RealSense (แยกตัวจาก Intel ในปี 2025) เปิดตัว D585 Pro กล้อง depth AI native ตัวแรกที่สร้างมาเพื่อหุ่นยนต์ humanoid, AMR และแขนกล collaborative โดยเฉพาะ เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2026 ที่งาน Automate 2026 กล้องใช้เทคโนโลยี stereoscopic global shutter มุมมอง 120° × 100° ความละเอียด depth 1280×960 ที่ 60 fps คุณภาพ dept...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Based on the June 2026 announcement, what are the key specifications, target applications, software platform, chip details, and shipment tim. Article summary: On June 18, 2026, at Automate 2026, RealSense (spun out from Intel in 2025) unveiled the **RealSense D585 Pro**, billed as the first AI-native depth camera designed specifically for humanoid robots, autonomous mobile rob. Topic tags: general, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fa
เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2026 ที่งาน Automate 2026 ในนครชิคาโก RealSense ซึ่งเป็นบริษัทด้านคอมพิวเตอร์วิชันที่แยกตัวออกมาจาก Intel ในปี 2025 ได้เปิดตัว RealSense D585 Pro โดยยกให้เป็นกล้อง depth แบบ AI-native ตัวแรกของโลกที่ออกแบบมาเพื่อหุ่นยนต์ humanoid, autonomous mobile robots (AMRs) และแขนกล collaborative โดยเฉพาะ
D585 Pro ไม่ใช่แค่การอัปเกรดสเปก แต่เป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนแปลงวิธีที่นักพัฒนาหุ่นยนต์มองเรื่องการรับรู้ (perception) — กล้องตัวนี้ไม่ได้เป็นแค่เซนเซอร์ แต่เป็นแพลตฟอร์มที่กำหนดด้วยซอฟต์แวร์ (software-defined platform) ซึ่งจะฉลาดขึ้นเรื่อยๆ หลังการติดตั้งผ่านการอัปเดต SDK แบบ over-the-air
สำหรับนักพัฒนาที่กำลังสร้าง physical AI ในยุคหน้า D585 Pro มีสเปกที่ตอบโจทย์ความท้าทายด้านการรับรู้ของหุ่นยนต์:
หัวใจของ D585 Pro คือ ชิประบบบนชิป (SoC) Gen 5 ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท ซึ่งรวม depth engine, image signal processor, ตัวเร่ง AI โดยเฉพาะ และโปรเซสเซอร์ ARM แบบ quad-core ไว้บนชิปตัวเดียว
ซิลิกอนเฉพาะนี้รันอัลกอริทึมบนอุปกรณ์ (on-device) เช่น การประมวลผล depth ขั้นสูง, การลดสัญญาณรบกวนแบบแอคทีฟ และการตรวจจับบุคคล (เวอร์ชันเบต้าเมื่อเปิดตัว) โดยตรงที่ edge การย้ายภาระการคำนวณด้าน perception ออกจากโปรเซสเซอร์หลักของหุ่นยนต์ช่วยให้ SoC นี้เพิ่มพลังประมวลผลให้กับการวางแผนการเคลื่อนไหว (motion planning), ลูปควบคุม และการอนุมาน AI ระดับสูงขึ้น
D585 Pro ถูกออกแบบให้เป็น แพลตฟอร์มที่กำหนดด้วยซอฟต์แวร์ (software-defined platform) ซึ่งสามารถพัฒนาขึ้นหลังการติดตั้งผ่านการอัปเดต SDK องค์ประกอบซอฟต์แวร์ที่สำคัญ:
แนวทางนี้หมายความว่า D585 Pro ที่ติดตั้งใน Q1 2027 จะสามารถได้รับความสามารถด้าน perception ใหม่ๆ ตลอดอายุการใช้งานโดยไม่ต้องเปลี่ยนฮาร์ดแวร์
RealSense ออกแบบ D585 Pro สำหรับหุ่นยนต์สามประเภทหลัก รวมถึงระบบอัตโนมัติในอุตสาหกรรมในวงกว้าง:
RealSense D585 Pro มีกำหนดจัดส่งใน Q1 2027 ก่อนหน้าการจัดส่งดังกล่าว นักพัฒนาหุ่นยนต์ humanoid และ AMR ระดับโลกหลายรายกำลังทดสอบกล้องนี้อยู่แล้ว เพื่อให้ RealSense ได้รับฟีดแบ็คจากโลกจริงก่อนการผลิตเต็มรูปแบบ
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
RealSense (แยกตัวจาก Intel ในปี 2025) เปิดตัว D585 Pro กล้อง depth AI native ตัวแรกที่สร้างมาเพื่อหุ่นยนต์ humanoid, AMR และแขนกล collaborative โดยเฉพาะ เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2026 ที่งาน Automate 2026
RealSense (แยกตัวจาก Intel ในปี 2025) เปิดตัว D585 Pro กล้อง depth AI native ตัวแรกที่สร้างมาเพื่อหุ่นยนต์ humanoid, AMR และแขนกล collaborative โดยเฉพาะ เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2026 ที่งาน Automate 2026 กล้องใช้เทคโนโลยี stereoscopic global shutter มุมมอง 120° × 100° ความละเอียด depth 1280×960 ที่ 60 fps คุณภาพ depth ดีขึ้นกว่า 2 เท่า พร้อม compression ที่ลด bandwidth ลง 75%
เป้าหมายการใช้งานหลัก: ป้อนข้อมูลให้ VLA models ใน humanoid, การนำทางในคลังสินค้าสำหรับ AMR, และการหยิบชิ้นส่วนระยะใกล้สำหรับแขนกล collaborative โดยมีกำหนดจัดส่งใน Q1 2027