ยังไม่มีเบนช์มาร์กทางการแบบข้ามค่ายที่ใช้พรอมป์ ความละเอียด และเกณฑ์เดียวกัน จึงไม่ควรสรุปว่าใครชนะโดยรวมจากคะแนนสาธารณะเพียงอย่างเดียว [19] ถ้างานมีตัวหนังสือ อินโฟกราฟิก ม็อกอัปสินค้า หรือข้อมูลที่ต้องอิงโลกจริง Nano Banana Pro เป็นตัวเลือกแรกที่มีหลักฐานจากคำอธิบายของ Google ชัดกว่า [25] ถ้าทีมใช้ OpenAI API อยู่...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: GPT Image 2 vs Nano Banana Pro:公開ベンチマーク比較と用途別の選び方. Article summary: 公開ソースで確認できるモデルIDはGPT Image 2が gpt image 2 2026 04 21、Nano Banana Proが gemini 3 pro image preview ですが、同一条件の公的ベンチマークは確認できません。結論は「総合勝者なし」で、用途別にABテストするのが安全です。. Topic tags: ai, image generation, openai, google, gemini. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "# 2026 AI Image API Benchmark: GPT Image 2 vs Nano Banana 2/Pro vs Seedream 5.0. Generative AI is no longer judged solely by aesthetic appeal, but by **API reliability, text-render" source context "GPT Image 2 vs Nano Banana 2/Pro vs Seedream 5.0 - Atlas Cloud" Reference image 2: visual subject "結論から言うと、2026年の画像生成AIはGPT Image 2とNanobanana Proの二強時代です。 そして、この2つは優劣じゃなくて、得意な場面が完全に違う。 ここを" source context "GPT Image 2 vs Nanobanana Pro|マーケ担当が知るべき画像生成AI使い分けガイド2026|c
เวลาจะเลือก GPT Image 2 หรือ Nano Banana Pro คำถามแรกไม่ควรเป็นว่า รุ่นไหนเก่งกว่า แต่ควรถามว่า เรามีหลักฐานอะไรพอจะบอกได้ว่ารุ่นไหนเหมาะกับงานของเรา
จากข้อมูลทางการที่เปิดเผย หน้าโมเดลของ OpenAI ระบุ gpt-image-2-2026-04-21 พร้อมเพดานการใช้งานตามระดับบัญชี ส่วนเอกสารของ Google ระบุ Nano Banana Pro ในชื่อ gemini-3-pro-image-preview และวางตำแหน่งไว้ชัดเจนสำหรับงานสร้างและแก้ไขภาพระดับมืออาชีพ งานกราฟิกซับซ้อน ม็อกอัปสินค้า และการเรนเดอร์ข้อความให้แม่นยำ
แต่จุดสำคัญคือ ยังหาเบนช์มาร์กทางการที่เทียบสองรุ่นนี้แบบใช้พรอมป์เดียวกัน ความละเอียดเดียวกัน และเกณฑ์เดียวกันได้ยากจากแหล่งสาธารณะ Fal.ai ยังระบุเองว่า Arena ranking บนหน้าเว็บของตนมาจาก blind community tests ใน LM Arena เมื่อเดือนเมษายน ค.ศ. 2026 โดยใช้ pre-release model variants และไม่ใช่เบนช์มาร์กทางการของ OpenAI
ดังนั้น บทสรุปที่ปลอดภัยที่สุดคือ ใช้ข้อมูลสาธารณะเป็นแผนที่เบื้องต้น แล้วทดสอบ A/B ด้วยพรอมป์จริงของทีมคุณเอง
ภาพรวมจากตารางนี้บอกอะไรเราได้บ้าง? Nano Banana Pro มีการวางตำแหน่งจาก Google ที่ชัดมากในฝั่งงานดีไซน์เชิงพาณิชย์ ส่วน GPT Image 2 เหมาะจะพิจารณาเมื่อทีมมีระบบ OpenAI API อยู่แล้ว หรือต้องการทดลองสร้างและแก้ภาพในเวิร์กโฟลว์ที่ควบคุมผ่าน API
ถ้าภาพต้องมีตัวหนังสือที่อ่านออก เช่น หัวข้อโปสเตอร์ ป้ายราคา ชื่อสินค้า ปุ่มใน UI หรือคำอธิบายในแผนภูมิ Nano Banana Pro มีหลักฐานทางการที่แน่นกว่า เพราะ Google ระบุโดยตรงว่าเหมาะกับดาต้าวิชวลไลเซชันเชิงข้อเท็จจริงที่ต้องการ accurate text rendering และ real-world grounding ผ่าน Google Search
ฝั่ง GPT Image 2 ก็มีบทรีวิวจากแหล่งรองที่อ้างความแม่นยำด้านตัวอักษรสูง เช่น ประมาณ 99% ในรีวิวหนึ่ง และมากกว่า 95% สำหรับข้อความหลายภาษาในอีกรีวิวหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่เบนช์มาร์กทางการที่ทดสอบสองโมเดลภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน จึงควรมองเป็นสัญญาณให้ลอง ไม่ใช่คำตัดสินสุดท้าย
คำแนะนำ: ถ้างานของคุณพังทันทีเมื่อสะกดผิดหรือจัดตัวหนังสือเพี้ยน ให้เริ่มจาก Nano Banana Pro แล้วนำ GPT Image 2 มาทดสอบด้วยข้อความจริง ชุดฟอนต์จริง และเลย์เอาต์จริง โดยเฉพาะถ้ามีภาษาไทยหรือชื่อแบรนด์ที่ห้ามผิด
สำหรับงานภาพสินค้า แพ็กเกจจิง คีย์วิชวลโฆษณา หรือม็อกอัปที่ต้องให้ลูกค้าดู Nano Banana Pro มีจุดยืนชัดกว่าในเอกสารทางการ Google ระบุว่าเหมาะกับ high-fidelity product mockups, complex graphic design และ studio-quality precision
GPT Image 2 ยังเป็นตัวเลือกสำหรับการสร้างและแก้ภาพ โดย Fal.ai ระบุว่าสามารถสร้างภาพจากข้อความและแก้ไขภาพที่มีอยู่ได้ แต่จากข้อมูลหน้าโมเดลของ OpenAI เอง ยังไม่เห็นตัวชี้วัดเชิงปริมาณที่เทียบคุณภาพโฆษณาหรือม็อกอัปสินค้ากับ Nano Banana Pro แบบตรง ๆ
คำแนะนำ: ถ้าเป็นงานอีคอมเมิร์ซ โฆษณา คอนเซปต์แพ็กเกจ หรือภาพแบรนด์ ให้ลอง Nano Banana Pro ก่อน ส่วนทีมที่มี pipeline ฝั่ง OpenAI อยู่แล้วควรทดสอบ GPT Image 2 ควบคู่เพื่อดูว่าคุมงานได้คุ้มกว่าหรือไม่
Nano Banana Pro ถูก Google อธิบายว่าเป็น reasoning-driven engine สำหรับงานภาพระดับมืออาชีพ พร้อมการควบคุมเชิงสร้างสรรค์ขั้นสูง จึงมีเหตุผลที่จะนำไปลองกับภาพที่มีองค์ประกอบหลายชั้น เช่น กราฟิกเชิงข้อมูล แผนภาพ หรือเลย์เอาต์โฆษณาที่มีหลายวัตถุ
ด้าน GPT Image 2 มีบทวิเคราะห์จากแหล่งรองที่มองว่าเหมาะกับการสร้างฉากซับซ้อน งาน UI และคอนเทนต์โซเชียลที่ดูเป็นธรรมชาติ แต่บทความประเภทนี้มักใช้พรอมป์ จำนวนภาพ ความละเอียด และเกณฑ์คัดภาพไม่เหมือนกัน จึงไม่ควรอ่านเหมือนเป็นการทดสอบมาตรฐาน
คำแนะนำ: ถ้าเป็นฉากธรรมชาติ งานโซเชียล หรือการค่อย ๆ ปรับภาพด้วยบทสนทนา GPT Image 2 น่าลองมาก แต่ถ้างานมีข้อความ สินค้า ตาราง แผนภูมิ หรือแบรนด์เอเลเมนต์จำนวนมาก Nano Banana Pro ดูสอดคล้องกับคำอธิบายทางการมากกว่า
Nano Banana Pro ชูเรื่อง professional-grade image editing and generation, studio-quality precision และ advanced creative control ในเอกสารของ Google ส่วน GPT Image 2 ผ่าน Fal.ai ถูกอธิบายว่าสร้างภาพจาก text prompts และแก้ไขภาพที่มีอยู่ได้
แต่ในการใช้งานจริง ประสิทธิภาพของโมเดลเป็นเพียงครึ่งเดียว อีกครึ่งคือระบบรอบข้าง เช่น API ที่ทีมใช้อยู่ การจัดการคิว การเก็บ log การควบคุมสิทธิ์ และเพดานการเรียกใช้งาน หน้า OpenAI ระบุ rate limits ของ GPT Image 2 เป็นระดับชั้น เช่น Tier 1 ที่ 100,000 TPM / 5 IPM และ Tier 5 ที่ 8,000,000 TPM / 250 IPM
คำแนะนำ: ถ้าผลิตภัณฑ์หรือเครื่องมือภายในของคุณใช้ OpenAI API อยู่แล้ว ให้เริ่มทดสอบ GPT Image 2 อย่างจริงจัง แต่ถ้างานหลักเป็นดีไซน์เชิงพาณิชย์ ม็อกอัปสินค้า หรือภาพแบรนด์ ให้เริ่มจาก Nano Banana Pro แล้วดูผลลัพธ์กับงานจริง
สำหรับ GPT Image 2 ข้อมูลจาก Fal.ai ระบุเงื่อนไขของ custom image dimensions ว่าทั้งสองด้านต้องเป็นจำนวนที่หารด้วย 16 ลงตัว ขอบด้านยาวสุดไม่เกิน 3,840px อัตราส่วนภาพสูงสุด 3:1 และจำนวนพิกเซลรวมต้องอยู่ระหว่าง 655,360 ถึง 8,294,400 พิกเซล
Fal.ai ยังระบุราคาของ GPT Image 2 ตั้งแต่ $0.01 ต่อภาพสำหรับคุณภาพต่ำที่ 1024×768 ไปจนถึง $0.41 ต่อภาพสำหรับคุณภาพสูงระดับ 4K
ฝั่ง Nano Banana Pro มีข้อมูล 4K และราคาอยู่หลายแหล่ง OpenRouter ระบุ google/gemini-3-pro-image-preview พร้อมข้อมูลราคาตามโทเคน ขณะที่คู่มือราคาจากแหล่งรองบางแห่งระบุราคา 1K–2K ที่ $0.134 ต่อภาพ และ 4K ที่ $0.24 ต่อภาพ
อีกคู่มือหนึ่งจัด Nano Banana Pro เป็นโมเดลที่มี native resolution สูงสุดระดับ 4K
คำแนะนำ: ถ้าปลายทางต้องส่งงาน 4K หรือมีสัดส่วนเฉพาะ อย่าเลือกจากชื่อโมเดลอย่างเดียว ให้เช็กช่องทาง API ที่จะใช้จริงว่าอนุญาตขนาดเท่าไร สัดส่วนภาพใดบ้าง ตั้งค่าคุณภาพอย่างไร และถ้าต้อง generate ใหม่หลายรอบ ต้นทุนจะเพิ่มแค่ไหน
ราคาของโมเดลภาพ AI ไม่ได้ขึ้นกับโมเดลอย่างเดียว แต่ขึ้นกับช่องทางที่เรียกใช้ คุณภาพ ความละเอียด จำนวนครั้งที่ต้องลองใหม่ และเวลาคนที่ต้องมาแก้งานต่อ หน้า pricing ของ OpenAI ระบุว่า Batch API ช่วยประหยัด input และ output ได้ 50% เมื่อยอมประมวลผลแบบ asynchronous ภายใน 24 ชั่วโมง
สำหรับ GPT Image 2 ตัวเลขต่อภาพควรตรวจจากช่องทางที่ใช้งานจริง เช่น Fal.ai ระบุช่วงราคาตั้งแต่ $0.01 ต่อภาพที่ 1024×768 คุณภาพต่ำ ไปจนถึง $0.41 ต่อภาพสำหรับ 4K คุณภาพสูง
สำหรับ Nano Banana Pro ก็เช่นกัน OpenRouter แสดงข้อมูลราคาโทเคนของ google/gemini-3-pro-image-preview ส่วนคู่มือราคาจากแหล่งรองระบุ 1K–2K ที่ $0.134 และ 4K ที่ $0.24 ต่อภาพ
ตัวเลขเหล่านี้อาจต่างกันตามผู้ให้บริการ เวลา และเงื่อนไขสัญญา
คำแนะนำ: อย่าคิดแค่ราคา generate 1 ภาพ ให้คิดต้นทุนต่อภาพที่ใช้ได้จริง รวมภาพเสีย ข้อความเพี้ยน องค์ประกอบผิด การ regenerate และเวลาทีมดีไซน์ต้องแก้ต่อ โมเดลที่ดูถูกกว่าอาจแพงกว่าเมื่อรวมรอบแก้งาน
เรื่องความเร็วเป็นหัวข้อที่สรุปยากที่สุดจากข้อมูลสาธารณะ Replicate มีตัวอย่าง log ของ GPT Image 2 ที่ระบุว่าสร้าง 1 ภาพใน 38.8 วินาที พร้อม predict time ประมาณ 40.64 วินาที และ total time ประมาณ 40.66 วินาที แต่ตัวเลขนี้เป็นเพียงตัวอย่างการรันครั้งหนึ่ง ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยที่ใช้ตัดสินทุกกรณี
สำหรับ Nano Banana Pro ยังไม่เห็นข้อมูลสาธารณะที่เป็นการเทียบความเร็วโดยตรงกับ GPT Image 2 แบบเป็นทางการ TechCrunch รายงานเรื่อง Nano Banana 2 ว่าเป็นโมเดลที่สร้างภาพได้เร็วขึ้นและยังคงคุณลักษณะความละเอียดสูงบางส่วนของรุ่น Pro ไว้ แต่ข้อมูลนี้เป็นเรื่อง Nano Banana 2 ไม่ใช่การชนตรงระหว่าง Nano Banana Pro กับ GPT Image 2
คำแนะนำ: ถ้างานของคุณต้องสร้างภาพจำนวนมาก ความเร็วควรวัดเองในเส้นทาง API จริง เพราะผลลัพธ์ขึ้นกับความละเอียด คุณภาพ จำนวนภาพต่อคำสั่ง ภาพอ้างอิง ภูมิภาค คิว และจำนวนคำขอที่ยิงพร้อมกัน
เมื่อข้อมูลสาธารณะยังไม่พอ ฟางเส้นสุดท้ายคือการทดสอบด้วยงานจริง ไม่ใช่พรอมป์สวย ๆ ที่ไม่มีความเสี่ยง แนะนำให้เก็บทั้งภาพที่สำเร็จ ภาพที่เสีย และจำนวนครั้งที่ต้องลองใหม่
จากข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะ ยังไม่ควรประกาศผู้ชนะรวมระหว่าง GPT Image 2 กับ Nano Banana Pro เพราะไม่มีเบนช์มาร์กทางการข้ามค่ายที่ควบคุมเงื่อนไขเดียวกันอย่างชัดเจน และ Fal.ai ก็ระบุว่า Arena ranking ของตนไม่ใช่เบนช์มาร์กทางการของ OpenAI
ถ้างานของคุณเป็นภาพที่มีตัวอักษร ม็อกอัปสินค้า แบรนด์วิชวล อินโฟกราฟิก หรือข้อมูลที่ต้องอิงโลกจริง Nano Banana Pro เป็นตัวเลือกแรกที่มีหลักฐานจากเอกสาร Google รองรับชัดกว่า
ถ้างานของคุณผูกกับ OpenAI API อยู่แล้ว ต้องการสร้างและแก้ภาพในระบบเดิม หรือสนใจเงื่อนไข custom dimensions และ 4K ผ่าน Fal.ai GPT Image 2 เป็นตัวเลือกที่ควรนำไปทดสอบอย่างจริงจัง โดยมี model ID gpt-image-2-2026-04-21 และเงื่อนไขขนาดภาพบางส่วนให้ตรวจสอบได้จากแหล่งสาธารณะ
คำตอบสั้นที่สุดคือ อย่าเลือกจากตารางคะแนนอย่างเดียว ให้ใช้พรอมป์จริง ความละเอียดจริง API จริง และเกณฑ์รับงานจริง แล้วดูว่าโมเดลไหนให้ภาพที่ใช้งานได้ด้วยต้นทุนรวมต่ำกว่า
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
ยังไม่มีเบนช์มาร์กทางการแบบข้ามค่ายที่ใช้พรอมป์ ความละเอียด และเกณฑ์เดียวกัน จึงไม่ควรสรุปว่าใครชนะโดยรวมจากคะแนนสาธารณะเพียงอย่างเดียว [19]
ยังไม่มีเบนช์มาร์กทางการแบบข้ามค่ายที่ใช้พรอมป์ ความละเอียด และเกณฑ์เดียวกัน จึงไม่ควรสรุปว่าใครชนะโดยรวมจากคะแนนสาธารณะเพียงอย่างเดียว [19] ถ้างานมีตัวหนังสือ อินโฟกราฟิก ม็อกอัปสินค้า หรือข้อมูลที่ต้องอิงโลกจริง Nano Banana Pro เป็นตัวเลือกแรกที่มีหลักฐานจากคำอธิบายของ Google ชัดกว่า [25]
ถ้าทีมใช้ OpenAI API อยู่แล้ว หรือต้องการผสานงานสร้างและแก้ภาพเข้ากับระบบเดิม GPT Image 2 ควรถูกนำไปทดสอบจริง โดยตรวจเพดานใช้งาน ขนาดภาพ และต้นทุนต่อภาพที่นำไปใช้ได้ [13][19][24]