GPU 4 เสือของจีนไม่ได้เป็นคู่แข่ง NVIDIA ที่เหมือนกันทั้งหมดอีกต่อไป: Moore Threads ทำแพลตฟอร์ม GPU ครอบคลุม AI และกราฟิก, Biren มุ่ง GPGPU ระดับดาต้าเซ็นเตอร์, Enflame มี Tencent เป็นลูกค้าหลัก และ MetaX โดดเด่นด้านส... การแข่งขันชี้ขาดอยู่ที่ซอฟต์แวร์มากกว่าชิปเพียงอย่างเดียว เพราะลูกค้าต้องย้ายโมเดล ใช้ไลบรารีและ...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Lunaรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 1.5
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How are China’s four leading domestic GPU makers—Moore Threads, Biren Technology, Enflame, and MetaX—entering a differentiation phase after. Article summary: China’s GPU “four tigers” are no longer pursuing one undifferentiated “domestic NVIDIA” story. After listings or IPO milestones, they are separating by workload, customer access, and software strategy: Moore Threads is t. Topic tags: general, news, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts wi
ผู้ผลิต GPU รายใหญ่ของจีนกำลังเข้าสู่ช่วงที่แต่ละบริษัทมีจุดยืนแตกต่างกันชัดขึ้น การเข้าตลาดทุนทำให้ผลประกอบการเชิงพาณิชย์ถูกนำมาเปรียบเทียบได้ง่ายกว่าเดิม แต่ไม่ได้หมายความว่าทั้ง 4 บริษัทกำลังสร้างธุรกิจแบบเดียวกัน
ความแตกต่างเริ่มเห็นได้จากประเภทงาน ลูกค้าที่เข้าถึงได้ สถาปัตยกรรมซอฟต์แวร์ และความเร็วในการเปลี่ยนรายได้ให้เป็นกำไรที่ยั่งยืน
| บริษัท | ตำแหน่งหลัก | สัญญาณทางการค้า | คำถามสำคัญ |
|---|---|---|---|
| Moore Threads | แพลตฟอร์ม GPU แบบฟังก์ชันกว้าง ครอบคลุม AI และกราฟิก | รายได้ปี 2025 ราว 1.51 พันล้านหยวน และรายได้ครึ่งแรกปี 2026 เพิ่มขึ้น 147.42% เป็น 1.736 พันล้านหยวน |
แพลตฟอร์มที่ครอบคลุมและซอฟต์แวร์ MUSA จะเปลี่ยนเป็นการส่งมอบคลัสเตอร์ซ้ำ ๆ ที่ทำกำไรได้หรือไม่ |
| Biren Technology | GPGPU ประสิทธิภาพสูงสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ งานเทรนและอินเฟอเรนซ์ | รายได้ปี 2025 เพิ่มขึ้น 207.2% เป็น 1.0346 พันล้านหยวน และมีอัตรากำไรขั้นต้น 53.8% |
จะขยายการผลิตและการสนับสนุนซอฟต์แวร์ให้รองรับการใช้งาน AI ขนาดใหญ่ได้หรือไม่ |
| Enflame | ผู้จัดหา AI accelerator และระบบแบบครบชุดสำหรับคลาวด์ | รายได้เพิ่มเป็น 990 ล้านหยวนในปี 2025 แต่ Tencent คิดเป็นราว 74.9% ของรายได้ |
จะขยายฐานลูกค้านอกเหนือจากลูกค้าหลักที่มีอิทธิพลสูงได้หรือไม่ |
| MetaX | ธุรกิจ GPU และแพลตฟอร์มคอมพิวติ้งสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ | รายได้ปี 2025 เพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าเป็นราว 1.6 พันล้านหยวน และมีกำไรสุทธิ 612 ล้านหยวนในครึ่งแรกปี 2026 |
กำไรระยะแรกจะเกิดซ้ำได้หรือไม่ในอุตสาหกรรมชิปที่ใช้เงินลงทุนสูงและผลประกอบการผันผวน |
Moore Threads มีตลาดเป้าหมายเชิงกลยุทธ์กว้างที่สุดในกลุ่ม โดยไม่ได้มุ่งเฉพาะ AI accelerator เฉพาะทาง แต่พยายามครอบคลุมทั้งการประมวลผล AI กราฟิก และงานภาพ สถาปัตยกรรม MUSA ถูกวางให้รองรับผลิตภัณฑ์สำหรับทั้งงานคอมพิวติ้งและกราฟิก 38
จุดแข็งนี้เปิดโอกาสให้บริษัทเข้าไปอยู่ในงานเรนเดอร์ วิดีโอ การจำลอง และงานอื่น ๆ ที่ AI กับการประมวลผลภาพทับซ้อนกัน อย่างไรก็ตาม แพลตฟอร์มที่กว้างย่อมมีภาระในการพัฒนามากกว่า เพราะต้องรองรับลูกค้าหลายประเภท พร้อมสร้างซอฟต์แวร์ให้ลึกพอสำหรับการใช้งานในดาต้าเซ็นเตอร์
ตัวเลขการเงินสะท้อนการทำตลาดที่เติบโตเร็ว แต่ยังมีแรงกดดันจากการลงทุนสูง Moore Threads มีรายได้ราว 1.51 พันล้านหยวนในปี 2025 เทียบกับผลขาดทุนสุทธิประมาณ 1.0 พันล้านหยวน จากการทบทวนตัวเลขในรายงานประจำปี 15 ในครึ่งแรกปี 2026 รายได้เพิ่มขึ้น 147.42% เมื่อเทียบกับปีก่อนเป็น 1.736 พันล้านหยวน ขณะที่ผลขาดทุนสุทธิที่เป็นของผู้ถือหุ้นลดลงอย่างมาก
32
33
บทบาทที่มีแนวโน้ม: งานอินเฟอเรนซ์ AI สำหรับองค์กรและคลาวด์ คลัสเตอร์คอมพิวติ้งทั่วไป และโอกาสด้านกราฟิกที่ชัดเจนที่สุดใน 4 บริษัท ส่วนงานเทรนโมเดลขนาดใหญ่ยังขึ้นอยู่กับความสามารถด้านซอฟต์แวร์และการติดตั้งระบบเป็นสำคัญ
Biren เป็นบริษัทที่โฟกัสตลาดดาต้าเซ็นเตอร์อย่างชัดเจนที่สุด โดยนำเสนอโซลูชันคอมพิวติ้งอัจฉริยะบนสถาปัตยกรรม GPGPU สำหรับการเทรนและอินเฟอเรนซ์ AI ในสภาพแวดล้อมตั้งแต่คลาวด์ถึงเอดจ์ แพลตฟอร์ม BIRENSUPA เชื่อมฮาร์ดแวร์ของบริษัทเข้ากับแอปพลิเคชัน AI เฟรมเวิร์ก ไลบรารี เครื่องมือเขียนโปรแกรม และการจัดการคลัสเตอร์ 1
12
รายได้ปี 2025 เพิ่มขึ้น 207.2% เป็น 1.0346 พันล้านหยวน บริษัทมีกำไรขั้นต้น 557 ล้านหยวน และอัตรากำไรขั้นต้น 53.8% โดยระบุว่าการเติบโตหลักมาจากการผลิตและจัดส่งผลิตภัณฑ์ซีรีส์ BR10X ในปริมาณมาก 4
6
Biren คาดการณ์รายได้ครึ่งแรกปี 2026 ที่ 1.15–1.30 พันล้านหยวน เทียบกับประมาณ 58.9 ล้านหยวนในช่วงเดียวกันของปี 2025 และคาดว่าผลขาดทุนที่ปรับปรุงแล้วจะอยู่ที่ 290–360 ล้านหยวน ตัวเลขดังกล่าวเป็นการคาดการณ์ของบริษัท ไม่ใช่ผลประกอบการเต็มงวดที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว จึงควรพิจารณาแยกจากตัวเลขจริง 3
บททดสอบถัดไปคือการเปลี่ยนยอดจัดส่งที่พุ่งขึ้นให้กลายเป็นการติดตั้งระบบขนาดใหญ่ที่เชื่อถือได้ รุ่นต่อยอด BR20X มีกำหนดเปิดตัวเชิงพาณิชย์ในปี 2026 โดยบริษัทระบุว่าจะรองรับงาน AI ที่ใช้ความละเอียดต่ำลงเพิ่มเติม และมีการออกแบบระบบซูเปอร์โหนด 2
บทบาทที่มีแนวโน้ม: การเทรน AI ขนาดใหญ่และอินเฟอเรนซ์ประสิทธิภาพสูง โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าที่ให้ความสำคัญกับซัพพลายภายในประเทศและสามารถรับต้นทุนการย้ายซอฟต์แวร์ได้
Enflame วางตัวเป็นผู้เร่งการประมวลผล AI บนคลาวด์มากกว่าการทำ GPU อเนกประสงค์ที่เน้นกราฟิก ผลิตภัณฑ์ครอบคลุมชิป AI การ์ดและโมดูลเร่งความเร็ว ระบบและคลัสเตอร์คอมพิวติ้งอัจฉริยะ รวมถึงซอฟต์แวร์สำหรับการประมวลผลและเขียนโปรแกรม AI 46
49
จุดเด่นและความเสี่ยงของบริษัทอยู่ที่ความสัมพันธ์กับ Tencent รายได้เพิ่มจาก 301 ล้านหยวนในปี 2023 เป็น 722 ล้านหยวนในปี 2024 และ 990 ล้านหยวนในปี 2025 ขณะที่ผลขาดทุนสุทธิที่ปรับปรุงแล้วลดลงจาก 1.567 พันล้านหยวนเหลือ 1.197 พันล้านหยวนในช่วงเดียวกัน 50 แต่ Tencent คิดเป็นประมาณ 74.9% ของรายได้ Enflame ในปี 2025
48
ฐานลูกค้าดังกล่าวช่วยให้ Enflame มีโอกาสใช้งานจริงและมีความต้องการรองรับ แต่ก็ทำให้คำถามเรื่องการกระจายลูกค้ากลายเป็นประเด็นหลัก บริษัทต้องพิสูจน์ว่าฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ของตนดึงดูดลูกค้านอกเครือ Tencent ได้ ไม่ใช่พึ่งพาระบบนิเวศของลูกค้าหลักเพียงรายเดียว
แนวทางซอฟต์แวร์ของ Enflame ก็แตกต่างจากการสร้างแพลตฟอร์ม GPU สากลโดยตรง รายงานที่มีอยู่ระบุว่า ecosystem ซอฟต์แวร์ของบริษัท ซึ่งรวมถึง TopsRider เป็นส่วนหนึ่งของทางเลือกแบบบูรณาการแนวดิ่งแทนโมเดลที่มี CUDA ของ NVIDIA เป็นแกนกลาง 54 แต่ความสามารถในการสร้างฐานนักพัฒนาและลูกค้าอิสระยังมีหลักฐานรองรับน้อยกว่าความสัมพันธ์ด้านรายได้กับ Tencent
บทบาทที่มีแนวโน้ม: งานเทรนและอินเฟอเรนซ์ AI บนคลาวด์และในระบบที่เชื่อมโยงกับ Tencent ส่วนงานกราฟิกและเรนเดอร์ไม่ใช่จุดศูนย์กลางตามธรรมชาติของบริษัท
MetaX มุ่งพัฒนา GPU ประสิทธิภาพสูงและแพลตฟอร์มคอมพิวติ้งสำหรับ AI ในดาต้าเซ็นเตอร์ มากกว่าตลาดกราฟิกสำหรับผู้บริโภค รายได้ปี 2025 เพิ่มขึ้น 121.3% เป็นราว 1.6 พันล้านหยวน แม้บริษัทยังรายงานผลขาดทุนสุทธิที่ปรับปรุงแล้วประมาณ 830 ล้านหยวน 24
การเปลี่ยนแปลงที่สะดุดตาเกิดขึ้นในครึ่งแรกปี 2026 เมื่อ MetaX มีกำไรสุทธิ 612 ล้านหยวน พลิกจากขาดทุน 186 ล้านหยวนในช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้ครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้น 44.7% เป็น 1.32 พันล้านหยวน 18
จากตัวเลขที่มีอยู่ MetaX จึงเป็นบริษัทที่มีสัญญาณกำไรโดดเด่นที่สุดในกลุ่ม 4 เสือ นี่เป็นสัญญาณเชิงพาณิชย์ที่สำคัญ แต่ยังไม่ใช่หลักฐานว่าบริษัทแก้ปัญหาเศรษฐศาสตร์ของการพัฒนา GPU ได้อย่างถาวร ธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์อาจมีผลประกอบการผันผวนตามปริมาณจัดส่ง สัดส่วนผลิตภัณฑ์ เงินอุดหนุน การยอมรับจากลูกค้า และต้นทุนพัฒนา
โอกาสเชิงกลยุทธ์ของ MetaX คือการทำให้ลูกค้าย้ายซอฟต์แวร์ AI เดิมมาใช้งานได้จริง และทำให้ระบบที่ติดตั้งในสายการผลิตมีความเสถียร ดังนั้นจุดขายที่สำคัญน่าจะอยู่ที่การส่งมอบระบบดาต้าเซ็นเตอร์ที่ใช้งานได้ การดูแลหลังติดตั้ง และการลดต้นทุนการใช้งานอินเฟอเรนซ์
บทบาทที่มีแนวโน้ม: งานเทรนและอินเฟอเรนซ์ AI สำหรับองค์กรและคลาวด์ โดยใช้ความสามารถในการทำกำไรและประสิทธิภาพการติดตั้งระบบเป็นจุดแตกต่าง
ไม่มีบริษัทใดใน 4 รายนี้เป็นเจ้าของ ecosystem CUDA ของ NVIDIA การเปรียบเทียบที่มีความหมายจึงไม่ใช่แค่ว่าบริษัทใดอ้างว่ารองรับ CUDA ได้ แต่คือการดูว่าลูกค้าสามารถย้ายงานจริงได้หรือไม่ โดยมีความเสี่ยงด้านวิศวกรรมในระดับที่ยอมรับได้
สิ่งที่ต้องมีประกอบด้วยการรองรับเฟรมเวิร์กยอดนิยม โอเปอเรเตอร์และไลบรารีที่พร้อมใช้งาน ไดรเวอร์ที่เสถียร เครื่องมือเทรนแบบกระจาย การดีบัก การปรับแต่งประสิทธิภาพ และระบบอินเฟอเรนซ์สำหรับการใช้งานจริง หลักฐานที่มีอยู่ยังไม่เพียงพอที่จะบอกว่าบริษัทใดมีซอฟต์แวร์ทัดเทียม NVIDIA แล้ว
แต่ละบริษัทกำลังเลือกเส้นทางต่างกัน:
สำหรับลูกค้า ตัวชี้วัดสำคัญจึงเป็น “ต้นทุนการเปลี่ยนระบบ” ชิปที่มีประสิทธิภาพในทางทฤษฎีแต่ย้ายโค้ด ปรับแต่ง หรือดูแลระบบได้ยาก อาจแพ้ชิปที่ด้อยกว่าแต่มีเครื่องมือและทีมสนับสนุนดีกว่า
เมื่อเทียบกับ NVIDIA ผู้ผลิตจีนได้เปรียบในด้านความมั่นคงของซัพพลาย บริการภายในประเทศ ความสอดคล้องกับนโยบาย และการผสานระบบให้เหมาะกับงานเฉพาะประเภท แต่ CUDA ที่มีการใช้งานมายาวนานยังเป็นข้อได้เปรียบสำคัญของ NVIDIA และข้อมูลที่มีอยู่ยังไม่ยืนยันว่าบริษัทใดใน 4 รายมีซอฟต์แวร์ที่成熟เทียบเท่า NVIDIA
Huawei ก็เป็นผู้เล่นสำคัญในตลาดจีน แต่แหล่งข้อมูลที่ให้มายังไม่มีตัวเลขส่วนแบ่งตลาด ประสิทธิภาพ หรือโครงสร้างลูกค้าของ Huawei ที่สามารถนำมาเทียบกับบริษัทสตาร์ตอัปทั้ง 4 ได้อย่างเพียงพอ ข้อสรุปที่ปลอดภัยกว่าคือ ตลาดจีนจะไม่ถูกแบ่งออกเป็นบริษัททดแทน NVIDIA ที่มีขนาดและบทบาทเท่ากัน 4 ราย แต่จะมี NVIDIA ในพื้นที่ที่ยังเข้าถึงได้ Huawei, 4 บริษัทนี้ และผู้ผลิตในประเทศรายอื่นแข่งขันกันตามประเภทงานและบริบทการจัดซื้อ
หลักฐานที่มีอยู่ยังไม่สามารถยืนยันส่วนแบ่งตลาดปัจจุบันของ Moore Threads, Biren, Enflame และ MetaX ในรูปแบบเปอร์เซ็นต์ที่เปรียบเทียบกันได้ เพราะแต่ละบริษัทอาจรายงานคนละหน่วย ตั้งแต่ชิป การ์ด ระบบ คลัสเตอร์ ไปจนถึงรายได้ ขณะที่การติดตั้งระบบของลูกค้าเอกชนตรวจสอบได้ยาก
ตลาดโดยรวมก็กว้างกว่า 4 บริษัทนี้ ตัวอย่างเช่น Cambricon มีรายได้ 6.497 พันล้านหยวนและกำไรสุทธิ 2.059 พันล้านหยวนในปี 2025 สะท้อนว่าการแข่งขันของชิป AI ในจีนยังมีผู้ผลิตจดทะเบียนรายอื่นที่มีบทบาทสำคัญ 22
ส่วนการคาดการณ์ว่าตลาด AI accelerator ของจีนอาจมีมูลค่าเกิน 1 ล้านล้านหยวนในปี 2028 และโซลูชันในประเทศอาจเข้าใกล้ 90% ควรมองเป็นฉากทัศน์ ไม่ใช่ข้อมูลส่วนแบ่งตลาดปัจจุบัน เพราะแหล่งข้อมูลที่ให้มาไม่ได้อธิบายวิธีคำนวณของการคาดการณ์ดังกล่าว
หากการใช้งานชิปในประเทศขยายไปถึงระดับนั้น ผลลัพธ์ที่เป็นไปได้มากที่สุดคือการแบ่งตลาดตามประเภทงาน ไม่ใช่การมีผู้แทน NVIDIA ที่เหมือนกัน 4 ราย
คำถามเชิงกลยุทธ์จึงเปลี่ยนไปแล้ว ไม่ใช่ “บริษัทใดจะเป็น NVIDIA ของจีน” แต่เป็นบริษัทใดที่จะผสานซัพพลายที่เชื่อถือได้ ฐานลูกค้าที่แข็งแรง และสแต็กซอฟต์แวร์ที่ลดต้นทุนกับความเสี่ยงในการออกจากระบบ CUDA ได้ดีที่สุด
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
GPU 4 เสือของจีนไม่ได้เป็นคู่แข่ง NVIDIA ที่เหมือนกันทั้งหมดอีกต่อไป: Moore Threads ทำแพลตฟอร์ม GPU ครอบคลุม AI และกราฟิก, Biren มุ่ง GPGPU ระดับดาต้าเซ็นเตอร์, Enflame มี Tencent เป็นลูกค้าหลัก และ MetaX โดดเด่นด้านส...
GPU 4 เสือของจีนไม่ได้เป็นคู่แข่ง NVIDIA ที่เหมือนกันทั้งหมดอีกต่อไป: Moore Threads ทำแพลตฟอร์ม GPU ครอบคลุม AI และกราฟิก, Biren มุ่ง GPGPU ระดับดาต้าเซ็นเตอร์, Enflame มี Tencent เป็นลูกค้าหลัก และ MetaX โดดเด่นด้านส... การแข่งขันชี้ขาดอยู่ที่ซอฟต์แวร์มากกว่าชิปเพียงอย่างเดียว เพราะลูกค้าต้องย้ายโมเดล ใช้ไลบรารีและเคอร์เนลที่พร้อมใช้งาน ตลอดจนบริหารคลัสเตอร์ได้โดยไม่ต้องพึ่งระบบ CUDA ของ NVIDIA
ข้อมูลที่มีอยู่ยังไม่เพียงพอสำหรับจัดอันดับส่วนแบ่งตลาดของทั้ง 4 บริษัทแบบเทียบกันตรง ๆ และการคาดการณ์ว่าตลาด AI accelerator ของจีนจะทะลุ 1 ล้านล้านหยวนในปี 2028 ควรมองเป็นฉากทัศน์ ไม่ใช่ตัวเลขส่วนแบ่งตลาดในปัจจุบัน
GPU 4 เสือของจีนไม่ได้เป็นคู่แข่ง NVIDIA ที่เหมือนกันทั้งหมดอีกต่อไป: Moore Threads ทำแพลตฟอร์ม GPU ครอบคลุม AI และกราฟิก, Biren มุ่ง GPGPU ระดับดาต้าเซ็นเตอร์, Enflame มี Tencent เป็นลูกค้าหลัก และ MetaX โดดเด่นด้านส... การแข่งขันชี้ขาดอยู่ที่ซอฟต์แวร์มากกว่าชิปเพียงอย่างเดียว เพราะลูกค้าต้องย้ายโมเดล ใช้ไลบรารีและ...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Lunaรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 1.5
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How are China’s four leading domestic GPU makers—Moore Threads, Biren Technology, Enflame, and MetaX—entering a differentiation phase after. Article summary: China’s GPU “four tigers” are no longer pursuing one undifferentiated “domestic NVIDIA” story. After listings or IPO milestones, they are separating by workload, customer access, and software strategy: Moore Threads is t. Topic tags: general, news, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts wi
ผู้ผลิต GPU รายใหญ่ของจีนกำลังเข้าสู่ช่วงที่แต่ละบริษัทมีจุดยืนแตกต่างกันชัดขึ้น การเข้าตลาดทุนทำให้ผลประกอบการเชิงพาณิชย์ถูกนำมาเปรียบเทียบได้ง่ายกว่าเดิม แต่ไม่ได้หมายความว่าทั้ง 4 บริษัทกำลังสร้างธุรกิจแบบเดียวกัน
ความแตกต่างเริ่มเห็นได้จากประเภทงาน ลูกค้าที่เข้าถึงได้ สถาปัตยกรรมซอฟต์แวร์ และความเร็วในการเปลี่ยนรายได้ให้เป็นกำไรที่ยั่งยืน
| บริษัท | ตำแหน่งหลัก | สัญญาณทางการค้า | คำถามสำคัญ |
|---|---|---|---|
| Moore Threads | แพลตฟอร์ม GPU แบบฟังก์ชันกว้าง ครอบคลุม AI และกราฟิก | รายได้ปี 2025 ราว 1.51 พันล้านหยวน และรายได้ครึ่งแรกปี 2026 เพิ่มขึ้น 147.42% เป็น 1.736 พันล้านหยวน |
แพลตฟอร์มที่ครอบคลุมและซอฟต์แวร์ MUSA จะเปลี่ยนเป็นการส่งมอบคลัสเตอร์ซ้ำ ๆ ที่ทำกำไรได้หรือไม่ |
| Biren Technology | GPGPU ประสิทธิภาพสูงสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ งานเทรนและอินเฟอเรนซ์ | รายได้ปี 2025 เพิ่มขึ้น 207.2% เป็น 1.0346 พันล้านหยวน และมีอัตรากำไรขั้นต้น 53.8% |
จะขยายการผลิตและการสนับสนุนซอฟต์แวร์ให้รองรับการใช้งาน AI ขนาดใหญ่ได้หรือไม่ |
| Enflame | ผู้จัดหา AI accelerator และระบบแบบครบชุดสำหรับคลาวด์ | รายได้เพิ่มเป็น 990 ล้านหยวนในปี 2025 แต่ Tencent คิดเป็นราว 74.9% ของรายได้ |
จะขยายฐานลูกค้านอกเหนือจากลูกค้าหลักที่มีอิทธิพลสูงได้หรือไม่ |
| MetaX | ธุรกิจ GPU และแพลตฟอร์มคอมพิวติ้งสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ | รายได้ปี 2025 เพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าเป็นราว 1.6 พันล้านหยวน และมีกำไรสุทธิ 612 ล้านหยวนในครึ่งแรกปี 2026 |
กำไรระยะแรกจะเกิดซ้ำได้หรือไม่ในอุตสาหกรรมชิปที่ใช้เงินลงทุนสูงและผลประกอบการผันผวน |
Moore Threads มีตลาดเป้าหมายเชิงกลยุทธ์กว้างที่สุดในกลุ่ม โดยไม่ได้มุ่งเฉพาะ AI accelerator เฉพาะทาง แต่พยายามครอบคลุมทั้งการประมวลผล AI กราฟิก และงานภาพ สถาปัตยกรรม MUSA ถูกวางให้รองรับผลิตภัณฑ์สำหรับทั้งงานคอมพิวติ้งและกราฟิก 38
จุดแข็งนี้เปิดโอกาสให้บริษัทเข้าไปอยู่ในงานเรนเดอร์ วิดีโอ การจำลอง และงานอื่น ๆ ที่ AI กับการประมวลผลภาพทับซ้อนกัน อย่างไรก็ตาม แพลตฟอร์มที่กว้างย่อมมีภาระในการพัฒนามากกว่า เพราะต้องรองรับลูกค้าหลายประเภท พร้อมสร้างซอฟต์แวร์ให้ลึกพอสำหรับการใช้งานในดาต้าเซ็นเตอร์
ตัวเลขการเงินสะท้อนการทำตลาดที่เติบโตเร็ว แต่ยังมีแรงกดดันจากการลงทุนสูง Moore Threads มีรายได้ราว 1.51 พันล้านหยวนในปี 2025 เทียบกับผลขาดทุนสุทธิประมาณ 1.0 พันล้านหยวน จากการทบทวนตัวเลขในรายงานประจำปี 15 ในครึ่งแรกปี 2026 รายได้เพิ่มขึ้น 147.42% เมื่อเทียบกับปีก่อนเป็น 1.736 พันล้านหยวน ขณะที่ผลขาดทุนสุทธิที่เป็นของผู้ถือหุ้นลดลงอย่างมาก
32
33
บทบาทที่มีแนวโน้ม: งานอินเฟอเรนซ์ AI สำหรับองค์กรและคลาวด์ คลัสเตอร์คอมพิวติ้งทั่วไป และโอกาสด้านกราฟิกที่ชัดเจนที่สุดใน 4 บริษัท ส่วนงานเทรนโมเดลขนาดใหญ่ยังขึ้นอยู่กับความสามารถด้านซอฟต์แวร์และการติดตั้งระบบเป็นสำคัญ
Biren เป็นบริษัทที่โฟกัสตลาดดาต้าเซ็นเตอร์อย่างชัดเจนที่สุด โดยนำเสนอโซลูชันคอมพิวติ้งอัจฉริยะบนสถาปัตยกรรม GPGPU สำหรับการเทรนและอินเฟอเรนซ์ AI ในสภาพแวดล้อมตั้งแต่คลาวด์ถึงเอดจ์ แพลตฟอร์ม BIRENSUPA เชื่อมฮาร์ดแวร์ของบริษัทเข้ากับแอปพลิเคชัน AI เฟรมเวิร์ก ไลบรารี เครื่องมือเขียนโปรแกรม และการจัดการคลัสเตอร์ 1
12
รายได้ปี 2025 เพิ่มขึ้น 207.2% เป็น 1.0346 พันล้านหยวน บริษัทมีกำไรขั้นต้น 557 ล้านหยวน และอัตรากำไรขั้นต้น 53.8% โดยระบุว่าการเติบโตหลักมาจากการผลิตและจัดส่งผลิตภัณฑ์ซีรีส์ BR10X ในปริมาณมาก 4
6
Biren คาดการณ์รายได้ครึ่งแรกปี 2026 ที่ 1.15–1.30 พันล้านหยวน เทียบกับประมาณ 58.9 ล้านหยวนในช่วงเดียวกันของปี 2025 และคาดว่าผลขาดทุนที่ปรับปรุงแล้วจะอยู่ที่ 290–360 ล้านหยวน ตัวเลขดังกล่าวเป็นการคาดการณ์ของบริษัท ไม่ใช่ผลประกอบการเต็มงวดที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว จึงควรพิจารณาแยกจากตัวเลขจริง 3
บททดสอบถัดไปคือการเปลี่ยนยอดจัดส่งที่พุ่งขึ้นให้กลายเป็นการติดตั้งระบบขนาดใหญ่ที่เชื่อถือได้ รุ่นต่อยอด BR20X มีกำหนดเปิดตัวเชิงพาณิชย์ในปี 2026 โดยบริษัทระบุว่าจะรองรับงาน AI ที่ใช้ความละเอียดต่ำลงเพิ่มเติม และมีการออกแบบระบบซูเปอร์โหนด 2
บทบาทที่มีแนวโน้ม: การเทรน AI ขนาดใหญ่และอินเฟอเรนซ์ประสิทธิภาพสูง โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าที่ให้ความสำคัญกับซัพพลายภายในประเทศและสามารถรับต้นทุนการย้ายซอฟต์แวร์ได้
Enflame วางตัวเป็นผู้เร่งการประมวลผล AI บนคลาวด์มากกว่าการทำ GPU อเนกประสงค์ที่เน้นกราฟิก ผลิตภัณฑ์ครอบคลุมชิป AI การ์ดและโมดูลเร่งความเร็ว ระบบและคลัสเตอร์คอมพิวติ้งอัจฉริยะ รวมถึงซอฟต์แวร์สำหรับการประมวลผลและเขียนโปรแกรม AI 46
49
จุดเด่นและความเสี่ยงของบริษัทอยู่ที่ความสัมพันธ์กับ Tencent รายได้เพิ่มจาก 301 ล้านหยวนในปี 2023 เป็น 722 ล้านหยวนในปี 2024 และ 990 ล้านหยวนในปี 2025 ขณะที่ผลขาดทุนสุทธิที่ปรับปรุงแล้วลดลงจาก 1.567 พันล้านหยวนเหลือ 1.197 พันล้านหยวนในช่วงเดียวกัน 50 แต่ Tencent คิดเป็นประมาณ 74.9% ของรายได้ Enflame ในปี 2025
48
ฐานลูกค้าดังกล่าวช่วยให้ Enflame มีโอกาสใช้งานจริงและมีความต้องการรองรับ แต่ก็ทำให้คำถามเรื่องการกระจายลูกค้ากลายเป็นประเด็นหลัก บริษัทต้องพิสูจน์ว่าฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ของตนดึงดูดลูกค้านอกเครือ Tencent ได้ ไม่ใช่พึ่งพาระบบนิเวศของลูกค้าหลักเพียงรายเดียว
แนวทางซอฟต์แวร์ของ Enflame ก็แตกต่างจากการสร้างแพลตฟอร์ม GPU สากลโดยตรง รายงานที่มีอยู่ระบุว่า ecosystem ซอฟต์แวร์ของบริษัท ซึ่งรวมถึง TopsRider เป็นส่วนหนึ่งของทางเลือกแบบบูรณาการแนวดิ่งแทนโมเดลที่มี CUDA ของ NVIDIA เป็นแกนกลาง 54 แต่ความสามารถในการสร้างฐานนักพัฒนาและลูกค้าอิสระยังมีหลักฐานรองรับน้อยกว่าความสัมพันธ์ด้านรายได้กับ Tencent
บทบาทที่มีแนวโน้ม: งานเทรนและอินเฟอเรนซ์ AI บนคลาวด์และในระบบที่เชื่อมโยงกับ Tencent ส่วนงานกราฟิกและเรนเดอร์ไม่ใช่จุดศูนย์กลางตามธรรมชาติของบริษัท
MetaX มุ่งพัฒนา GPU ประสิทธิภาพสูงและแพลตฟอร์มคอมพิวติ้งสำหรับ AI ในดาต้าเซ็นเตอร์ มากกว่าตลาดกราฟิกสำหรับผู้บริโภค รายได้ปี 2025 เพิ่มขึ้น 121.3% เป็นราว 1.6 พันล้านหยวน แม้บริษัทยังรายงานผลขาดทุนสุทธิที่ปรับปรุงแล้วประมาณ 830 ล้านหยวน 24
การเปลี่ยนแปลงที่สะดุดตาเกิดขึ้นในครึ่งแรกปี 2026 เมื่อ MetaX มีกำไรสุทธิ 612 ล้านหยวน พลิกจากขาดทุน 186 ล้านหยวนในช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้ครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้น 44.7% เป็น 1.32 พันล้านหยวน 18
จากตัวเลขที่มีอยู่ MetaX จึงเป็นบริษัทที่มีสัญญาณกำไรโดดเด่นที่สุดในกลุ่ม 4 เสือ นี่เป็นสัญญาณเชิงพาณิชย์ที่สำคัญ แต่ยังไม่ใช่หลักฐานว่าบริษัทแก้ปัญหาเศรษฐศาสตร์ของการพัฒนา GPU ได้อย่างถาวร ธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์อาจมีผลประกอบการผันผวนตามปริมาณจัดส่ง สัดส่วนผลิตภัณฑ์ เงินอุดหนุน การยอมรับจากลูกค้า และต้นทุนพัฒนา
โอกาสเชิงกลยุทธ์ของ MetaX คือการทำให้ลูกค้าย้ายซอฟต์แวร์ AI เดิมมาใช้งานได้จริง และทำให้ระบบที่ติดตั้งในสายการผลิตมีความเสถียร ดังนั้นจุดขายที่สำคัญน่าจะอยู่ที่การส่งมอบระบบดาต้าเซ็นเตอร์ที่ใช้งานได้ การดูแลหลังติดตั้ง และการลดต้นทุนการใช้งานอินเฟอเรนซ์
บทบาทที่มีแนวโน้ม: งานเทรนและอินเฟอเรนซ์ AI สำหรับองค์กรและคลาวด์ โดยใช้ความสามารถในการทำกำไรและประสิทธิภาพการติดตั้งระบบเป็นจุดแตกต่าง
ไม่มีบริษัทใดใน 4 รายนี้เป็นเจ้าของ ecosystem CUDA ของ NVIDIA การเปรียบเทียบที่มีความหมายจึงไม่ใช่แค่ว่าบริษัทใดอ้างว่ารองรับ CUDA ได้ แต่คือการดูว่าลูกค้าสามารถย้ายงานจริงได้หรือไม่ โดยมีความเสี่ยงด้านวิศวกรรมในระดับที่ยอมรับได้
สิ่งที่ต้องมีประกอบด้วยการรองรับเฟรมเวิร์กยอดนิยม โอเปอเรเตอร์และไลบรารีที่พร้อมใช้งาน ไดรเวอร์ที่เสถียร เครื่องมือเทรนแบบกระจาย การดีบัก การปรับแต่งประสิทธิภาพ และระบบอินเฟอเรนซ์สำหรับการใช้งานจริง หลักฐานที่มีอยู่ยังไม่เพียงพอที่จะบอกว่าบริษัทใดมีซอฟต์แวร์ทัดเทียม NVIDIA แล้ว
แต่ละบริษัทกำลังเลือกเส้นทางต่างกัน:
สำหรับลูกค้า ตัวชี้วัดสำคัญจึงเป็น “ต้นทุนการเปลี่ยนระบบ” ชิปที่มีประสิทธิภาพในทางทฤษฎีแต่ย้ายโค้ด ปรับแต่ง หรือดูแลระบบได้ยาก อาจแพ้ชิปที่ด้อยกว่าแต่มีเครื่องมือและทีมสนับสนุนดีกว่า
เมื่อเทียบกับ NVIDIA ผู้ผลิตจีนได้เปรียบในด้านความมั่นคงของซัพพลาย บริการภายในประเทศ ความสอดคล้องกับนโยบาย และการผสานระบบให้เหมาะกับงานเฉพาะประเภท แต่ CUDA ที่มีการใช้งานมายาวนานยังเป็นข้อได้เปรียบสำคัญของ NVIDIA และข้อมูลที่มีอยู่ยังไม่ยืนยันว่าบริษัทใดใน 4 รายมีซอฟต์แวร์ที่成熟เทียบเท่า NVIDIA
Huawei ก็เป็นผู้เล่นสำคัญในตลาดจีน แต่แหล่งข้อมูลที่ให้มายังไม่มีตัวเลขส่วนแบ่งตลาด ประสิทธิภาพ หรือโครงสร้างลูกค้าของ Huawei ที่สามารถนำมาเทียบกับบริษัทสตาร์ตอัปทั้ง 4 ได้อย่างเพียงพอ ข้อสรุปที่ปลอดภัยกว่าคือ ตลาดจีนจะไม่ถูกแบ่งออกเป็นบริษัททดแทน NVIDIA ที่มีขนาดและบทบาทเท่ากัน 4 ราย แต่จะมี NVIDIA ในพื้นที่ที่ยังเข้าถึงได้ Huawei, 4 บริษัทนี้ และผู้ผลิตในประเทศรายอื่นแข่งขันกันตามประเภทงานและบริบทการจัดซื้อ
หลักฐานที่มีอยู่ยังไม่สามารถยืนยันส่วนแบ่งตลาดปัจจุบันของ Moore Threads, Biren, Enflame และ MetaX ในรูปแบบเปอร์เซ็นต์ที่เปรียบเทียบกันได้ เพราะแต่ละบริษัทอาจรายงานคนละหน่วย ตั้งแต่ชิป การ์ด ระบบ คลัสเตอร์ ไปจนถึงรายได้ ขณะที่การติดตั้งระบบของลูกค้าเอกชนตรวจสอบได้ยาก
ตลาดโดยรวมก็กว้างกว่า 4 บริษัทนี้ ตัวอย่างเช่น Cambricon มีรายได้ 6.497 พันล้านหยวนและกำไรสุทธิ 2.059 พันล้านหยวนในปี 2025 สะท้อนว่าการแข่งขันของชิป AI ในจีนยังมีผู้ผลิตจดทะเบียนรายอื่นที่มีบทบาทสำคัญ 22
ส่วนการคาดการณ์ว่าตลาด AI accelerator ของจีนอาจมีมูลค่าเกิน 1 ล้านล้านหยวนในปี 2028 และโซลูชันในประเทศอาจเข้าใกล้ 90% ควรมองเป็นฉากทัศน์ ไม่ใช่ข้อมูลส่วนแบ่งตลาดปัจจุบัน เพราะแหล่งข้อมูลที่ให้มาไม่ได้อธิบายวิธีคำนวณของการคาดการณ์ดังกล่าว
หากการใช้งานชิปในประเทศขยายไปถึงระดับนั้น ผลลัพธ์ที่เป็นไปได้มากที่สุดคือการแบ่งตลาดตามประเภทงาน ไม่ใช่การมีผู้แทน NVIDIA ที่เหมือนกัน 4 ราย
คำถามเชิงกลยุทธ์จึงเปลี่ยนไปแล้ว ไม่ใช่ “บริษัทใดจะเป็น NVIDIA ของจีน” แต่เป็นบริษัทใดที่จะผสานซัพพลายที่เชื่อถือได้ ฐานลูกค้าที่แข็งแรง และสแต็กซอฟต์แวร์ที่ลดต้นทุนกับความเสี่ยงในการออกจากระบบ CUDA ได้ดีที่สุด
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
GPU 4 เสือของจีนไม่ได้เป็นคู่แข่ง NVIDIA ที่เหมือนกันทั้งหมดอีกต่อไป: Moore Threads ทำแพลตฟอร์ม GPU ครอบคลุม AI และกราฟิก, Biren มุ่ง GPGPU ระดับดาต้าเซ็นเตอร์, Enflame มี Tencent เป็นลูกค้าหลัก และ MetaX โดดเด่นด้านส...
GPU 4 เสือของจีนไม่ได้เป็นคู่แข่ง NVIDIA ที่เหมือนกันทั้งหมดอีกต่อไป: Moore Threads ทำแพลตฟอร์ม GPU ครอบคลุม AI และกราฟิก, Biren มุ่ง GPGPU ระดับดาต้าเซ็นเตอร์, Enflame มี Tencent เป็นลูกค้าหลัก และ MetaX โดดเด่นด้านส... การแข่งขันชี้ขาดอยู่ที่ซอฟต์แวร์มากกว่าชิปเพียงอย่างเดียว เพราะลูกค้าต้องย้ายโมเดล ใช้ไลบรารีและเคอร์เนลที่พร้อมใช้งาน ตลอดจนบริหารคลัสเตอร์ได้โดยไม่ต้องพึ่งระบบ CUDA ของ NVIDIA
ข้อมูลที่มีอยู่ยังไม่เพียงพอสำหรับจัดอันดับส่วนแบ่งตลาดของทั้ง 4 บริษัทแบบเทียบกันตรง ๆ และการคาดการณ์ว่าตลาด AI accelerator ของจีนจะทะลุ 1 ล้านล้านหยวนในปี 2028 ควรมองเป็นฉากทัศน์ ไม่ใช่ตัวเลขส่วนแบ่งตลาดในปัจจุบัน