Alphabet ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Google กำลังถูกมองใหม่ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ไม่ใช่แค่ในฐานะบริษัทเสิร์ชและโฆษณา แต่เป็นหนึ่งในผู้เล่น AI เต็มตัว รายงานของ Reuters ระบุว่า Alphabet ใกล้ท้าชิงตำแหน่งบริษัทมูลค่าสูงสุดของโลกจาก Nvidia โดยแรงหนุนมาจากการพุ่งของหุ้นที่เกี่ยวข้องกับความพยายามด้าน AI และธุรกิจคลาวด์ที่เติบโตแรง [5]
จุดเปลี่ยนสำคัญคือมุมมองของนักลงทุน ก่อนหน้านี้ คำถามใหญ่คือ generative AI และแชตบอตจะทำให้ผู้ใช้เลิกพึ่ง Google Search จนกระทบโมเดลโฆษณาหรือไม่ ความเสี่ยงเรื่องการสร้างรายได้จาก AI ยังถูกมองเป็นประเด็นสำคัญต่อมูลค่าหุ้น [14] แต่ตัวเลขไตรมาสล่าสุดให้ภาพที่ต่างออกไป: Search ยังโต, Cloud เร่งตัว และรายได้หลายส่วนของ Google ยังขยายพร้อมกัน [
17][
29]
ตัวเลขที่ควรรู้ก่อน
- รายได้รวม: Alphabet รายงานรายได้ไตรมาส 1 ปี 2026 ที่ 109.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 22% เมื่อเทียบปีก่อน หรือ 19% เมื่อคิดแบบอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ และบริษัทระบุว่าเป็นไตรมาสที่ 11 ติดต่อกันที่รายได้โตสองหลัก [
17]
- กำไร: กำไรสุทธิไตรมาสเดียวกันเพิ่มเป็น 62.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนกำไรต่อหุ้นปรับลดอยู่ที่ 5.11 ดอลลาร์สหรัฐ [
18]
- Google Services ยังแข็งแรง: รายได้ Google Services เพิ่ม 16% เป็น 89.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย Google Search & other โต 19%, YouTube ads โต 11% และ Google subscriptions, platforms, and devices โต 19% [
17]
- Google Cloud เป็นตัวเร่งสำคัญ: Google ระบุว่า Cloud โต 63% เกิน 20 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นครั้งแรก และ backlog หรือมูลค่าสัญญาที่รอรับรู้รายได้ เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวจากไตรมาสก่อนเป็นมากกว่า 460 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ [
29]
- ช่องว่างกับ Nvidia แคบลง: รายงานระบุว่าหุ้น Alphabet เดือนเมษายนเพิ่มขึ้นราว 34% ทำให้มูลค่าบริษัทอยู่ประมาณ 4.64 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ใกล้ Nvidia ที่ประมาณ 4.85 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ [
1]
1. งบล่าสุดทำให้เรื่อง AI กลายเป็นเรื่องกำไร ไม่ใช่แค่ภาพอนาคต
เหตุผลแรกที่หุ้น Alphabet พุ่งแรง คือผลประกอบการไม่ได้มีแค่คำว่า AI แต่มีรายได้และกำไรหนุนจริง รายได้ Q1 2026 เพิ่ม 22% เป็น 109.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่กำไรสุทธิขึ้นเป็น 62.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และ EPS อยู่ที่ 5.11 ดอลลาร์สหรัฐ [17][
18]
สำหรับตลาด นี่ทำให้เรื่อง AI ของ Google ดูเชื่อมกับงบกำไรขาดทุนมากขึ้น ไม่ใช่แค่ค่าใช้จ่ายวิจัยหรือการลงทุนระยะยาว รายงานของ Economic Times ระบุว่า Alphabet เพิ่มมูลค่าตลาดราว 420 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในวันเดียวหลังผลประกอบการ และทำให้ช่องว่างกับ Nvidia แคบลงเหลือประมาณ 6% [3]
พูดง่าย ๆ คือ ตลาดไม่ได้ซื้อแค่ความหวังว่า Google จะทำ AI ได้ แต่กำลังตีราคาใหม่ว่า Alphabet อาจทำให้ AI กลายเป็นรายได้และกำไรได้เร็วขึ้นกว่าที่เคยกังวล
2. Search ยังไม่เห็นสัญญาณถูก AI กัดกินในทันที
ความกลัวใหญ่ของ Alphabet คือ AI search และแชตบอตอาจเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ใช้จากการค้นหาบน Google ไปสู่การถามคำตอบโดยตรง ซึ่งอาจกระทบโฆษณา Search ความเสี่ยงด้านการสร้างรายได้จาก AI จึงยังเป็นหนึ่งในประเด็นที่นักวิเคราะห์ใช้ประเมินมูลค่าหุ้น [14]
แต่ตัวเลขล่าสุดยังไม่สนับสนุนฉากทัศน์ที่เลวร้ายที่สุด รายได้ Google Search & other เพิ่ม 19% และรายได้ Google Services โดยรวมเพิ่ม 16% [17] ผู้บริหาร Google ยังกล่าวในคำชี้แจงผลประกอบการว่า ประสบการณ์ค้นหาด้วย AI เช่น AI Mode และ AI Overviews ทำให้ผู้ใช้กลับมาที่ Search มากขึ้น ซึ่งเป็นคำอธิบายจากฝั่งบริษัทเอง แต่เมื่อประกอบกับรายได้ Search ที่ยังเติบโต ก็ช่วยลดความกังวลระยะสั้นว่า AI จะมาทำลายธุรกิจหลักทันที [
29]
ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่ว่า AI จะไม่มีวันเปลี่ยนเศรษฐศาสตร์ของ Search แต่ไตรมาสล่าสุดบอกว่าเครื่องยนต์โฆษณาหลักของ Google ยังไม่สะดุดในช่วงเปลี่ยนผ่าน [17]
3. Google Cloud ทำให้รายได้จาก AI เห็นเป็นรูปธรรมขึ้น
ถ้า Search คือด้านป้องกัน Google Cloud คือด้านรุกของ Alphabet ในรอบนี้ Google ระบุว่า Cloud โต 63% เกิน 20 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นครั้งแรก และ backlog เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวจากไตรมาสก่อนเป็นมากกว่า 460 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ [29]
ตัวเลขนี้สำคัญ เพราะงบ AI ขององค์กรจำนวนมากมักไหลไปที่คลาวด์ โครงสร้างพื้นฐาน AI โมเดล และเครื่องมือสำหรับองค์กร Google ระบุว่าการเร่งตัวของ Cloud มาจากความต้องการผลิตภัณฑ์ AI และโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ขณะที่ Reuters ก็อธิบายว่าการพุ่งของหุ้น Alphabet ได้แรงหนุนจากความพยายามด้าน AI และธุรกิจคลาวด์ที่กำลังบูม [5][
29]
ดังนั้น ตลาดจึงไม่ได้มอง Alphabet เป็นแค่บริษัทโฆษณาบน Search อีกต่อไป แต่เริ่มมองเป็นแพลตฟอร์ม AI, ผู้ให้บริการคลาวด์ และผู้เล่นโครงสร้างพื้นฐานสำหรับองค์กร [5]
4. การซื้อขายธีม AI ไม่ได้หยุดอยู่ที่หุ้นชิป
Nvidia ยังเป็นชื่อใหญ่ของรอบการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI แต่การที่ Alphabet เข้าใกล้ตำแหน่งบริษัทมูลค่าสูงสุดของโลก สะท้อนว่าตลาดเริ่มขยายมุมมองจากชิปไปสู่แพลตฟอร์มที่นำ AI ไปสร้างบริการและรายได้ได้จริง Reuters รายงานว่า Alphabet กำลังเข้าใกล้การแซง Nvidia และหากเกิดขึ้นจริง จะเป็นครั้งแรกในรอบกว่าทศวรรษที่บริษัทแม่ของ Google กลับไปอยู่จุดสูงสุด โดยครั้งก่อนที่ถืออันดับนี้แบบสั้น ๆ คือเดือนกุมภาพันธ์ 2016 [5]
ความหมายไม่ใช่ว่าเรื่องของ Nvidia จบแล้ว แต่คือผู้ชนะในรอบ AI อาจไม่ได้มีเพียงผู้ผลิต GPU หรือชิปเพียงกลุ่มเดียว รายงานเดียวกันระบุว่า Alphabet ถูกมองเป็นผู้ให้บริการ AI รายใหญ่ผ่านแพลตฟอร์มคลาวด์ และยังเป็นคู่แข่งบางส่วนของ Nvidia ด้านชิปผ่าน custom processors หรือชิปที่ออกแบบเอง [7]
ภาพที่ตลาดกำลังตีราคาใหม่จึงกว้างกว่าเดิม: จาก GPU ไปสู่คลาวด์, Search, เครื่องมือองค์กร, โฆษณา, ระบบนิเวศบริการ และชิปที่บริษัทพัฒนาเอง [5][
7]
5. การเติบโตไม่ได้พึ่งธุรกิจเดียว
อีกเหตุผลที่ทำให้ Alphabet น่าสนใจขึ้นในสายตาตลาด คือการเติบโตไม่ได้กระจุกอยู่แค่ผลิตภัณฑ์เดียว ใน Q1 2026 รายได้ Google Services เพิ่ม 16% เป็น 89.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย Google Search & other โต 19%, YouTube ads โต 11% และ Google subscriptions, platforms, and devices โต 19% [17]
สิ่งนี้ทำให้เรื่อง AI ของ Alphabet ดูเป็นเรื่องของทั้งแพลตฟอร์มมากกว่าแค่ฟีเจอร์ใหม่ใน Search บริษัทพยายามเชื่อม AI เข้ากับ Search, Cloud และผลิตภัณฑ์องค์กร ขณะที่รายได้หลายกลุ่มยังขยายตัวพร้อมกัน [17][
29]
อย่างไรก็ตาม ยังต้องแยกให้ออกว่า ไม่ใช่ทุกดอลลาร์ของการเติบโตในไตรมาสนี้พิสูจน์ได้ว่าเกิดจาก AI โดยตรง สิ่งที่ตัวเลขบอกได้ชัดกว่าคือ Alphabet มีหลายเส้นทางในการรับประโยชน์ หาก AI ทำให้ผู้ใช้และองค์กรใช้บริการของ Google มากขึ้น [17][
29]
ทำไมยังไม่เท่ากับว่า Alphabet จะแซง Nvidia แน่นอน
การเข้าใกล้ด้านมูลค่าตลาดไม่ใช่คำทำนายว่าจะต้องแซงเสมอไป ทั้ง Alphabet และ Nvidia ต่างมีมูลค่าหุ้นที่สะท้อนความคาดหวังสูงมาก มีบทวิเคราะห์ระบุว่ามูลค่าหุ้นของทั้งสองบริษัทพึ่งพาการทำผลงานที่แทบต้องสมบูรณ์แบบ และอาจถูกตีราคาใหม่หากการเติบโตหรืออัตรากำไรผิดหวัง [14]
Alphabet เองก็มีแรงกดดันด้านต้นทุน โดยบทวิเคราะห์ปฏิกิริยาต่องบ Q1 ระบุว่าผู้บริหารปรับกรอบ CapEx ด้าน AI ปี 2026 ขึ้นเป็น 180-190 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ [21] หากการลงทุนระดับนี้ไม่แปลงเป็นรายได้จาก Cloud, Search หรือบริการสมัครสมาชิกได้ต่อเนื่อง ความอดทนของตลาดต่อผลตอบแทนจาก AI อาจลดลง
อีกคำถามที่ต้องตามคือ AI Search ในระยะยาวจะเปลี่ยนรูปแบบโฆษณา การคลิก และประสิทธิภาพการสร้างรายได้อย่างไร แม้รายได้ Search & other ไตรมาสล่าสุดจะโตแรง แต่ตัวเลขหนึ่งไตรมาสพิสูจน์ได้เพียงความแข็งแรงระยะสั้น ไม่ได้ปิดความเสี่ยงด้านโมเดลโฆษณาในระยะยาว [14][
17]
บทสรุป: นี่คือการตีราคาใหม่ของความสามารถทำเงินจาก Google AI
หุ้น Alphabet ที่พุ่งแรงและเข้าใกล้ Nvidia ไม่ได้เกิดจากปัจจัยเดียว แต่เป็นผลรวมของหลายเรื่อง: รายได้และกำไร Q1 2026 โตชัดเจน, Search ยังแข็งแรง, Google Cloud เร่งตัว, AI เริ่มสะท้อนในตัวเลขธุรกิจ และตลาดเริ่มเปลี่ยนมุมจาก “AI อาจล้ม Google” เป็น “Google อาจเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มที่ชนะจาก AI” [17][
18][
29]
ไตรมาสต่อ ๆ ไปจึงสำคัญมาก: backlog ของ Cloud จะเปลี่ยนเป็นรายได้จริงได้เร็วแค่ไหน, AI Search จะรักษาการสร้างรายได้จากโฆษณาได้หรือไม่ และ CapEx ด้าน AI ขนาดใหญ่จะให้ผลตอบแทนคุ้มค่าหรือเปล่า หากคำตอบยังออกมาดี Alphabet ก็มีโอกาสกดดันตำแหน่งของ Nvidia ต่อไป แต่ถ้าการเติบโตชะลอหรือผลตอบแทนจาก AI ต่ำกว่าคาด การตีราคาใหม่รอบนี้ก็อาจกลายเป็นแรงกดดันย้อนกลับได้เช่นกัน [14][
21]




