แกนหลักของเหตุการณ์คือเรือพาณิชย์ที่ควรทำหน้าที่ขนส่งสินค้า กลับต้องเผชิญแรงกดดันทางทหารโดยตรงระหว่างผ่านช่องแคบฮอร์มุซ รายงานวันที่ 18 เมษายน 2569 ระบุว่าเรือพาณิชย์ถูกยิงและถูกข่มขู่ขณะพยายามข้ามช่องแคบ หลังอิหร่านปิดเส้นทางการค้าสำคัญนี้อีกครั้งไม่นานหลังเปิดให้เดินเรือชั่วคราว
ต่อมา รายงานวันที่ 23 เมษายน 2569 ที่อ้าง AP ระบุว่าอิหร่านยิงใส่เรือ 3 ลำในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ และยึดเรือ 2 ลำ ข้อมูลนี้สอดคล้องกับเอกสารคำแนะนำด้านความเสี่ยงทางทะเลที่ระบุว่า ความมั่นคงทางทะเลในช่องแคบฮอร์มุซแย่ลง โดยมีรายงานทั้งการยิงใส่เรือพาณิชย์ การยึดเรือคอนเทนเนอร์ 2 ลำโดยอิหร่าน และข้อสงสัยเรื่องการวางทุ่นระเบิดทางทะเล
รายละเอียดจากแต่ละแหล่งอาจไม่ตรงกันทั้งหมด โดยเฉพาะจำนวนเรือและระดับความเสียหาย แต่สิ่งที่หลายรายงานชี้ตรงกันคือ การเดินเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซไม่ได้เป็นเพียงเรื่องโลจิสติกส์อีกต่อไป หากกลายเป็นพื้นที่ปะทะของแรงกดดันทางทหาร การทูต และเศรษฐกิจ
ช่องแคบฮอร์มุซเป็นทางน้ำแคบระหว่างอิหร่านกับโอมาน และถูกอธิบายว่าเป็นหนึ่งในเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญของการส่งออกพลังงานจากภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย รวมถึงการค้าทางทะเลของโลก รายงานบางแห่งระบุว่าเส้นทางนี้เกี่ยวข้องกับการไหลเวียนของน้ำมันหรือของเหลวปิโตรเลียมของโลกราวหนึ่งในห้า
ดังนั้น หากมีการโจมตี ยึดเรือ หรือข่มขู่เรือพาณิชย์ในบริเวณนี้ ผลกระทบจะไม่จำกัดอยู่ที่เรือลำนั้น สายเรือ บริษัทประกันภัย ผู้ค้าพลังงาน และผู้ส่งออก-นำเข้าต่างต้องประเมินใหม่ว่าเส้นทางนี้ยังปลอดภัยและคุ้มต้นทุนหรือไม่
The National รายงานว่า การขนส่งสินค้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซมีแนวโน้มจะแพงขึ้นและเสี่ยงขึ้น เนื่องจากบริษัทประกันภัยยกเลิกความคุ้มครองบางส่วน และสายเรือเริ่มเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มพิเศษ รายงานเดียวกันระบุว่า Hapag-Lloyd จะเก็บ War Risk Surcharge หรือค่าธรรมเนียมความเสี่ยงจากสงคราม สำหรับการขนส่งสินค้าเข้า-ออกพื้นที่อ่าวอาหรับ/อ่าวเปอร์เซีย
ความเสี่ยงที่เห็นชัดที่สุดคือความปลอดภัยของลูกเรือ รายงานของสหประชาชาติระบุว่า การปิดกั้นเรือและการขัดขวางการผ่านช่องแคบฮอร์มุซทำให้เรือและคนประจำเรือกลายเป็น “เครื่องต่อรอง” ในข้อพิพาททางภูมิรัฐศาสตร์
รายงานเดียวกันระบุด้วยว่า ผลจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านทำให้มีลูกเรือมากถึง 20,000 คนติดค้างอยู่บนเรือราว 2,000 ลำในอ่าวเปอร์เซีย เพราะไม่สามารถผ่านเส้นทางได้อย่างปลอดภัย สำหรับการเดินเรือพาณิชย์ นี่ไม่ใช่แค่ปัญหาตารางส่งสินค้า แต่เป็นประเด็นมนุษยธรรมและความปลอดภัยในการทำงานกลางทะเล
รูปแบบความเสี่ยงก็ไม่ได้มีเพียงความล่าช้า เอกสารคำแนะนำด้านความเสี่ยงทางทะเลระบุถึงการยิงใส่เรือพาณิชย์ การยึดเรือ และข้อสงสัยเรื่องทุ่นระเบิดทางทะเลในพื้นที่เดียวกัน หากมีทุ่นระเบิดจริง การกลับมาเปิดเส้นทางอย่างปลอดภัยอาจซับซ้อนมากขึ้น เพราะเอกสารดังกล่าวอ้างคำเตือนว่าการกวาดล้างทุ่นระเบิดอาจใช้เวลาหลายเดือน
การตัดสินใจของผู้ประกอบการเดินเรือเริ่มสะท้อนความเสี่ยงนี้แล้ว Lloyd’s List รายงานว่า เรือบรรทุกน้ำมันหลีกเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซท่ามกลางสถานการณ์ความมั่นคงที่แย่ลง และปริมาณเรือผ่านช่องแคบโดยรวมลดลง 38% ณ ช่วงหนึ่งของวิกฤต
แรงกระแทกแรกมักเกิดที่ประกันภัยและค่าระวางเรือ เมื่อพื้นที่เดินเรือถูกมองว่าเสี่ยงจากสงคราม บริษัทประกันอาจลดหรือยกเลิกความคุ้มครอง ขณะที่สายเรือเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มพิเศษเพื่อชดเชยความเสี่ยง The National รายงานว่าแนวโน้มเช่นนี้กำลังเกิดขึ้นกับการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
แรงกระแทกที่สองคือความล่าช้า หากเรือหลีกเลี่ยงช่องแคบ รอคำสั่ง หรือปรับแผนเดินเรือ ตารางส่งมอบสินค้าย่อมมีโอกาสเลื่อนออกไป รายงานของ Lloyd’s List ที่ระบุว่าปริมาณเรือผ่านช่องแคบลดลง 38% แสดงให้เห็นว่าความเสี่ยงด้านความมั่นคงกำลังถูกแปลงเป็นการตัดสินใจเชิงปฏิบัติของสายเรือแล้ว
แรงกระแทกที่สามคือความกังวลในตลาดพลังงาน ช่องแคบฮอร์มุซถูกมองว่าเป็นเส้นทางสำคัญของน้ำมันจากภูมิภาคอ่าว และรายงานหลายแห่งระบุว่าเส้นทางนี้เกี่ยวข้องกับการไหลเวียนของน้ำมันหรือของเหลวปิโตรเลียมราวหนึ่งในห้าของโลก ยิ่งการผ่านช่องแคบไม่แน่นอนนานเท่าใด ต้นทุนประกันภัยสงคราม ค่าขนส่ง และค่าความเสี่ยงที่ตลาดบวกเพิ่มเข้าไปก็ยิ่งมีแนวโน้มสูงขึ้น
ยังไม่ควรยึดตัวเลขใดตัวเลขหนึ่งเป็นข้อสรุปสุดท้าย รายงานที่อ้าง AP ระบุว่าอิหร่านยิงใส่เรือ 3 ลำและยึด 2 ลำ ส่วนรายงานในเครือ AFP ใช้กรอบที่กว้างกว่า โดยระบุว่าเรือพาณิชย์ถูกยิงและถูกข่มขู่ขณะพยายามผ่านช่องแคบ ขณะที่รายงานอีกแห่งระบุว่าจำนวนเรือที่ถูกโจมตีในอ่าวและบริเวณช่องแคบฮอร์มุซอาจมากกว่านั้น
เพราะฉะนั้น คำถามสำคัญไม่ใช่แค่ว่าตัวเลขสุดท้ายคือกี่ลำ แต่คือเหตุการณ์เหล่านี้ทำให้เรือพาณิชย์กลายเป็นส่วนหนึ่งของความเสี่ยงทางทหาร และความเสี่ยงนั้นถูกส่งต่อไปยังประกันภัย ค่าระวางเรือ ตารางส่งสินค้า และตลาดพลังงานเร็วเพียงใด
ท้ายที่สุด เหตุโจมตีเรือพาณิชย์ใกล้ช่องแคบฮอร์มุซไม่ได้เป็นเพียงเหตุเรือถูกยิงหรือถูกยึดไม่กี่ลำ แต่เป็นสัญญาณว่าเมื่อความปลอดภัยของเรือพลเรือนในคอขวดพลังงานโลกสั่นคลอน ต้นทุนของการค้าโลก ความมั่นคงทางทะเล และความเสี่ยงด้านพลังงานสามารถเชื่อมถึงกันได้อย่างรวดเร็ว