นอกจากนี้ ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2025 เป็นต้นมา ผู้ส่งออกแบตเตอรี่ EV ไป EU ได้ต้องยื่น ‘คำประกาศคาร์บอนฟุตพริ้นท์’ แล้ว และคาดว่าภายในปี 2028 จะมีการตรา ‘เพดานคาร์บอน’ (Binding Carbon Cap) ที่กำหนดค่าสูงสุดของคาร์บอนที่ฝังมากับแบตเตอรี่ หากเกินกว่านั้นจะถูกแบนจากตลาด EU ทันที
กฎนี้ ใช้กับผู้ผลิตทุกรายในโลกที่ขายสินค้าใน EU โดยไม่มีข้อยกเว้น ครอบคลุมทั้งวัฏจักรชีวิตของแบตเตอรี่ ตั้งแต่การขุดแร่ การผลิต จนถึงการรีไซเคิล รวมถึงข้อกำหนดด้าน Due Diligence (การตรวจสอบสถานะ) ในห่วงโซ่อุปทานแร่หายาก
การตอบสนองของผู้ผลิตจีนเป็นไปอย่างรวดเร็วและเป็นรูปธรรม โดยบริษัทแบตเตอรี่รายใหญ่ของจีนอย่าง CATL และ BYD ได้นำทีมขยับเข้าไปตั้งฐานการผลิตใน นิคมอุตสาหกรรมคาร์บอนเป็นศูนย์ (Pilot Zero-Carbon Industrial Parks) จำนวน 52 แห่งทั่วจีน
นี่คือกลยุทธ์เชิงรับโดยตรงเพื่อรับมือเพดานคาร์บอนของ EU: ด้วยการใช้พลังงานหมุนเวียนในการผลิตและมีระบบตรวจสอบคาร์บอนตลอดห่วงโซ่ ทำให้ผู้ผลิตสามารถผลิตแบตเตอรี่ที่มี ‘คาร์บอนฟุตพริ้นท์ต่ำที่ได้รับการรับรอง’ ได้ตั้งแต่ต้นทาง
นอกจาก CATL และ BYD แล้ว ผู้ผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 10 อันดับแรกของจีนอีกหลายรายก็เข้าร่วม ไม่ว่าจะเป็น Envision AESC, CALB, EVE, SVOLT, Farasis และ Sunwoda ซึ่งต่างก็มีแผนการเปลี่ยนผ่านสู่คาร์บอนเป็นศูนย์ ครอบคลุมทั้ง
รายงานของ Gavekal Technologies ซึ่งได้รับการอ้างอิงโดย South China Morning Post และสื่ออื่นๆ ชี้ว่า การเร่งปรับตัวเพื่อผ่านกฎ EU นี้กำลังกลายเป็น ‘แพ็กเกจโครงสร้างพื้นฐานอุตสาหกรรมสีเขียว’ (Green Industrial Infrastructure) ที่จีนสามารถส่งออกได้ โดยมีแนวคิดหลัก 2 ส่วน:
| กลยุทธ์เชิงรับในปัจจุบัน | โอกาสเชิงรุกในอนาคต |
|---|---|
| นิคมคาร์บอนเป็นศูนย์ถูกสร้างขึ้นเพื่อรับมือ EU | โมเดลเดียวกันนี้สามารถขายเป็น ‘โซลูชันสำเร็จรูป’ ให้กับตลาดเกิดใหม่ |
| ระบบติดตามคาร์บอนในห่วงโซ่ถูกพัฒนาสำหรับดิจิทัลพาสปอร์ต | ระบบที่พิสูจน์แล้วนี้สามารถนำไปติดตั้งในประเทศที่ยังไม่มีโครงสร้างการจัดการคาร์บอน |
| การส่งออกโซลาร์และระบบกักเก็บพลังงานไปยังตลาดเกิดใหม่มีอยู่แล้ว | การจับคู่การผลิตแบตเตอรี่คาร์บอนต่ำเข้ากับโซลาร์พลัสสตอเรจ จะสร้าง ‘ข้อเสนอแบบครบชุด’ |
รายงานเจาะจงว่า ตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) ซึ่งเป็นผู้นำเข้าแผงโซลาร์และแบตเตอรี่สตอเรจจากจีนรายใหญ่ กำลังเผชิญแรงกดดันให้ลดคาร์บอนในภาคอุตสาหกรรมของตนเอง แต่ยังขาดเทคโนโลยีและระบบจัดการคาร์บอนที่ทันสมัย ดังนั้น สิ่งที่เริ่มต้นจากการเป็น ‘ภาระเพื่อให้ผ่านกฎ EU’ จึงกลายเป็น ‘สินค้าที่มีความแตกต่างและสามารถปรับขนาดได้’ ในการจัดการคาร์บอนทางอุตสาหกรรมของโลก
แม้แนวคิดนี้จะฟังดูน่าสนใจ แต่รายงานของ Gavekal นั้นยังคง ถูกจำกัดการเข้าถึงแบบเต็มรูปแบบ (Paywall) และไม่มีสำนักขายใดอ้างอิงโดยตรงทั้งหมด ข้อมูลในบทความนี้จึงถูกดึงมาจากการสรุปของ SCMP, Qatar Tribune และสื่อเกาหลีใต้ที่อ้างอิงรายงานเดียวกันเป็นหลัก
ตรรกะทั่วไปที่ว่า “โครงสร้างพื้นฐานที่สร้างขึ้นเพื่อรับมือกฎของประเทศร่ำรวยสามารถส่งออกได้ในราคาต้นทุนส่วนเพิ่มที่ต่ำกว่า” นั้นพบเห็นในอุตสาหกรรมอื่นๆ มาก่อน แต่ ขนาดและระยะเวลาที่แน่นอนของโอกาสนี้สำหรับบริษัทแบตเตอรี่จีนยังคงเป็นเพียงการคาดการณ์เท่านั้น ไม่ใช่ความแน่นอน