอบแทนที่วัดได้ [1][7] โอกาสในญี่ปุ่นครอบคลุมคลังสินค้า โลจิสติกส์ ร้านอาหาร โรงงาน ค้าปลีก และสนามบิน ขณะที่ญี่ปุ่นมีหุ่นยนต์อุตสาหกรรมใช้งานอยู่แล้ว 450,500 ยูนิตในปี 2024 [20]
ข้อตกลงระหว่าง Unitree กับ GMO AI & Robotics สะท้อนรูปแบบธุรกิจที่กำลังก่อตัวขึ้น นั่นคือการจับคู่ฮาร์ดแวร์จีนกับบริการภาษาญี่ปุ่น การติดตั้ง ซอฟต์แวร์ การบำรุงรักษา และการทดลองใช้งาน [44][47]
บริษัทจีนส่งมอบหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ส่วนใหญ่จากทั้งหมดราว 13,000 ยูนิตทั่วโลกในปี 2025 แต่ลูกค้าญี่ปุ่นจะพิจารณามากกว่าจำนวนการผลิต โดยให้ความสำคัญกับการติดตั้ง การซ่อมบำรุงในพื้นที่ และผลตอบแทนที่วัดได้ [1][7] โอกาสในญี่ปุ่นครอบคลุมคลังสินค้า โลจิสติกส์ ร้านอาหาร โรงงาน ค้าปลีก และสนามบิน ขณะที่ญี่ปุ่นมีหุ่นยนต์อุตสา...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Lunaรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 1.5
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How are Chinese robot makers entering Japan to address its labor shortage, and what does this trend reveal about the scale of Chinese humano. Article summary: Chinese makers are entering Japan less as sellers of futuristic humanoids than as providers of locally supported automation for labor-constrained operations. Their opportunity is real, but Japan’s demanding customers wil. Topic tags: general, news, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts w
บริษัทหุ่นยนต์จีนกำลังมองญี่ปุ่นมากกว่าการเป็นเวทีสาธิตเทคโนโลยีล้ำอนาคต พวกเขากำลังนำระบบอัตโนมัติเข้าไปแก้ปัญหางานที่ขาดคนในคลังสินค้า ร้านอาหาร โรงงาน และบริการต่าง ๆ โดยพยายามทำให้หุ่นยนต์ทำงานร่วมกับสถานที่และกระบวนการเดิมได้
โอกาสนี้มีอยู่จริง แต่ไม่ใช่ตลาดที่เข้าไปได้ง่าย เพราะญี่ปุ่นเป็นประเทศมหาอำนาจด้านหุ่นยนต์อุตสาหกรรมอยู่แล้ว สำหรับผู้ผลิตจีน สินค้าที่จะตัดสินแพ้ชนะจึงไม่น่าจะเป็นแค่ตัวหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ แต่เป็นโซลูชันครบชุด ทั้งหุ่นยนต์ การผสานระบบ บริการภาคสนาม กระบวนการด้านความปลอดภัย และเหตุผลทางธุรกิจที่ลูกค้านำไปอนุมัติภายในองค์กรได้
Omdia บริษัทวิจัยตลาดที่ Bloomberg รายงานข้อมูล ระบุว่า ในปี 2025 มีการส่งมอบหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ทั่วโลกราว 13,000 ยูนิต โดยผู้ผลิตจีนครองสัดส่วนส่วนใหญ่ AgiBot สตาร์ตอัปจากเซี่ยงไฮ้ถูกประเมินว่าส่งมอบได้ 5,168 ยูนิต สูงสุดในบรรดาผู้ผลิตรายบุคคลในชุดข้อมูลดังกล่าว 1
Unitree ยังรายงานตัวเลขของบริษัทเองว่าส่งมอบหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์แบบ “เต็มรูปแบบ” มากกว่า 5,500 ยูนิตในปีเดียวกัน ตัวเลขนี้ไม่รวมรุ่นติดล้อและหุ่นยนต์สองแขน ขณะที่ Omdia ประเมินตัวเลขของ Unitree ไว้ต่ำกว่า ความแตกต่างนี้สะท้อนว่าตัวเลขการส่งมอบอาจเปลี่ยนไปตามนิยามและวิธีการรายงาน 7
ข้อสรุปที่น่าเชื่อถือกว่าการจัดอันดับรายบริษัทคือ บริษัทจีนมีทั้งกำลังการผลิตและความสามารถในการแข่งขันด้านราคาในระดับที่เปิดทางให้ส่งออกไปต่างประเทศได้จริง อย่างไรก็ตาม จำนวนการส่งมอบไม่ได้หมายความว่าหุ่นยนต์ถูกนำไปใช้ในธุรกิจขนาดใหญ่แล้วทั้งหมด หน่วยในระยะแรกจำนวนมากยังอยู่ในมหาวิทยาลัย ห้องทดลอง การศึกษา การสาธิต และการพัฒนาเทคโนโลยี 7
แรงกดดันด้านประชากรและการขาดแคลนแรงงานของญี่ปุ่นกำลังสร้างความต้องการระบบอัตโนมัติในสถานที่ที่หาคนทำงานและรักษาพนักงานไว้ได้ยาก โอกาสมีตั้งแต่คลังสินค้าและโลจิสติกส์ ร้านอาหาร ค้าปลีก การดูแลผู้สูงอายุและงานช่วยเหลือภายในบ้าน โรงงาน ไปจนถึงสนามบิน 46
จุดขายของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์หรือหุ่นยนต์อเนกประสงค์คือการออกแบบมาให้ทำงานในสภาพแวดล้อมที่สร้างขึ้นเพื่อมนุษย์ หุ่นยนต์ที่ผ่านประตู เดินตามทางเดิน และทำงานในพื้นที่เดิมได้ อาจเหมาะกับอาคารเก่ามากกว่าระบบอัตโนมัติที่ต้องรื้อปรับโครงสร้างสถานที่ใหม่ทั้งหมด
สนามบินเป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัด Japan Airlines เริ่มโครงการทดลองที่สนามบินฮาเนดะในโตเกียวร่วมกับ GMO AI & Robotics สำหรับงานอย่างการขนสัมภาระและทำความสะอาดห้องโดยสาร โครงการดังกล่าวถูกระบุว่าเป็นการทดลองระยะสองปี เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2026 ไม่ใช่หลักฐานว่ามีการใช้งานถาวรในทันที 50
ประเด็นนี้สำคัญ เพราะการขาดแคลนแรงงานเป็นเหตุผลให้ญี่ปุ่นทดลองใช้หุ่นยนต์ แต่ทุกกรณีการใช้งานยังต้องพิสูจน์ว่าหุ่นยนต์ทำงานได้อย่างปลอดภัย สม่ำเสมอ และคุ้มค่าในสถานที่จริง
ผู้ผลิตจีนไม่ได้เข้ามาในตลาดที่ยังไม่มีระบบหุ่นยนต์ ญี่ปุ่นมีการติดตั้งหุ่นยนต์อุตสาหกรรม 44,500 ยูนิตในปี 2024 และมีหุ่นยนต์ที่ใช้งานอยู่ในประเทศรวม 450,500 ยูนิต ทำให้ญี่ปุ่นเป็นตลาดหุ่นยนต์อุตสาหกรรมขนาดใหญ่อันดับสองของโลกเมื่อวัดจากจำนวนการติดตั้ง 20
บริษัทญี่ปุ่นอย่าง Fanuc, Yaskawa, Kawasaki และ Nachi มีความสัมพันธ์ระยะยาวกับผู้ผลิต ผู้วางระบบ และผู้ให้บริการ นอกจากนี้ ญี่ปุ่นยังมีฐานการผลิตภายในประเทศที่แข็งแกร่งสำหรับหุ่นยนต์อุตสาหกรรมและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง 17
ฐานติดตั้งเดิมนี้ทำให้โจทย์การแข่งขันซับซ้อนขึ้น หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จีนอาจโดดเด่นด้านความยืดหยุ่น ราคาที่เข้าถึงง่ายกว่า หรือความสามารถในการทำงานในพื้นที่สำหรับมนุษย์ แต่ก็ยังต้องเข้ากับระบบจัดซื้อ มาตรฐานความปลอดภัย และโครงสร้างการบำรุงรักษาที่พัฒนามาจากระบบอัตโนมัติหลายทศวรรษ
การแข่งขันจึงไม่ใช่แค่ “หุ่นยนต์จีนปะทะหุ่นยนต์ญี่ปุ่น” ในหลายกรณี หุ่นยนต์อเนกประสงค์รุ่นใหม่จะถูกนำไปเปรียบเทียบกับแขนกล สายพาน เครื่องจักรเฉพาะทาง และวิธีการทำงานเดิมของมนุษย์
เส้นทางที่ชัดเจนที่สุดสำหรับการเข้าสู่ญี่ปุ่นคือการทำงานกับบริษัทที่เข้าใจตลาดอยู่แล้ว และพร้อมรับผิดชอบหลังการขาย ไม่ใช่เพียงนำเข้าสินค้าไปวางจำหน่าย
เมื่อเดือนมิถุนายน 2026 GMO AI & Robotics ได้รับแต่งตั้งเป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ Unitree Robotics ในญี่ปุ่น ข้อตกลงครอบคลุมการขาย การสนับสนุนการติดตั้งใช้งาน และการสื่อสารที่ปลอดภัย 44 รายงานที่เกี่ยวข้องระบุว่าความร่วมมือยังรวมถึงการพัฒนาซอฟต์แวร์ การบำรุงรักษา และการปฏิบัติการ โดย GMO ยังมีบริการเช่าหุ่นยนต์เพื่อทดลองทำ Proof of Concept หรือการทดสอบว่าหุ่นยนต์ตอบโจทย์งานจริงหรือไม่ ก่อนตัดสินใจซื้อ
47
นี่เป็นการเปลี่ยนจากการขายฮาร์ดแวร์อย่างเดียวไปสู่การขายบริการครบวงจร พันธมิตรในญี่ปุ่นสามารถช่วยเรื่องต่อไปนี้ได้
ตัวอย่างอื่น ๆ ก็สะท้อนแนวทางเดียวกัน แม้ไม่ใช่หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์โดยตรง Galbot นำเสนอหุ่นยนต์ G1 และ S1 สำหรับร้านค้าปลีกและโลจิสติกส์ โดยระบุว่ามีการใช้งานในร้านค้าในจีนแล้วมากกว่า 100 แห่ง ส่วน DOBOT ทำงานร่วมกับ Asuka บริษัทชิ้นส่วนยานยนต์ญี่ปุ่นด้านการขายและการบำรุงรักษา 48
ด้าน KEENON ได้ขยายการสนับสนุนหุ่นยนต์บริการในญี่ปุ่น โดย People’s Daily รายงานว่าบริษัทมีจุดให้บริการมากกว่า 200 แห่ง และตั้งเป้ารับมือความขัดข้องทั่วไปภายในเวลาที่กำหนด ตัวอย่างเหล่านี้ชี้ว่าเครือข่ายจัดจำหน่ายและบริการหลังการขายไม่ใช่รายละเอียดประกอบ แต่เป็นส่วนหนึ่งของสินค้าที่ลูกค้าซื้อ 54
หุ่นยนต์ในคลังสินค้าอาจต้องเชื่อมต่อกับระบบจัดการคลังสินค้า ลิฟต์ ประตู รถเข็น และระเบียบความปลอดภัย ส่วนหุ่นยนต์ในร้านอาหารต้องเข้ากับทางเดินแคบ กิจวัตรของพนักงาน และความคาดหวังของลูกค้า ขณะที่ในโรงงาน หุ่นยนต์ต้องทำงานร่วมกับสถานีการผลิต มาตรฐานตรวจสอบ และระบบอัตโนมัติที่มีอยู่เดิม
ดังนั้น การผสานระบบจึงเป็นบททดสอบทางธุรกิจที่สำคัญที่สุด ผู้ซื้อจะต้องการคำตอบว่า
นี่คือเหตุผลที่ราคาฮาร์ดแวร์ต่ำกว่าเพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่ตัวตัดสินผู้ชนะ หุ่นยนต์ที่ราคาถูกกว่าอาจมีต้นทุนสูงขึ้น หากต้องดัดแปลงหน้างานมาก ใช้วิศวกรเฉพาะทาง หรือรออะไหล่ทดแทนนาน
การจัดซื้อหุ่นยนต์สำหรับองค์กรโดยทั่วไปต้องผ่านการทดลองใช้งาน การปรับให้เข้ากับสถานที่ การตรวจสอบความปลอดภัย การอนุมัติภายใน และการเก็บหลักฐานว่าคุ้มค่าต่อการลงทุน ในญี่ปุ่น ผู้จัดจำหน่ายรายใหญ่ บริษัทการค้า และผู้วางระบบยังอาจทำให้กระบวนการขายมีแบบแผนและใช้เวลานานขึ้น 43
ดังนั้น การประกาศแต่งตั้งตัวแทน การออกงานแสดงสินค้า หรือการทดลองในพื้นที่แห่งเดียว ไม่ควรถูกเรียกว่าเป็นการใช้งานในวงกว้าง สิ่งเหล่านี้แสดงว่ามีเส้นทางเข้าสู่ตลาด แต่ยังไม่ได้พิสูจน์ว่าเทคโนโลยีพร้อมใช้งานในระดับขนาดใหญ่
ผู้ขายจีนจะต้องมีทีมวิศวกรในพื้นที่ แหล่งเงินทุนที่รองรับการรอคอย และความผูกพันระยะยาวจากลูกค้า นอกจากนี้ อาจต้องมีบริการเช่าหรือทดลองใช้ เพื่อให้ผู้ประกอบการประเมินประสิทธิภาพโดยไม่ต้องลงทุนก้อนใหญ่ทันที รูปแบบเช่าทดลองของ GMO เป็นตัวอย่างหนึ่งของแนวทางดังกล่าว 47
ประมาณการตลาดชี้ว่าความต้องการหุ่นยนต์ในญี่ปุ่นจะเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะหุ่นยนต์บริการและหุ่นยนต์ที่ใช้ AI แต่ตัวเลขแตกต่างกันเพราะนักวิจัยแต่ละรายให้นิยามคำว่า “ตลาดหุ่นยนต์” ไม่เหมือนกัน
MarketsandMarkets ประเมินมูลค่าตลาดหุ่นยนต์บริการของญี่ปุ่นไว้ที่ 3.63 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024 และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 8.50 พันล้านดอลลาร์ในปี 2029 คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีแบบทบต้น 18.5% 34 ขณะที่การประเมินอีกชุดหนึ่งระบุว่าตลาดหุ่นยนต์อัจฉริยะของญี่ปุ่นมีมูลค่า 1.40 พันล้านดอลลาร์ในปี 2025 และอาจแตะ 5.42 พันล้านดอลลาร์ในปี 2030 หรือเติบโตเฉลี่ย 31.0% ต่อปี
33
ตัวเลขเหล่านี้ไม่ควรถูกนำมารวมกันหรือใช้เป็นประมาณการเฉพาะสำหรับหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ เพราะครอบคลุมหมวดหมู่ที่แตกต่างกัน สิ่งที่สะท้อนร่วมกันคือ ญี่ปุ่นมีโอกาสสองด้านที่ทับซ้อนกัน ได้แก่ ฐานหุ่นยนต์อุตสาหกรรมขนาดใหญ่และ成熟แล้ว กับตลาดหุ่นยนต์บริการและระบบอัตโนมัติที่ยืดหยุ่นขึ้นเรื่อย ๆ
ข้อได้เปรียบของจีนเริ่มเห็นชัดจากปริมาณการผลิตหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ และความคุ้มค่าด้านราคาและประสิทธิภาพ ส่วนข้อได้เปรียบของญี่ปุ่นยังอยู่ที่ฐานระบบอัตโนมัติเดิม ความสัมพันธ์กับลูกค้า มาตรฐานทางวิศวกรรม และโครงสร้างบริการ
ญี่ปุ่นจึงเป็นทั้งตลาดที่น่าดึงดูดและตลาดที่เรียกร้องสูง บริษัทจีนสามารถใช้ปัญหาขาดแคลนแรงงานเป็นจุดเริ่มต้นเพื่อเปิดประตูเข้าสู่ตลาด แต่โอกาสสำเร็จจะมากขึ้นเมื่อบริษัทฝังตัวอยู่ในเครือข่ายการจัดจำหน่ายและการวางระบบของญี่ปุ่น
ผู้ชนะจะไม่ใช่บริษัทที่ส่งหุ่นยนต์ได้มากที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่คือบริษัทที่ทำให้หุ่นยนต์ทำงานได้ต่อเนื่อง เชื่อมต่อกับการปฏิบัติงานจริง และแสดงผลตอบแทนจากการลงทุนที่ลูกค้าสามารถอธิบายและปกป้องได้ภายในองค์กร
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
บริษัทจีนส่งมอบหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ส่วนใหญ่จากทั้งหมดราว 13,000 ยูนิตทั่วโลกในปี 2025 แต่ลูกค้าญี่ปุ่นจะพิจารณามากกว่าจำนวนการผลิต โดยให้ความสำคัญกับการติดตั้ง การซ่อมบำรุงในพื้นที่ และผลตอบแทนที่วัดได้ [1][7]
บริษัทจีนส่งมอบหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ส่วนใหญ่จากทั้งหมดราว 13,000 ยูนิตทั่วโลกในปี 2025 แต่ลูกค้าญี่ปุ่นจะพิจารณามากกว่าจำนวนการผลิต โดยให้ความสำคัญกับการติดตั้ง การซ่อมบำรุงในพื้นที่ และผลตอบแทนที่วัดได้ [1][7] โอกาสในญี่ปุ่นครอบคลุมคลังสินค้า โลจิสติกส์ ร้านอาหาร โรงงาน ค้าปลีก และสนามบิน ขณะที่ญี่ปุ่นมีหุ่นยนต์อุตสาหกรรมใช้งานอยู่แล้ว 450,500 ยูนิตในปี 2024 [20]
ข้อตกลงระหว่าง Unitree กับ GMO AI & Robotics สะท้อนรูปแบบธุรกิจที่กำลังก่อตัวขึ้น นั่นคือการจับคู่ฮาร์ดแวร์จีนกับบริการภาษาญี่ปุ่น การติดตั้ง ซอฟต์แวร์ การบำรุงรักษา และการทดลองใช้งาน [44][47]