การเดินเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซเริ่มกลับมาบางส่วนตั้งแต่กลางเดือนเมษายน 2026 โดยมีเหตุการณ์สำคัญคือเรือชาติตะวันตกลำแรก เรือบรรทุก LNG และปริมาณเรือที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยในเดือนพฤษภาคม เส้นทางเดินเรือนี้ติดอยู่ในสภาวะ 'การปิดล้อมสองด้าน' โดยอิหร่านจำกัดการผ่านของเรือที่ไม่เป็นมิตร ขณะที่สหรัฐฯ ปิดล้อมท่าเรือของอิหร...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Following a nearly three-month halt due to the U.S.-Israeli war on Iran, what specific evidence shows that limited commercial shipping has r. Article summary: ## Evidence of Limited Resumption. Topic tags: general, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "A large cargo ship emitting black smoke from its chimney is sailing through the ocean with numerous shipping containers stacked on its deck, likely involved in limited commercial s" Reference image 2: visual subject "Containers are stacked aboard a cargo ship at a port, with large cranes in the background, indicating the resumption of limited commercial shipping after the U.S.-Israeli war on Ir" Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high de
เกือบสามเดือนหลังจากที่สหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ซึ่งเป็นจุดคอขวดสำหรับการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ประมาณหนึ่งในห้าของโลก กำลังแสดงสัญญาณชีพจรที่แผ่วเบา แต่ข้อมูลที่มีนั้นชัดเจน: จำนวนเรือที่ผ่านเข้าออกเพียงเล็กน้อยไม่ได้หมายความว่าเส้นทางการค้าสายหลักนี้กลับมาทำงานได้ตามปกติแล้ว เส้นทางน้ำนี้ยังคงติดอยู่ในภาวะทางตันที่อันตรายและมีต้นทุนสูงระหว่างกองกำลังอิหร่านและกองทัพเรือสหรัฐฯ โดยที่ผู้ประกอบการพาณิชย์ส่วนใหญ่ยังไม่เต็มใจที่จะเสี่ยงกับเรือและลูกเรือของตน
ในช่วงหลังการโจมตีเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ การสัญจรเชิงพาณิชย์ผ่านช่องแคบแทบจะพังทลายลงในทันที ศูนย์ข้อมูลทางทะเลร่วม (Joint Maritime Information Center: JMIC) รายงานว่าการผ่านของเรือบรรทุกน้ำมันเมื่อวันที่ 1 มีนาคม ลดลงถึง 94% เมื่อเทียบกับวันก่อนหน้า ในขณะที่การผ่านของเรือบรรทุกสินค้าทั่วไปลดลงจาก 98 ลำ เหลือเพียง 18 ลำ ภายในปลายเดือนมีนาคม ยอดสะสมการลดลงแตะที่ 95% โดยมีเรือพาณิชย์เพียง 144 ลำที่ผ่านช่องแคบระหว่างวันที่ 1 ถึง 23 มีนาคม (ณ เวลา 16:00 GMT) เทียบกับ 2,787 ลำที่บันทึกได้ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์เพียงวันเดียว
ในบางวันมีเรือเพียง 2 ถึง 5 ลำเท่านั้นที่ผ่านโดยเปิดระบบระบุตัวตนอัตโนมัติ (AIS)
สัญญาณแรกเริ่มของการเปิดบางส่วนปรากฏขึ้นในต้นเดือนเมษายน เมื่อวันที่ 3 เมษายน เรือคอนเทนเนอร์ของ CMA CGM กลายเป็นเรือชาติตะวันตกลำแรกที่ได้รับอนุญาตให้ผ่านได้นับตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มต้นขึ้น ตามมาด้วยการประกาศอย่างมีเงื่อนไขของอิหร่านเมื่อวันที่ 17 เมษายนว่า ช่องแคบนี้ "เปิดอย่างสมบูรณ์" สำหรับเรือพาณิชย์ทุกลำ ตลอดระยะเวลาการหยุดยิง 10 วันที่เชื่อมโยงกับการพักรบในเลบานอน
ปลายเดือนเมษายน เรือบรรทุก LNG ลำหนึ่งได้กลายเป็นการผ่านช่องแคบครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามเริ่มขึ้น ซึ่งเป็นเหตุการณ์สำคัญเชิงสัญลักษณ์สำหรับตลาดพลังงานโลก
การเพิ่มขึ้นที่จับต้องได้มากที่สุดปรากฏขึ้นในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลทางทะเล Kpler บันทึกว่ามีเรือขนส่งสินค้าโภคภัณฑ์ 55 ลำ ซึ่งรวมถึงเรือบรรทุกน้ำมันและเรือสินค้า ที่ข้ามช่องแคบระหว่างวันที่ 11 ถึง 17 พฤษภาคม นับเป็นการเพิ่มขึ้นอย่างกะทันหันหลังจากหลายสัปดาห์ของการสัญจรที่แทบหยุดนิ่ง
แม้จะมีการผ่านของเรือบางส่วนเหล่านี้ แต่สภาพแวดล้อมการปฏิบัติการในช่องแคบยังคงเสียหายเชิงโครงสร้าง มีปัจจัยซ้อนทับหลายประการที่อธิบายได้ว่าทำไมการดำเนินการเชิงพาณิชย์ตามปกติจึงยังไม่ใกล้เคียงที่จะกลับมา
การปิดล้อมสองด้าน ไม่มีฝ่ายใดยอมถอย อิหร่านยังคงปิดล้อมช่องแคบสำหรับเรือที่มองว่าเป็น "ปรปักษ์" โดยอนุญาตให้เฉพาะเรือที่เป็นมิตรหรือเป็นกลางผ่านได้ในเส้นทางที่แนบชิดกับชายฝั่งอิหร่านเท่านั้น ในเวลาเดียวกัน กองทัพเรือสหรัฐฯ ยังคงบังคับใช้การปิดล้อมท่าเรือของอิหร่านจากอ่าวโอมาน นักวิเคราะห์และองค์กรอุตสาหกรรมหลายแห่งระบุว่าสิ่งนี้คือ "การปิดล้อมสองด้าน" (dual blockade) ซึ่งเป็นการเผชิญหน้าที่บีบรัดการสัญจรจากทั้งสองทิศทาง
ณ วันที่ 22 พฤษภาคม กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) รายงานว่าสหรัฐฯ ได้สั่งให้เรือ 94 ลำหันกลับ
การควบคุมอย่างเป็นระบบของอิหร่าน สิ่งที่เริ่มต้นจากการขัดขวางในช่วงสงครามกำลังถูกทำให้เป็นทางการ เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม องค์การช่องแคบอ่าวเปอร์เซีย (Persian Gulf Strait Authority: PGSA) ซึ่งจัดตั้งขึ้นใหม่ของอิหร่าน ได้ประกาศตนเองเป็น "สถาบันทางกฎหมายและหน่วยงานตัวแทน" สำหรับการจัดการการสัญจรผ่านช่องแคบ ระบบขออนุญาตและเก็บค่าผ่านทางแต่เพียงผู้เดียวนี้ ขัดต่ออนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) และเป็นการแสดงเจตจำนงในการอ้างอำนาจอธิปไตยเหนือผืนน้ำสากลโดยพฤตินัย สื่อของรัฐอิหร่านรายงานว่ามีเรือ 1,500 ลำกำลังรอคอยการอนุญาตจากอิหร่านเพื่อผ่านช่องแคบ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการสร้างระบบควบคุมนี้ให้เป็นสถาบัน
ระดับความเสี่ยงขั้นวิกฤตและภัยคุกคามที่ยังดำเนินอยู่ ข้อมูล ณ วันที่ 5-6 พฤษภาคม JMIC ยังคงจัดระดับความเสี่ยงของอ่าวอาหรับ ช่องแคบฮอร์มุซ และอ่าวโอมาน อยู่ในระดับ "CRITICAL" (วิกฤต) โดยอ้างถึงการแทรกแซงการเดินเรือ การบังคับใช้การปิดล้อม ภัยคุกคามจากทุ่นระเบิด และอันตรายจากการสู้รบที่หลงเหลือ ในวันที่ 3 และ 4 พฤษภาคม มีเรือผ่านเพียง 6 และ 5 ลำตามลำดับ เทียบกับค่าเฉลี่ยต่อวันในอดีตที่ประมาณ 138 ลำ
ปฏิบัติการกวาดล้างทุ่นระเบิดที่ยังดำเนินอยู่ โดยกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ประเมินว่าอาจต้องใช้เวลาถึง 6 เดือนในการเคลียร์ช่องแคบจากทุ่นระเบิดที่อิหร่านวางไว้
และข้อตกลงหยุดยิงที่เปราะบางก็ถูกละเมิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ต้นทุนที่พุ่งสูงและการปฏิเสธของผู้ประกอบการ เบี้ยประกันความเสี่ยงสงครามได้เพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ หากก่อนสงครามเบี้ยประกันอยู่ที่ประมาณ 0.125% ของมูลค่าเรือ แต่ราคาเสนอได้พุ่งไปถึง 5% หรือมากกว่าสำหรับการเดินทางเพียงเที่ยวเดียว ซึ่งแปลเป็นค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหลายล้านดอลลาร์สำหรับเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ อัตราค่าระวางแบบทันที (spot rates) สำหรับเรือบรรทุกน้ำมันดิบขนาดใหญ่ (VLCC) ในเส้นทางตะวันออกกลางสู่เอเชีย พุ่งทำสถิติสูงสุดที่ 423,736 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อวันในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม ซึ่งเพิ่มขึ้น 94% จากสัปดาห์ก่อนหน้า
แม้ในขณะที่อิหร่านเปิดช่องแคบชั่วคราว S&P Global รายงานว่าไม่มีการทำสัญญาเช่าเหมาลำที่แน่นอน เนื่องจากผู้ประกอบการเรือบรรทุกน้ำมันยังไม่เต็มใจที่จะเสี่ยงกับเรือและลูกเรือ ท่ามกลางความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและกฎหมายที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข
เรือที่ติดค้างและภารกิจคุ้มกันที่หยุดชะงัก สหรัฐฯ ได้เริ่มปฏิบัติการ Project Freedom เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม เพื่อคุ้มกันเรือพาณิชย์ออกจากอ่าว แต่ภารกิจดังกล่าวถูกระงับภายใน 24 ชั่วโมง หลังจากประธานาธิบดีทรัมป์อ้างถึงความคืบหน้าในการเจรจากับอิหร่าน นั่นทำให้มีเรือประมาณ 1,000 ลำ และลูกเรือ 20,000 คน ติดอยู่ในอ่าว
โดยสรุปแล้ว มีเรือจำนวนน้อยที่ส่วนใหญ่ได้รับการอนุมัติจากอิหร่านหรือมีกองทัพเรือคุ้มกัน กลับมาสัญจรได้ตั้งแต่กลางเดือนเมษายน ซึ่งก่อให้เกิดปริมาณเรือที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่วัดได้ แต่การปิดล้อมที่เกิดขึ้นพร้อมกัน การจัดตั้งหน่วยงานควบคุมการผ่านช่องแคบแต่เพียงผู้เดียวของอิหร่าน ระดับความเสี่ยงขั้นวิกฤตจาก JMIC ค่าประกันและค่าระวางเรือที่สูงเป็นประวัติการณ์ ภัยคุกคามจากทุ่นระเบิดที่ยังดำเนินอยู่ และการปฏิเสธอย่างกว้างขวางของผู้ประกอบการที่จะส่งเรือที่ไม่มีคนคุ้มกัน ทั้งหมดนี้ชี้ไปที่ข้อสรุปเดียวกัน: ช่องแคบฮอร์มุซยังไม่ใกล้เคียงกับการกลับมาดำเนินการเชิงพาณิชย์อย่างปกติได้เลย
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
การเดินเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซเริ่มกลับมาบางส่วนตั้งแต่กลางเดือนเมษายน 2026 โดยมีเหตุการณ์สำคัญคือเรือชาติตะวันตกลำแรก เรือบรรทุก LNG และปริมาณเรือที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยในเดือนพฤษภาคม
การเดินเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซเริ่มกลับมาบางส่วนตั้งแต่กลางเดือนเมษายน 2026 โดยมีเหตุการณ์สำคัญคือเรือชาติตะวันตกลำแรก เรือบรรทุก LNG และปริมาณเรือที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยในเดือนพฤษภาคม เส้นทางเดินเรือนี้ติดอยู่ในสภาวะ 'การปิดล้อมสองด้าน' โดยอิหร่านจำกัดการผ่านของเรือที่ไม่เป็นมิตร ขณะที่สหรัฐฯ ปิดล้อมท่าเรือของอิหร่านจากอีกฝั่ง ส่งผลให้การจราจรทางทะเลถูกบีบรัดจากทั้งสองทิศทาง
แรงกดดันทางเศรษฐกิจยังคงรุนแรง เบี้ยประกันความเสี่ยงสงครามพุ่งสูงกว่า 1,000% และค่าระวางเรือบรรทุกน้ำมันดิบขนาดใหญ่ (VLCC) ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่วันละ 423,736 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม สะท้อนถึงควา...