Di Space เป็นเครือข่ายศูนย์ให้ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และพื้นที่จัดแสดงประสบการณ์แบรนด์ของ BYD ไม่ใช่งานมอเตอร์โชว์หรือเวทีเปิดตัวสินค้าแบบทั่วไป จุดเด่นคือให้ผู้เข้าชมได้ทดลองและมีปฏิสัมพันธ์กับเทคโนโลยีโดยตรง
เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม บัญชี WeChat ของ Di Space เจิ้งโจวเผยแพร่โปสเตอร์ทีเซอร์รูปหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ พร้อมข้อความว่า “เพื่อนใหม่กำลังจะมาถึง” แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมคาดว่าการเปิดตัวครั้งนี้จะเป็นการนำเสนอ ต้นแบบที่ใช้งานได้จริง ไม่ใช่เพียงวิดีโอแนวคิด ขณะที่ชื่อที่มีการพูดถึงภายในคือ “เสี่ยวตี้” (Xiaodi) หรือ “ตี้น้อย”
อย่างไรก็ตาม BYD ปฏิเสธข่าวลือที่ระบุว่าบริษัทติดตั้งหุ่นยนต์ที่พัฒนาขึ้นเองแล้ว 150 ตัว หรือมีแผนผลิต 20,000 ตัวภายในปีนี้
Stella Li หรือ Li Ke รองประธานบริหารของ BYD เปิดเผยแนวทางการใช้งานเชิงพาณิชย์ในการให้สัมภาษณ์กับ Business Insider โดยกล่าวว่า
“เป้าหมายของฉันคือการนำหุ่นยนต์ 2–3 ตัวไปไว้ในโชว์รูมทุกแห่ง”
Li ประเมินว่าเทคโนโลยีสำหรับผู้ช่วยฝ่ายขายที่เป็นหุ่นยนต์อาจพร้อมใช้งานจริงภายใน 1–2 ปี บทบาทที่วางไว้เป็นงานซ้ำ ๆ และมีมาตรฐานชัดเจน เช่น
Li ยังมองว่าหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์สำหรับใช้งานในบ้านและภาคบริการอาจกลายเป็นธุรกิจสำคัญในอนาคตของ BYD
ประเด็นสำคัญคือ BYD ไม่ได้วางหุ่นยนต์ไว้เพื่อแทนที่พนักงานขายทั้งหมด Li ระบุว่าความสัมพันธ์และการเชื่อมโยงทางอารมณ์กับลูกค้ายังคงเป็นสิ่งที่มนุษย์มีบทบาทสำคัญ หุ่นยนต์จึงถูกวางให้ทำงานร่วมกับพนักงาน เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพการบริการมากกว่าเข้ามาแทนที่คน
BYD จัดตั้งห้องปฏิบัติการเฉพาะด้านหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ในช่วงปลายปี 2024 กลยุทธ์ของบริษัทมีอยู่สองแนวทางควบคู่กัน ได้แก่
โรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ของ BYD จะทำหน้าที่เป็นพื้นที่ทดสอบในโลกจริงระยะแรก ก่อนขยายไปสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์ในวงกว้าง ในระยะแรก บริษัทมุ่งเน้นงานในโชว์รูมและบทบาทที่ต้องพบปะลูกค้า มากกว่าการใช้หุ่นยนต์แทนแรงงานในงานอุตสาหกรรมหนัก
ขนาดการผลิตและห่วงโซ่อุปทานเดิมของ BYD อาจช่วยให้บริษัทมีข้อได้เปรียบด้านต้นทุน หากในอนาคตสามารถนำชิ้นส่วน แบตเตอรี่ และความเชี่ยวชาญด้านการผลิตจำนวนมากจากธุรกิจรถยนต์มาปรับใช้กับหุ่นยนต์ได้
ก่อนที่หุ่นยนต์ของ BYD เองจะเปิดตัว บริษัทมีประสบการณ์จากการทดสอบหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ของผู้ผลิตรายอื่นอยู่แล้ว โดยเฉพาะ Walker S ของ UBTech
ข้อมูลจากรายงานต่าง ๆ ยังระบุว่า UBTech ส่งมอบหุ่นยนต์แล้วมากกว่า 1,000 ตัว มีมูลค่าสัญญารวมเกิน 800 ล้านหยวน และตั้งเป้าผลิตหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ภาคอุตสาหกรรม 5,000 ตัวต่อปี
Tesla กำลังปรับสายการผลิต Model S/X ที่โรงงาน Fremont เพื่อรองรับการผลิตหุ่นยนต์ Optimus บริษัทตั้งเป้าการผลิต Optimus Gen 3 ในปริมาณจำกัดช่วงกลางถึงปลายปี 2026 และคาดว่าจะเริ่มส่งมอบให้ลูกค้าองค์กรในช่วงครึ่งหลังของปีเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม Elon Musk ยอมรับในการประกาศผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2025 เมื่อเดือนมกราคม 2026 ว่า ขณะนี้ยังไม่มี Optimus ที่กำลังทำงานซึ่งสร้างประโยชน์อย่างมีนัยสำคัญในโรงงาน Tesla หุ่นยนต์ส่วนใหญ่ยังใช้เพื่อการเรียนรู้และเก็บข้อมูล ขณะเดียวกัน โรงงาน Optimus โดยเฉพาะที่ Gigafactory Texas อยู่ระหว่างการก่อสร้าง และมีเป้าหมายเริ่มสายการผลิตชุดแรกในปี 2027
Tesla ยังไม่ได้ประกาศแผนการนำ Optimus ไปใช้งานในโชว์รูมหรือบทบาทดูแลลูกค้าแบบเดียวกับแนวทางของ BYD
หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ IRON ของ XPeng เริ่มการผลิตทดลองในปริมาณเล็กที่โรงงานกว่างโจวแล้ว ขณะที่สายการผลิตจำนวนมากอยู่ในขั้นตอนบูรณาการและทดสอบระบบขั้นสุดท้าย
XPeng จัดเป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจีนที่เดินหน้าเรื่องการนำหุ่นยนต์มาใช้เชิงพาณิชย์เร็วที่สุด โดยระยะแรกบริษัทมุ่งส่งหุ่นยนต์ลงพื้นที่โรงงาน ซึ่งใกล้เคียงกับประสบการณ์การทดสอบอุตสาหกรรมของ BYD
Hyundai เป็นเจ้าของ Boston Dynamics และกำลังผลักดัน Atlas หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ระบบไฟฟ้าเต็มรูปแบบไปสู่การใช้งานในโรงงานและโลจิสติกส์ Boston Dynamics เคยสาธิตให้ Atlas คัดแยกชิ้นส่วนและจัดการชิ้นงานแบบอัตโนมัติในสภาพแวดล้อมการผลิตยานยนต์ของ Hyundai
แนวทางของ Hyundai จึงเน้นความคล่องตัว การเคลื่อนไหว และการหยิบจับในงานอุตสาหกรรม ขณะที่ BYD ให้ความสำคัญกับการนำหุ่นยนต์ไปอยู่ต่อหน้าลูกค้าในโชว์รูมตั้งแต่ต้น
นอกจาก BYD และ XPeng แล้ว Chery มีหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ชื่อ Aimoga ส่วน SAIC-GM และ Li Auto ก็อยู่ระหว่างพัฒนาโครงการหุ่นยนต์ของตนเอง โดยมีรายงานว่า Li Auto ใช้แนวทางพัฒนาแบบสองทาง
การแข่งขันหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ในอุตสาหกรรมยานยนต์ไม่ได้อยู่แค่ในระดับต้นแบบบนเวทีอีกต่อไป BYD กำลังเตรียมเปิดตัวต้นแบบจริงในเดือนสิงหาคม 2026 พร้อมวางแผนการใช้งานที่ชัดเจนในโชว์รูมภายใน 1–2 ปี
จุดต่างของ BYD คือการมุ่งไปที่การใช้งานซึ่งลูกค้ามองเห็นได้โดยตรง ทั้งการต้อนรับ อธิบายรถ และสาธิตฟังก์ชันต่าง ๆ ขณะที่ Tesla ให้ความสำคัญกับการผลิต Optimus ในระยะยาว XPeng เดินหน้าสู่การผลิตทดลอง และ Hyundai ใช้ความเชี่ยวชาญของ Boston Dynamics เพื่อเน้นงานโรงงานและโลจิสติกส์
หาก BYD ทำให้หุ่นยนต์ทำงานร่วมกับพนักงานขายได้จริง การเปิดตัวครั้งนี้อาจเป็นก้าวสำคัญที่เปลี่ยนโชว์รูมรถยนต์จากพื้นที่จัดแสดงสินค้าให้กลายเป็นสนามทดสอบหุ่นยนต์เชิงพาณิชย์อย่างเป็นรูปธรรม