ซีอีโอใหม่ Jean Charles Gaudechon ยอมรับว่าเกมที่ได้รับคำชมอย่าง Alan Wake และ Control ยัง 'ใช้ศักยภาพไม่ถึงครึ่งหนึ่ง' และควรจะขายได้มากกว่านี้ โดยให้ความสำคัญกับกลยุทธ์ IP และการขยายไปสู่สื่ออื่นเป็นอันดับแรก Gaudechon เผชิญหน้ากับข้อกังขาของแฟนๆ เรื่องประวัติการทำงานกับ EA โดยตรง พร้อมสัญญาว่าจะไม่ 'แตะต้อง DNA'...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Considering Remedy’s new CEO stated that Alan Wake and Control “should have sold more,” what is his plan to maximize the commercial potentia. Article summary: Here are the answers based on new CEO Jean-Charles Gaudechon's recent interview with *The Game Business* and other public statements:. Topic tags: general, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "Jean-Charles Gaudechon, the new CEO of Remedy Entertainment since February 2026, wants to turn Alan Wake and Control into worldwide success stories beyond video games. “Now after s" source context "Remedy Says Alan Wake and Control Should Have Sold More, But Has a Plan to Grow Both Series - eTeknix" Reference image 2: visual subject "Jean-Charles Gaudechon, the new CEO of Remedy Entertainment since
Remedy Entertainment สตูดิโอจากฟินแลนด์ที่โด่งดังในหมู่เกมเมอร์จากเกมเนื้อเรื่องเข้มข้นสไตล์ผู้กำกับภาพยนตร์ กำลังยืนอยู่บนทางแยกครั้งสำคัญ หลังจากความผิดหวังเชิงพาณิชย์ของ FBC: Firebreak บริษัทได้แต่งตั้งซีอีโอคนใหม่ชื่อ Jean-Charles Gaudechon ซึ่งประวัติการทำงานของเขา—เต็มไปด้วยบทบาทผู้นำใน Electronic Arts (EA) หรือค่ายเกมยักษ์ใหญ่ที่แฟนๆ รู้จักกันดีในเรื่องกลยุทธ์ทางธุรกิจที่ดุดัน แถมยังเคยคุมแพลตฟอร์มพนันกีฬาอีก—ได้สร้างความกังวลใจให้กับแฟนพันธุ์แท้ของค่ายนี้อย่างมากในทันที
ทว่าในการให้สัมภาษณ์ครั้งสำคัญครั้งแรกกับเว็บไซต์ The Game Business นั้น Gaudechon ไม่ได้หลบเลี่ยงคำถามยากๆ เลยแม้แต่น้อย เขาวางวิสัยทัศน์ที่จะเปลี่ยน Remedy จากสตูดิโอที่ "ดังเปรี้ยงแต่เจ๊ง" ให้กลายเป็นขุมพลังทางการค้าอย่างแท้จริง โดยที่เขายืนกรานว่าจะไม่ทำให้จิตวิญญาณของสตูดิโอสูญหายไป
คำวินิจฉัยของ Gaudechon นั้นตรงไปตรงมาและไม่เข้าข้างตัวเอง เขาระบุว่า Remedy นั้น "ใช้ศักยภาพของผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ยังไม่ถึงครึ่งด้วยซ้ำ" ปัญหาหลักในมุมมองของเขาไม่ใช่คุณภาพของเกม ซึ่งได้รับคำชื่นชมแทบจะเป็นเอกฉันท์ แต่เป็นความล้มเหลวในการดำเนินการเชิงพาณิชย์ต่างหาก "มันน่าเสียดาย" เขากล่าว "ผมคิดว่า Alan Wake ควรจะขายได้มากกว่านี้ Control ควรจะขายได้มากกว่านี้ สำหรับผมแล้ว นี่เป็นหนึ่งในสิ่งแรกๆ ที่เราต้องแก้ไข ในบางแง่มุมอาจจะสำคัญกว่าการรีบสร้างเกมใหม่ๆ ด้วยซ้ำ"
แผนการแก้ไขของเขาตั้งอยู่บนเสาหลักสามประการที่เชื่อมโยงกัน โดยมีเป้าหมายสูงสุดที่ชัดเจน นั่นคือการรีดมูลค่าเพิ่มเติมจากเกมที่โด่งดังอยู่แล้วของ Remedy
ในการเปลี่ยนทิศทางที่น่าสนใจ Gaudechon ให้เหตุผลว่าการเพิ่มศักยภาพของแฟรนไชส์ที่มีอยู่อย่าง Alan Wake และ Control นั้น "มีความสำคัญมากกว่า" การไฟเขียวสร้างเกมใหม่ๆ เขาต้องการบริหารแต่ละแฟรนไชส์ให้เป็นซีรีส์ที่ต่อเนื่องและกว้างขึ้น แทนที่จะมองแต่ละภาคเป็นโปรเจกต์เดี่ยวๆ โดยมุ่งเน้นไปที่การสร้างและขยายชุมชนผู้เล่นในระยะยาว
กุญแจดอกสำคัญสำหรับการเติบโตนี้คือการจับมือเป็นพันธมิตรกับ Annapurna Gaudechon มองว่าการดัดแปลงเป็นภาพยนตร์และซีรีส์ทางโทรทัศน์เป็นเครื่องมือหลักในการ "เข้าถึงผู้ชมที่วันนี้ยังไม่มีอยู่จริง" สำหรับเกมเหล่านี้—กล่าวคือ ผู้คนที่ไม่เคยเล่นวิดีโอเกมเลย ความร่วมมือครั้งนี้ถูกออกแบบมาเพื่อทำให้แฟรนไชส์ "โดดเด่นยิ่งขึ้น" และนำมันเข้าสู่วงสนทนาทางวัฒนธรรมในวงกว้าง ซึ่งจะช่วยดึงดูดผู้เล่นใหม่ๆ กลับมาสู่เกม
ภายใต้กลยุทธ์เหล่านี้คือการเปลี่ยนแปลงแนวคิดเชิงปรัชญาไปสู่การขยายฐานผู้ชมอย่างจริงจัง Gaudechon กล่าวว่าแฟรนไชส์เหล่านี้ "จำเป็นต้องหาผู้ชมที่มีขนาดใหญ่กว่ามากๆ" มากกว่ากลุ่มแฟนๆ หลักที่เป็นอยู่ตอนนี้ ตัวการที่เป็นคอขวดนั้น—เขาได้ทำให้เห็นชัดเจนแล้ว—ไม่ใช่มาตรฐานความคิดสร้างสรรค์ระดับสูงอันเลื่องชื่อของ Remedy แต่เป็นการที่สตูดิโอไม่สามารถนำผลิตภัณฑ์ของตนไปอยู่ต่อหน้าผู้คนได้มากพอต่างหาก
Gaudechon ไม่ได้รอให้มีคนถาม เขาเผชิญหน้ากับความกังวลของแฟนๆ ตั้งแต่ต้น โดยยอมรับว่าหลายคนมองว่าการแต่งตั้งอดีตผู้บริหาร EA อาจเป็นความเคลื่อนไหวที่จะ "บดขยี้จิตวิญญาณของ Remedy" ด้วยกลยุทธ์ของบริษัทเกมใหญ่
เขากล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า: "ผมเข้าใจความกังวลนี้อย่างถ่องแท้" และเผยว่าแม้แต่ข้อความแสดงความยินดีที่เขาได้รับจากเพื่อนๆ ในวงการก็มาพร้อมกับคำขอร้องเดียวกัน: "อย่าทำพังนะ เรารัก Remedy มากเกินไปแล้ว" คำตอบของเขาคือคำสัญญาที่ว่าเขาได้รับเลือกเพราะเขาเข้าใจว่าอะไรที่ทำให้สตูดิโอนี้พิเศษ "ผมถูกเลือกเพราะผมเข้าใจว่า Remedy คืออะไร" เขาอธิบาย โดยย้ำว่าเขามองว่าบทบาทของเขาคือการคัดแยกสิ่งที่ต้อง ปกป้อง ให้การสนับสนุน และทำให้เติบโต—ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลง
คำมั่นสัญญาสำคัญของเขานั้นเรียบง่าย: เขาจะไม่แตะต้อง DNA ของสตูดิโอ เขาไม่ได้มองว่าพื้นเพจาก EA เป็นภัยคุกคาม แต่เป็นชุดเครื่องมือสำหรับการสร้างโครงสร้างทางธุรกิจที่แข็งแกร่งพอที่จะปกป้องความคิดสร้างสรรค์นั้นๆ ได้ เป้าหมายที่เขาระบุไว้คือการรักษาสิ่งที่ทำให้ Remedy มีเอกลักษณ์ พร้อมกับแก้ไขเฉพาะกลไกที่เชื่อมโยงผลิตภัณฑ์ของพวกเขาเข้ากับผู้ชมทั่วโลกเท่านั้น
จุดยืนของ Remedy ต่อ Generative AI นั้นถูกกำหนดโดย Markus Mäki ซีอีโอชั่วคราว ก่อนที่ Gaudechon จะมาถึง และยังคงเป็นนโยบายของบริษัทที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน เนื่องจากซีอีโอคนใหม่ยังไม่ได้ออกมาแถลงต่อสาธารณะในหัวข้อนี้
แนวทางอย่างเป็นทางการคือการสังเกตการณ์ด้วยความระมัดระวัง และให้ความสำคัญกับจริยธรรม: Remedy ไม่ได้ต่อต้าน AI ทั้งหมดในเชิงปรัชญา แต่มันได้ขีดเส้นไว้อย่างชัดเจนไม่ใช้ Generative AI ในกระบวนการสร้างสรรค์ผลงานในตอนนี้
ในตอนนี้ ในขณะที่อุตสาหกรรมเกมโดยรวมกำลังเผชิญหน้ากับการแพร่หลายอย่างรวดเร็วของเครื่องมือ AI นั้น Remedy ได้วางตำแหน่งของตัวเองให้เป็นสตูดิโอที่ครีเอทีฟผู้เป็นมนุษย์ยังคงควบคุมทุกอย่างไว้ได้ คำถามที่ยังคงเปิดกว้างคือ Gaudechon ด้วยจุดมุ่งเน้นเชิงพาณิชย์ที่เน้นการปฏิบัติจริงของเขา จะรักษาหรือปรับเปลี่ยนนโยบายนี้ต่อไปในอีกหลายปีข้างหน้าหรือไม่
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
ซีอีโอใหม่ Jean Charles Gaudechon ยอมรับว่าเกมที่ได้รับคำชมอย่าง Alan Wake และ Control ยัง 'ใช้ศักยภาพไม่ถึงครึ่งหนึ่ง' และควรจะขายได้มากกว่านี้ โดยให้ความสำคัญกับกลยุทธ์ IP และการขยายไปสู่สื่ออื่นเป็นอันดับแรก
ซีอีโอใหม่ Jean Charles Gaudechon ยอมรับว่าเกมที่ได้รับคำชมอย่าง Alan Wake และ Control ยัง 'ใช้ศักยภาพไม่ถึงครึ่งหนึ่ง' และควรจะขายได้มากกว่านี้ โดยให้ความสำคัญกับกลยุทธ์ IP และการขยายไปสู่สื่ออื่นเป็นอันดับแรก Gaudechon เผชิญหน้ากับข้อกังขาของแฟนๆ เรื่องประวัติการทำงานกับ EA โดยตรง พร้อมสัญญาว่าจะไม่ 'แตะต้อง DNA' ของสตูดิโอ และถูกเลือกมาเพื่อปกป้องและส่งเสริมเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ Remedy ไม่ใช่ทำลายมัน
Control Resonant เกมใหม่ที่กำลังจะมาถึงจะไม่มีเนื้อหาจาก Generative AI แม้ว่าสตูดิโอจะมีความสนใจในเครื่องมือ AI ที่ถูกต้องตามจริยธรรมมาช่วยเพิ่มคุณค่าให้ผู้เล่น ซึ่งเป็นนโยบายที่ตั้งไว้ก่อนซีอีโอใหม่จะมารับตำแหน่ง