บริษัทจีนลงนามดีลให้สิทธิ์ยานวัตกรรมแก่ต่างประเทศ 81 รายการในครึ่งแรกของปี 2026 มูลค่ารวมที่อาจเกิดขึ้นราว 1.1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 80% ของยอดทั้งปี 2025 การขยายตัวสู่ตลาดโลกเกิดขึ้นผ่าน 3 ช่องทางหลัก ได้แก่ การให้สิทธิ์สินทรัพย์ยา การจัดตั้งบริษัท NewCo ที่มีเงินทุนแยกต่างหาก และการทำตลาดยาที่พัฒนาในจีนโด...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How are Chinese pharmaceutical companies expanding their global presence and emerging as a new high-value growth industry—alongside artifici. Article summary: Chinese drugmakers are moving from a domestic, generics-heavy model toward global innovation through three routes: licensing assets to multinational partners, creating overseas “NewCo” vehicles to finance and develop pro. Topic tags: general, education, news, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermark
อุตสาหกรรมยาของจีนกำลังเปลี่ยนภาพลักษณ์จากตลาดขนาดใหญ่ที่พึ่งพายาสามัญ ไปสู่ฐานนวัตกรรมที่สามารถส่งออกทั้งยาใหม่ แพลตฟอร์มวิจัย และความสามารถด้านการทำตลาดไปทั่วโลก
การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นผ่าน 3 แนวทางที่เชื่อมโยงกัน ได้แก่ การให้สิทธิ์ยาหรือเทคโนโลยีแก่บริษัทยาข้ามชาติ การจัดตั้งบริษัทที่มีเงินทุนแยกต่างหากเพื่อพัฒนายาในต่างประเทศ หรือที่มักเรียกว่า NewCo และการนำยาที่พัฒนาในจีนไปทำตลาดต่างประเทศด้วยตนเอง
หลักฐานที่ชัดเจนที่สุดอยู่ในตลาดซื้อขายสิทธิ์ยา บริษัทจีนทำดีลให้สิทธิ์ยานวัตกรรมแก่พันธมิตรต่างประเทศ 81 รายการในช่วงเดือนมกราคมถึงมิถุนายน 2026 มูลค่ารวมที่อาจเกิดขึ้นประมาณ 1.1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดสำหรับช่วงเวลา 6 เดือน และคิดเป็นราว 80% ของยอดรวมตลอดปี 2025 นอกจากนี้ บริษัทจีนยังเกี่ยวข้องกับ 8 ใน 10 ดีลให้สิทธิ์ยาขนาดใหญ่ที่สุดของโลกในช่วงเวลาดังกล่าว
การให้สิทธิ์เป็นช่องทางที่รวดเร็วที่สุดในการนำยาเข้าสู่ตลาดโลก โดยไม่ต้องสร้างองค์กรขายและการดำเนินงานระหว่างประเทศขึ้นมาเองทั้งหมด พันธมิตรข้ามชาติมักนำความเชี่ยวชาญด้านกฎระเบียบ การทดลองทางคลินิก การเข้าถึงตลาด และเครือข่ายขายเข้ามา ขณะที่บริษัทต้นทางในจีนจะได้รับเงินก้อนแรก เงินตามความสำเร็จของโครงการ และในบางสัญญาอาจได้รับค่ารอยัลตีหรือยังคงสิทธิ์บางส่วนไว้
ขนาดของธุรกรรมช่วงหลังบ่งชี้ว่า ผู้ซื้อจากต่างประเทศไม่ได้มองบริษัทจีนเพียงในฐานะแหล่งลดต้นทุนการวิจัยและพัฒนาอีกต่อไป แต่กำลังประเมินคุณภาพของสายผลิตภัณฑ์และวิทยาศาสตร์เบื้องหลังด้วย ข้อมูลที่ Reuters รายงานระบุว่า ขนาดดีลเฉลี่ยแตะประมาณ 1.3 พันล้านดอลลาร์ ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2026 เพิ่มขึ้น 76% จากระดับปี 2025 และสูงกว่าค่าเฉลี่ยในปี 2021 ราว 6 เท่า ความสนใจครอบคลุมโรคมะเร็ง โรคอ้วนและโรคเมตาบอลิซึม โรคภูมิคุ้มกัน และโรคทางระบบประสาท
ดีลระหว่าง CSPC Pharmaceutical Group กับ AstraZeneca เป็นตัวอย่างเด่น ความร่วมมือครอบคลุมโครงการเปปไทด์ออกฤทธิ์ยาว 8 รายการสำหรับการควบคุมน้ำหนักและการรักษาเบาหวานชนิดที่ 2 โดยมีมูลค่าการชำระเงินที่อาจสูงถึง 1.85 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งรวมเงินจ่ายล่วงหน้าและเงินตามเป้าหมายด้านการวิจัย การอนุมัติ และการทำตลาดในอนาคต
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขที่ประกาศว่า “สูงสุดถึง” ไม่ได้หมายความว่าบริษัทได้รับเงินครบจำนวนนั้นแล้ว มูลค่าดีลที่รายงานอาจแตกต่างกันตามวิธีนับธุรกรรม การรวมเงินจ่ายตามเงื่อนไข และการแยกระหว่างมูลค่าดีลทั้งหมดกับเงินจ่ายล่วงหน้า มีรายงานหนึ่งประเมินมูลค่าธุรกิจพัฒนาและจับคู่พันธมิตรต่างประเทศในครึ่งแรกของปีไว้ที่ 9.97 หมื่นล้านดอลลาร์ และเงินจ่ายล่วงหน้าประมาณ 5 พันล้านดอลลาร์
ดังนั้น ตัวเลข 1.1 แสนล้านดอลลาร์ควรถูกมองว่าเป็นมูลค่าที่สะท้อนความคาดหวังต่อสินทรัพย์ยาในอนาคต มากกว่าจะเป็นกระแสเงินสดที่ไหลเข้าบริษัทจีนทันที
การให้สิทธิ์แบบทั่วไปคือการโอนสิทธิ์ในผลิตภัณฑ์ โครงการ หรือพื้นที่ตลาดที่กำหนดให้แก่พันธมิตรภายนอก แต่โครงสร้าง NewCo ใช้แนวทางต่างออกไป โดยนำสินทรัพย์หรือแพลตฟอร์มวิจัยไปจัดตั้งเป็นบริษัทใหม่ที่มีเงินทุนแยกต่างหาก เพื่อพัฒนาและทำตลาดในระดับนานาชาติ
สำหรับบริษัทนวัตกรรมจีน โมเดลนี้อาจช่วยให้ยังมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจในสินทรัพย์นั้นได้มากกว่าในระยะยาว พร้อมดึงดูดเงินทุนจากต่างประเทศ ระบบกำกับดูแลระดับสากล และความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาและการทำตลาด นอกจากนี้ NewCo ยังเป็นโครงสร้างที่ชัดเจนสำหรับการระดมทุนรอบใหม่ การหาพันธมิตร หรือการขายกิจการเชิงกลยุทธ์ในอนาคต
ในมุมของนักลงทุนและบริษัทยาข้ามชาติ NewCo อาจเปิดโอกาสให้เข้าถึงโครงการที่มีเป้าหมายชัดเจนได้โดยตรง มากกว่าการเข้าร่วมความร่วมมือกับบริษัทแม่ที่มีธุรกิจหลากหลาย
แต่โมเดลนี้ก็มีความเสี่ยงเช่นกัน NewCo ต้องระดมทุนให้เพียงพอสำหรับการทดลองทางคลินิกและกระบวนการขออนุมัติที่มีค่าใช้จ่ายสูง ผู้ก่อตั้งอาจต้องยอมสละอำนาจควบคุมบางส่วน และบริษัทต้องบรรลุเป้าหมายสำคัญก่อนเงินทุนจะหมด โครงสร้างนี้เพิ่มความยืดหยุ่นได้ แต่ไม่ได้ขจัดความไม่แน่นอนด้านวิทยาศาสตร์ กฎระเบียบ และการทำตลาดยา
การให้สิทธิ์ช่วยยืนยันศักยภาพของโมเลกุลหรือแพลตฟอร์มวิจัยได้ แต่บริษัทคู่ค้าต่างประเทศมักเป็นผู้เรียนรู้ตลาดและรับผิดชอบการทำตลาดในขั้นปลายเป็นหลัก การทำตลาดโดยตรงจึงเป็นภารกิจที่ยากกว่า เพราะผู้พัฒนายาต้องดูแลตั้งแต่การขออนุมัติ ราคาและการเบิกจ่ายค่ารักษา ไปจนถึงคุณภาพการผลิต ความปลอดภัยหลังวางจำหน่าย การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา และความสัมพันธ์กับแพทย์และระบบสุขภาพในหลายประเทศ
Brukinsa ยารักษามะเร็งเลือดของ BeOne Medicines แสดงให้เห็นว่าความสำเร็จในเส้นทางนี้อาจมีมูลค่าสูงเพียงใด ยาที่พัฒนาโดยบริษัทซึ่งมีรากฐานจากจีนทำยอดขายทั่วโลก 3.9 พันล้านดอลลาร์ในปี 2025 และได้รับอนุมัติในตลาดมากกว่า 75 แห่ง รวมถึงสหรัฐฯ ยุโรป ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และบราซิล
แรงส่งยังต่อเนื่องในไตรมาส 2 ปี 2026 เมื่อ Brukinsa ทำยอดขายทั่วโลก 1.2 พันล้านดอลลาร์ โดยเป็นยอดขายในสหรัฐฯ 893 ล้านดอลลาร์ ตัวเลขนี้สะท้อนประโยชน์ของการรักษาสิทธิ์ทำตลาดทั่วโลกไว้กับบริษัทเอง เพราะบริษัทที่มีรากฐานจากจีนสามารถสร้างแฟรนไชส์ผลิตภัณฑ์ระดับนานาชาติและรับรายได้จากการขายยาโดยตรง แทนที่จะจำกัดตัวเองอยู่ที่รายได้จากค่าลิขสิทธิ์
อย่างไรก็ดี Brukinsa เป็นหลักฐานยืนยันความเป็นไปได้ ไม่ใช่หลักฐานว่าอุตสาหกรรมทั้งหมดของจีนเชี่ยวชาญการทำตลาดโลกแล้ว ความสำเร็จของผลิตภัณฑ์หนึ่งรายการยังไม่เพียงพอที่จะพิสูจน์ว่าบริษัทจำนวนมากจะทำซ้ำได้ในทุกโรค ทุกตลาด และทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ คำถามต่อไปคือ บริษัทจีนจะสร้างยาที่มีความแตกต่างและแบรนด์ระดับโลกได้อีกกี่ราย
การพุ่งขึ้นของดีลไม่ได้เกิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยว แต่ตั้งอยู่บนฐานอุตสาหกรรมที่ขยายตัวอย่างมาก ระบบชีวเภสัชภัณฑ์ของจีนในปัจจุบันประกอบด้วยการลงทุนวิจัยที่เพิ่มขึ้น ศักยภาพการผลิตภายในประเทศ บริษัทวิจัยและพัฒนาตามสัญญา ผู้ผลิตตามสัญญา ซัพพลายเออร์เฉพาะทาง ฐานผู้ป่วยขนาดใหญ่ ตลอดจนบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และการจัดการที่เพิ่มจำนวนขึ้น
สายผลิตภัณฑ์ยาที่อยู่ระหว่างการพัฒนาจึงมีขนาดใหญ่กว่าทศวรรษก่อนอย่างชัดเจน KPMG รายงานว่า บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพที่ตั้งอยู่ในจีนมีสัดส่วนเกือบ 30% ของการพัฒนายาทั่วโลก ณ ไตรมาสแรกของปี 2026 และมีโครงการยาใหม่มากกว่า 1,200 รายการอยู่ในการทดลองทางคลินิก ขณะที่ McKinsey ประเมินว่าจีนมีสัดส่วนประมาณ 29% ของสายผลิตภัณฑ์ชีวเภสัชภัณฑ์นวัตกรรมทั่วโลก
สายผลิตภัณฑ์ที่มีขนาดใหญ่ช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างดีลและพันธมิตร แต่ปริมาณเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ มูลค่าทางการค้าของระบบนิเวศนี้ขึ้นอยู่กับคุณภาพของการทดลอง ความแตกต่างจากยาที่มีอยู่ การยื่นขออนุมัติที่ประสบความสำเร็จ และการทำให้ผู้ป่วยมีผลการรักษาที่ดีขึ้น สายผลิตภัณฑ์ขนาดใหญ่เพิ่มโอกาสในการสร้างยาที่ประสบความสำเร็จ แต่ไม่ได้รับประกันว่าจะเกิดขึ้นจริง
นโยบายภาครัฐเป็นอีกแรงหนุนสำคัญ รายงานด้านนโยบายของจีนระบุว่า ชีวการแพทย์ได้รับการจัดให้เป็น “อุตสาหกรรมเสาหลักเกิดใหม่” ซึ่งสะท้อนสถานะเชิงยุทธศาสตร์ที่สูงขึ้นของภาคธุรกิจนี้
เป้าหมายคือการสนับสนุนตลอดห่วงโซ่นวัตกรรม ตั้งแต่งานวิจัยและการทดลองทางคลินิก ไปจนถึงการอนุมัติ การผลิต และการนำไปใช้ ไม่ใช่การมุ่งเน้นเพียงขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่ง การสนับสนุนลักษณะนี้อาจช่วยเสริมโครงสร้างพื้นฐาน ดึงดูดเงินทุน และทำให้บริษัท โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย และผู้ให้บริการเฉพาะทางทำงานประสานกันได้ดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ที่แท้จริงต้องประเมินจากการลงมือปฏิบัติ การประกาศให้เป็นอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์เพียงอย่างเดียวไม่ได้บอกว่าบริษัทจะได้รับเงินทุนที่มีประสิทธิภาพ การอนุมัติที่รวดเร็วขึ้น การเข้าถึงระบบเบิกจ่ายที่ดีขึ้น หรือแรงจูงใจสำหรับงานวิจัยพื้นฐานมากน้อยเพียงใด ตัวชี้วัดเหล่านี้จะสะท้อนความสำเร็จของนโยบายได้ดีกว่าคำประกาศ
ความท้าทายสำคัญของอุตสาหกรรมคือการเปลี่ยนความแข็งแกร่งด้านการวิจัยให้เป็นรายได้ในต่างประเทศที่เกิดซ้ำได้ บริษัทจีนอาจค้นพบและทดสอบตัวยาได้รวดเร็ว แต่การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ระดับโลกต้องอาศัยความสามารถที่ใช้เวลาสะสมหลายปี ได้แก่
อีกโจทย์คือความลึกของงานวิจัยพื้นฐาน การพัฒนายาอย่างรวดเร็ว เทคโนโลยีแพลตฟอร์ม และยารุ่นที่แตกต่างจากแนวทางเดิมสามารถสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าได้ แต่การเป็นผู้นำในระยะยาวต้องอาศัยชีววิทยาใหม่ เป้าหมายการรักษาที่มีความสำคัญในระดับโลก และการถ่ายทอดงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยและโรงพยาบาลสู่ภาคธุรกิจที่แข็งแรงกว่าเดิม
บททดสอบสุดท้ายจึงอยู่ที่ว่า ยาที่มีต้นกำเนิดจากจีนจะได้รับอนุมัติในตลาดโลกได้อย่างต่อเนื่อง แสดงประโยชน์ทางคลินิกที่มีนัยสำคัญ และสร้างยอดขายที่ยั่งยืนได้หรือไม่
ดีล 81 รายการและมูลค่าที่อาจสูงถึงประมาณ 1.1 แสนล้านดอลลาร์ควรถูกอ่านในฐานะสัญญาณของตลาดว่า บริษัทยาข้ามชาติมีความพร้อมมากขึ้นในการนำเงินทุนและความรับผิดชอบด้านการพัฒนาไปสนับสนุนสินทรัพย์ยาที่มีต้นกำเนิดจากจีน
ดีลระหว่าง CSPC กับ AstraZeneca แสดงให้เห็นว่าแพลตฟอร์มและโครงการระยะเริ่มต้นสามารถดึงดูดความสนใจระดับโลกได้ ขณะที่ Brukinsa แสดงให้เห็นโอกาสที่มีมูลค่าสูงกว่า นั่นคือการนำยาที่พัฒนาในจีนไปถึงผู้ป่วยและรายได้ในตลาดต่างประเทศด้วยตนเอง
แต่ตัวเลขเหล่านี้ยังไม่ใช่หลักฐานว่าจีนเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นผู้นำอุตสาหกรรมยาระดับโลกได้เสร็จสมบูรณ์แล้ว ตัวเลขสะท้อนความเชื่อมั่นต่อสายผลิตภัณฑ์ที่กำลังเติบโตและความสามารถในการทำดีล มากกว่าจะเป็นบทพิสูจน์ความสำเร็จในขั้นสุดท้าย
ความเป็นผู้นำที่ยั่งยืนจะขึ้นอยู่กับสิ่งที่เกิดขึ้นหลังเซ็นสัญญาแล้ว—ตัวยาใดจะผ่านการทดลอง ผลิตภัณฑ์ใดจะได้รับอนุมัติ บริษัทใดจะสร้างองค์กรต่างประเทศที่มีประสิทธิภาพ และการรักษาใดจะกลายเป็นมาตรฐานการรักษาที่ผู้ป่วยทั่วโลกใช้อย่างต่อเนื่อง
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
บริษัทจีนลงนามดีลให้สิทธิ์ยานวัตกรรมแก่ต่างประเทศ 81 รายการในครึ่งแรกของปี 2026 มูลค่ารวมที่อาจเกิดขึ้นราว 1.1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 80% ของยอดทั้งปี 2025
บริษัทจีนลงนามดีลให้สิทธิ์ยานวัตกรรมแก่ต่างประเทศ 81 รายการในครึ่งแรกของปี 2026 มูลค่ารวมที่อาจเกิดขึ้นราว 1.1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 80% ของยอดทั้งปี 2025 การขยายตัวสู่ตลาดโลกเกิดขึ้นผ่าน 3 ช่องทางหลัก ได้แก่ การให้สิทธิ์สินทรัพย์ยา การจัดตั้งบริษัท NewCo ที่มีเงินทุนแยกต่างหาก และการทำตลาดยาที่พัฒนาในจีนโดยตรงในต่างประเทศ
Brukinsa ของ BeOne Medicines เป็นตัวอย่างสำคัญของการก้าวข้ามรายได้จากค่าลิขสิทธิ์ โดยทำยอดขายทั่วโลก 3.9 พันล้านดอลลาร์ในปี 2025 และ 1.2 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาส 2 ปี 2026