จากข้อมูลอย่างเป็นทางการ ฟีเจอร์ AI นี้สามารถคัดกรองปัญหาสุขภาพได้ 5 กลุ่มหลัก ได้แก่:
โดย Lifet ได้พัฒนาโมเดล AI เฉพาะทางสำหรับแต่ละโรคดังกล่าวแล้ว ครอบคลุมทั้ง Eye AI, Skin AI, Oral AI, Patella AI และ Obesity AI
Lifet อ้างว่าเทคโนโลยีของตนมี ความแม่นยำสูงถึง 97% บนหน้าเว็บไซต์ทางการ Lifet ยังระบุผลการทดสอบ ความไว (Sensitivity) 97.6% และ ความจำเพาะ (Specificity) 98.8% ซึ่งได้รับการตรวจสอบโดย องค์กรกักกันโรคสัตว์และพืชแห่งเกาหลีใต้ (Animal and Plant Quarantine Agency) และ สมาคมเทคโนโลยีโทรคมนาคม (TTA)
ด้านการขึ้นทะเบียนและอนุมัติตามกฎหมาย Lifet เป็นเจ้าของ:
โมเดล AI นี้ถูกเทรนบนชุดข้อมูลภาพถ่ายจากโรงพยาบาลสัตว์จำนวน 150,000 ภาพ ซึ่งถูกกำกับป้ายโดยสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โดยความร่วมมือกับ KAIST และ Carnegie Mellon University นอกจากนี้ยังถูกนำไปใช้ในกระบวนการรับประกันภัยสัตว์เลี้ยง (Pet Insurance Underwriting) แล้ว
ฟีเจอร์นี้ถูกสาธิตครั้งแรก ณ งาน VivaTech 2026 ซึ่งเปิดฉากวันที่ 17 มิถุนายน 2026 Samsung นำเสนอเป็นส่วนหนึ่งของนิทรรศการ “Connected Care” ที่มุ่งเน้นการดูแลสุขภาพแบบเชื่อมโยงรอบทิศทาง
ฟีเจอร์ตรวจสุขภาพสัตว์เลี้ยงนี้เป็นหนึ่งในเสาหลักของวิสัยทัศน์ Connected Care ของ Samsung ซึ่งรวมถึงโซลูชันสุขภาพมนุษย์ที่เชื่อมต่อกับ Zeroth (แพลตฟอร์มความร่วมมือกับโรงพยาบาล), ฟีเจอร์ด้านสุขภาพจาก Samsung Health, การดูแลครอบครัว (Family Care) และเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ เช่น ตู้เย็น Bespoke AI Family Hub ที่มีระบบจัดการอาหารส่วนบุคคล
Samsung ยังไม่ได้ประกาศวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการ รายชื่ออุปกรณ์ที่รองรับ หรือราคา บริการของ Lifet มีให้บริการในเกาหลีใต้อยู่แล้ว แต่กำหนดการเปิดตัวฟีเจอร์นี้ในวงกว้างยังไม่ได้รับการยืนยัน
Samsung ระบุว่าฟีเจอร์นี้เป็น เครื่องมือคัดกรองและติดตาม สุขภาพที่บ้าน เพื่อช่วยให้เจ้าของ “สามารถเฝ้าระวังปัญหาสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นได้” ไม่ใช่เพื่อทดแทนการวินิจฉัยจากสัตวแพทย์ ด้าน Lifet เองก็ระบุชัดเจนว่าผลลัพธ์ที่ได้เป็นการ “ชี้แนวโน้มความเป็นไปได้ของโรค” และมีการแสดงความคิดเห็นจากสัตวแพทย์ประกอบผลวิเคราะห์
ยังไม่มีแถลงการณ์อย่างเป็นทางการที่ระบุว่า “ฟีเจอร์นี้ไม่สามารถแทนที่สัตวแพทย์ได้” แต่ทิศทางทั้งหมดเน้นไปที่การ ตรวจจับตั้งแต่เนิ่น ๆ และการเฝ้าระวังสุขภาพเชิงรุก