นักวิเคราะห์อุตสาหกรรมคาดว่า แนวโน้มนี้จะยังดำเนินต่อไป โดยคาดว่าแบรนด์จีนอาจมีส่วนแบ่งตลาด เกิน 15% ภายในปี 2026 และอาจแตะประมาณ 20% ภายในไม่กี่ปีข้างหน้า หากอัตราการเติบโตยังคงเดิม
ปัจจัยหลักที่ผลักดันการเติบโต ได้แก่
เนื่องจากอังกฤษมี อุปสรรคทางการค้าต่อรถ EV จีนค่อนข้างน้อย เมื่อเทียบกับบางประเทศ ตลาดนี้จึงกลายเป็นเหมือน “พื้นที่ทดลอง” สำหรับกลยุทธ์ขยายตลาดทั่วโลกของผู้ผลิตจีน
หนึ่งในเรื่องที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในปี 2026 คือการเติบโตอย่างรวดเร็วของ BYD ในตลาดต่างประเทศ
ข้อมูลการจดทะเบียนรถในอังกฤษระบุว่า
การเติบโตยังคงรวดเร็ว ตัวอย่างเช่น
ในระดับโลก BYD ก็เร่งขยายการส่งออกอย่างต่อเนื่อง โดยรายงานว่า
แม้ Tesla ยังเป็นผู้เล่นสำคัญของตลาด EV โลก แต่การแข่งขันกำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เมื่อผู้ผลิตจีนเสนอรถหลายรุ่นมากกว่าและมักมีราคาที่แข่งขันได้มากกว่า
ต่างจากอังกฤษที่เปิดตลาดค่อนข้างเสรี แคนาดาเลือกแนวทางระมัดระวังมากกว่า
ในเดือนมกราคม 2026 แคนาดาและจีนได้ตกลงปรับนโยบายภาษี โดย
ภายใต้ระบบใหม่
มาตรการเริ่มใช้วันที่ 1 มีนาคม 2026 โดยในช่วง 6 เดือนแรกมีใบอนุญาตนำเข้า 24,500 คัน และใช้ระบบมาก่อนได้ก่อน (first‑come, first‑served)
อย่างไรก็ตาม ขนาดโควตานี้ยังถือว่าค่อนข้างจำกัด เพราะ
ผู้ผลิตจีนหลายราย เช่น BYD, Chery และ Geely ได้เริ่มจ้างพนักงาน สำรวจดีลเลอร์ และจดเครื่องหมายการค้าในแคนาดาแล้ว แต่ในช่วงต้นปี 2026 ยังไม่มีบริษัทใดเริ่มขายจริง
การเติบโตของรถ EV จากจีนสะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก
ในยุโรป ตัวอย่างเช่น รถจากแบรนด์จีนคิดเป็นเกือบ 1 ใน 10 ของรถยนต์นั่งที่ขายได้ในช่วงปลายปี 2025 แล้ว
การขยายตัวนี้เกิดจากหลายปัจจัยสำคัญ เช่น
ความได้เปรียบด้านซัพพลายเชนแบตเตอรี่
บริษัทจีนครองบทบาทสำคัญในการผลิตแบตเตอรี่และชิ้นส่วน ทำให้สามารถผลิต EV ได้รวดเร็วและต้นทุนต่ำกว่า
การแข่งขันภายในประเทศจีนที่รุนแรง
สงครามราคาภายในตลาดจีนทำให้ผู้ผลิตต้องหาตลาดใหม่ในต่างประเทศ
นโยบายรัฐบาลแต่ละประเทศที่แตกต่างกัน
บางประเทศเปิดตลาดค่อนข้างมาก ขณะที่บางประเทศใช้ภาษีหรือโควตาเพื่อปกป้องอุตสาหกรรมในประเทศ
ผลลัพธ์คือการแข่งขันในอุตสาหกรรมรถยนต์กำลังเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว โดยในตลาดที่มีข้อจำกัดการค้าน้อย เช่น อังกฤษ แบรนด์จีนกำลังเพิ่มส่วนแบ่งตลาดอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ตลาดอย่างแคนาดายังคงใช้มาตรการควบคุมเพื่อสร้างสมดุลระหว่างผู้บริโภคและผู้ผลิตในประเทศ
แม้การเติบโตของแบรนด์ EV จีนในปี 2026 จะโดดเด่น แต่อนาคตยังขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น
อย่างไรก็ตาม หลักฐานจากปี 2026 ชี้ให้เห็นชัดว่า จีนไม่ได้เป็นเพียงฐานการผลิตรถ EV ของโลกอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นผู้กำหนดทิศทางการแข่งขันในตลาดรถไฟฟ้าระดับโลก