พันธบัตรดังกล่าวซื้อขายในตลาดรัสเซีย แต่กำหนดมูลค่าเป็นสกุลเงินหยวน นักลงทุนสามารถเลือกซื้อและรับชำระเงินได้ทั้ง หยวนหรือรูเบิล เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผู้ลงทุนในประเทศ
การเสนอขายจัดขึ้นโดยความร่วมมือของธนาคารรายใหญ่ของรัสเซีย เช่น Gazprombank, Sberbank และ VTB Capital ซึ่งช่วยทำหน้าที่จัดจำหน่ายพันธบัตรในตลาด
การออกพันธบัตรครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่รัฐบาลรัสเซียกู้เงินในสกุลเงินของจีนอย่างเป็นทางการ และเป็นสัญญาณของการปรับยุทธศาสตร์ทางการเงินของประเทศ
เบื้องหลังการตัดสินใจมีทั้งเหตุผลด้านเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์
รัฐบาลรัสเซียต้องเผชิญกับช่องว่างทางการคลังที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยมีการประเมินว่างบประมาณขาดดุลอาจสูงถึง ประมาณ 5.7 ล้านล้านรูเบิลในปี 2025 ซึ่งสูงกว่าที่วางแผนไว้เดิมอย่างมาก
มาตรการคว่ำบาตรจากสหรัฐและประเทศพันธมิตรในยุโรปทำให้รัสเซียเข้าถึงตลาดทุนระหว่างประเทศได้ยากขึ้นอย่างมาก ส่งผลให้รัฐบาลต้องพึ่งพาตลาดในประเทศและสกุลเงินทางเลือกมากขึ้นในการจัดหาเงินทุน
การใช้เงินหยวนช่วยให้รัสเซียสามารถระดมทุนได้โดยไม่ต้องผ่านระบบการเงินที่มี ดอลลาร์หรือยูโรเป็นศูนย์กลาง ซึ่งเป็นระบบที่ตะวันตกมีอิทธิพลสูง
อีกเหตุผลสำคัญคือสภาพคล่องเงินหยวนที่เพิ่มขึ้นในรัสเซีย บริษัทพลังงานและธนาคารของรัสเซียได้รับเงินหยวนจำนวนมากจากการค้ากับจีน โดยเฉพาะการส่งออกน้ำมันและก๊าซ
พันธบัตรหยวนจึงกลายเป็นเครื่องมือให้บริษัทและสถาบันการเงินเหล่านี้นำเงินหยวนที่ถืออยู่มาลงทุนในประเทศ แทนที่จะต้องแลกกลับเป็นสกุลเงินอื่น
เนื่องจากนักลงทุนต่างชาติจำนวนมากเผชิญข้อจำกัดจากมาตรการคว่ำบาตร ผู้ซื้อหลักจึงคาดว่าจะเป็นนักลงทุนภายในประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีธุรกิจกับจีน เช่น
การใช้เงินหยวนในระบบการเงินของรัสเซียสะท้อนการเติบโตของความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างมอสโกและปักกิ่ง
ระหว่างการเยือนจีนของปูตินในเดือนพฤษภาคม 2026 ผู้นำทั้งสองประเทศเน้นย้ำการขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในด้าน น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเป็นแกนหลักของการค้าระหว่างสองประเทศ
ทั้งสองฝ่ายยังกล่าวถึงความสัมพันธ์ทวิภาคีว่าเข้าสู่ “ขั้นใหม่ของความร่วมมือ” และมีการลงนามข้อตกลงหลายด้าน ทั้งการค้า เทคโนโลยี และสื่อ
ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่ลึกซึ้งขึ้นทำให้
นักวิเคราะห์จำนวนมากมองว่าการออกพันธบัตรหยวนเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของรัสเซียในการ ลดการพึ่งพาสกุลเงินตะวันตก หรือที่มักเรียกว่า “de‑dollarization”
แม้มูลค่าพันธบัตรหยวนชุดแรกจะยังเล็กเมื่อเทียบกับตลาดหนี้ทั้งหมดของรัสเซีย แต่เหตุการณ์นี้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในภูมิทัศน์การเงินโลก
แรงกดดันจากมาตรการคว่ำบาตร ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และการเปลี่ยนแปลงของเส้นทางการค้า กำลังผลักดันให้รัสเซียหันไปพึ่งพาช่องทางทางการเงินที่เชื่อมโยงกับจีนมากขึ้น
การออกพันธบัตรในเดือนธันวาคม 2025 แสดงให้เห็นว่าเงินหยวนสามารถทำหน้าที่เป็นสกุลเงินสำหรับการระดมทุนของรัฐบาลรัสเซียได้ และหากการค้าระหว่างรัสเซียกับจีนยังเติบโตต่อไป บทบาทของเงินหยวนในเศรษฐกิจรัสเซียก็มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นในอนาคต
Comments
0 comments