คำตอบสั้น ๆ คือ: ฮ่องกงมีจุดตั้งต้นของโมเดลภาษาขนาดใหญ่หรือ LLM ในท้องถิ่นแล้ว แต่คำว่า “ของตัวเอง” ต้องอ่านให้ละเอียดกว่านั้น
มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีฮ่องกง หรือ HKUST ระบุว่า HKGAI V1 เป็นโมเดลภาษาขนาดใหญ่ด้าน AI ตัวแรกของฮ่องกงที่พัฒนาในท้องถิ่น และเปิดให้บุคลากรกับนักศึกษาใช้งานได้ฟรี หลังจากก่อนหน้านี้เคยเปิดให้ข้าราชการทดลองใช้ [21] ขณะเดียวกัน เอกสารคำถาม-คำตอบของสภานิติบัญญัติฮ่องกงระบุว่า HKGAI V1 เปิดตัวในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 โดย Hong Kong Generative AI Research and Development Center หรือ HKGAI ซึ่งได้รับทุนจากคลัสเตอร์วิจัย InnoHK ของรัฐบาล และมีรายงานว่าโมเดลนี้เกิดจากการปรับจูนพารามิเตอร์เต็มชุดจาก DeepSeek พร้อมการฝึกต่อเนื่อง [
42]
ดังนั้น หากถามว่าฮ่องกงมี LLM ท้องถิ่นแล้วหรือยัง คำตอบคือมีจุดเริ่มต้นที่ชัดเจน แต่ถ้าถามว่าฮ่องกงมี frontier foundation model ที่พัฒนาเองครบวงจรและแข่งขันกับแนวหน้าระดับโลกได้แล้วหรือยัง หลักฐานสาธารณะในตอนนี้ยังไม่พอ [21][
42][
14][
15]
ก่อนตอบว่า “มี” ต้องแยกความหมายของ “ของตัวเอง”
คำว่าโมเดลของตัวเองมีอย่างน้อยสองชั้น
ชั้นแรกคือโมเดลท้องถิ่น: พัฒนา ปรับแต่ง หรือ deploy โดยสถาบันในฮ่องกง และออกแบบให้รองรับงานของภาครัฐ การศึกษา การเงิน หรือองค์กรในบริบทฮ่องกง หลักฐานที่เปิดเผยต่อสาธารณะทำให้ HKGAI V1, HKPilot และการวิจัย LLM ท้องถิ่นของ HKGAI อยู่ในกลุ่มนี้ [21][
22][
42]
ชั้นที่สองคือโมเดลฐานแนวหน้า หรือ frontier foundation model ที่ฝึกตั้งแต่ศูนย์ในระดับ pre-training ขนาดใหญ่ มีหลักฐานด้านกำลังประมวลผล ข้อมูล ชุดทดสอบ และความสามารถเชิงพาณิชย์พอจะเทียบกับผู้เล่นระดับโลก ข้อมูลที่มีในตอนนี้พูดชัดเจนกว่าเรื่อง HKGAI V1, HKPilot, ศูนย์ซูเปอร์คอมพิวติ้ง AISC และนโยบาย AI Plus เพื่อกระจายการใช้งาน AI แต่ยังไม่พิสูจน์ว่าฮ่องกงมีโมเดลประเภทหลังแบบอิสระครบวงจรแล้ว [42][
14][
15]
HKGAI V1: สัญญาณชัดที่สุดของ LLM ท้องถิ่นฮ่องกง
HKGAI V1 คือกรณีที่ชัดที่สุดในเวลานี้ HKUST ระบุว่า บุคลากรและนักศึกษาของมหาวิทยาลัยสามารถเข้าถึง HKGAI V1 ได้ฟรี และเรียกโมเดลนี้ว่า LLM ตัวแรกของฮ่องกงที่พัฒนาในท้องถิ่น โดย HKGAI เป็นผู้พัฒนา ก่อนหน้านี้โมเดลนี้เปิดให้ข้าราชการทดลองใช้ และ HKUST เป็นมหาวิทยาลัยท้องถิ่นแห่งแรกที่เข้าร่วมทดลองใช้ [21]
แต่คำว่า “พัฒนาในท้องถิ่น” ไม่ได้เท่ากับ “ฝึกตั้งแต่ศูนย์ทั้งหมด” โดยอัตโนมัติ เอกสารของสภานิติบัญญัติฮ่องกงระบุว่า HKGAI V1 เปิดตัวในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 และมีรายงานว่าโมเดลนี้สร้างขึ้นจากการทำ full-parameter fine-tuning บน DeepSeek รวมถึงการฝึกต่อเนื่อง [42]
ประโยคที่แม่นยำกว่าจึงไม่ใช่ “ฮ่องกงมี ChatGPT ของตัวเองเต็มรูปแบบแล้ว” แต่คือ “ฮ่องกงมีทีมท้องถิ่นที่พัฒนาและนำ LLM ไปใช้กับบริบทฮ่องกงแล้ว ส่วนระดับความเป็นโมเดลฐานอิสระครบวงจรยังต้องดูหลักฐานเพิ่ม” [21][
42]
ใช้งานจริง: ภาครัฐ มหาวิทยาลัย และการเงินเริ่มนำร่อง
จะประเมินระบบนิเวศ AI ไม่ควรดูแค่ชื่อโมเดล ต้องดูด้วยว่ามีงานจริงให้ใช้หรือไม่
ฝั่งภาครัฐมีสัญญาณค่อนข้างชัด HKPilot ซึ่งเป็น copilot สำหรับประมวลผลเอกสารด้วย generative AI ถูกทดลองใช้ในหน่วยงานรัฐบาลมากกว่า 70 แห่ง และเอกสารอีกฉบับของรัฐบาลระบุว่า HKGAI กำลังวิจัยและพัฒนาโมเดลฐานแบบโอเพนซอร์สหลายชุด รวมถึง LLM ท้องถิ่นและ HKPilot ที่สร้างบน LLM ดังกล่าว [42][
22]
ในภาคการศึกษา HKUST เปิดให้บุคลากรและนักศึกษาใช้ฟรี และระบุว่าตนเป็นมหาวิทยาลัยท้องถิ่นแห่งแรกที่ทดลองใช้ HKGAI V1 [21]
ส่วนภาคการเงิน Hong Kong Monetary Authority หรือ HKMA ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลการเงินของฮ่องกง ได้ประกาศ cohort ที่สองของ GenA.I. Sandbox ทำให้การทดลอง generative AI ในสภาพแวดล้อมการเงินที่ถูกกำกับดูแลมีช่องทางทางการมากขึ้น [2] อย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริงนี้บอกได้เพียงว่าการทดลอง AI ในการเงินกำลังเป็นระบบมากขึ้น ไม่ได้แปลว่าทุกกรณีทดลองใช้ HKGAI V1
โครงสร้างพื้นฐาน: ซูเปอร์คอมพิวติ้ง เงินสนับสนุน และบริษัทเทคเริ่มหนาแน่น
จุดที่น่าจับตาไม่ใช่แค่ว่าฮ่องกงจะมี “GPT เวอร์ชันฮ่องกง” หรือไม่ แต่คือมีกำลังประมวลผล เงินทุน ผู้พัฒนา บริษัท และโจทย์ใช้งานจริงเดินไปพร้อมกันหรือเปล่า
สำนักงานนวัตกรรม เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมของฮ่องกงระบุว่า ระยะแรกของ Artificial Intelligence Supercomputing Centre หรือ AISC ที่ Cyberport เริ่มดำเนินงานในเดือนธันวาคม 2024 เพื่อรองรับความต้องการกำลังประมวลผลในท้องถิ่น และเพิ่มขีดความสามารถด้านวิจัยและพัฒนาในหลายสาขาเทคโนโลยี [14]
Cyberport ยังระบุว่า งบประมาณปี 2024-25 จัดสรร 3,000 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง เพื่อดำเนินมาตรการสนับสนุน AI แบบหลายทางเป็นระยะเวลาสามปีสำหรับระบบนิเวศ AI ของฮ่องกง [5]
ด้านอุปสงค์ South China Morning Post รายงานโดยอ้าง Cyberport ว่า ทรัพยากรซูเปอร์คอมพิวติ้งด้าน AI ของฮ่องกงถูกใช้งานไปแล้วมากกว่า 90% [3] ตัวเลขนี้เป็นสัญญาณที่ดีว่ามีความต้องการกำลังประมวลผลจริง แต่ไม่ควรนำไปสรุปต่อว่า ฮ่องกงพิสูจน์ความสามารถในการฝึก frontier model ระดับโลกตั้งแต่ศูนย์แล้ว
ด้านบริษัทและอุตสาหกรรม เอกสารของสภานิติบัญญัติระบุว่า ตั้งแต่ปี 2023 รัฐบาลได้ช่วยให้บริษัทนวัตกรรมและเทคโนโลยีชั้นนำหรือมีศักยภาพราว 500 บริษัทเข้ามาตั้งหรือขยายธุรกิจในฮ่องกง ครอบคลุมอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ เช่น เทคโนโลยีชีวภาพและสุขภาพ AI และหุ่นยนต์ การผลิตขั้นสูง และพลังงานใหม่ [13]
Cyberport ระบุด้วยว่าชุมชนของตนมีสตาร์ทอัพด้าน AI และ big data ราว 400 ราย [36] ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้แปลว่าทุกบริษัทกำลังสร้างโมเดลฐานของตัวเอง แต่ช่วยรองรับข้อสรุปที่ระมัดระวังว่า ระบบนิเวศ AI ของฮ่องกงกำลังก่อตัว
นโยบาย AI Plus: โฟกัสคือการแพร่ใช้งานมากกว่าการแข่งโมเดลใหญ่ที่สุด
ในคำตอบต่อสภานิติบัญญัติ รัฐบาลฮ่องกงกล่าวถึงทิศทาง AI Plus ตาม Policy Address ปี 2025 ว่าต้องการขยายการใช้งาน AI เพื่อเสริมศักยภาพอุตสาหกรรม พร้อมกับต่อยอดจุดแข็งของฮ่องกงด้านการวิจัย AI บุคลากร เงินทุน และข้อมูล [15]
ภาษานโยบายนี้สำคัญ เพราะสะท้อนแนวทางที่เน้นการนำ AI ไปใช้ในอุตสาหกรรม บริการภาครัฐ งานวิจัย และกระบวนการธุรกิจ มากกว่าการเดิมพันทั้งหมดกับการแข่งขันว่าใครมีโมเดลขนาดใหญ่ที่สุดเพียงอย่างเดียว [15]
ถ้ามองจากมุมธุรกิจและทีมผลิตภัณฑ์ ควรอ่านเกมอย่างไร
จากข้อมูลสาธารณะที่มีในตอนนี้ โจทย์ที่เห็นสัญญาณนำร่องชัด ได้แก่ copilot สำหรับงานเอกสารภาครัฐ การใช้งานในมหาวิทยาลัย sandbox สำหรับการเงิน และความต้องการกำลังประมวลผลรอบ AISC [42][
21][
2][
14]
ดังนั้น โอกาสระยะสั้นของฮ่องกงอาจไม่ได้อยู่ที่การฝึกโมเดลยักษ์ระดับโลกขึ้นมาใหม่ทั้งหมด แต่เป็นการสร้างแอปพลิเคชันที่ deploy ได้จริง เชื่อมต่อกับระบบองค์กรได้ และแก้ปัญหากระบวนการเฉพาะอุตสาหกรรมได้ดี นี่ไม่ได้หมายความว่างานวิจัยโมเดลฐานไม่สำคัญ แต่เมื่อดูจากโครงการที่เปิดเผย เส้นทางที่เด่นกว่าคือการเดินพร้อมกันของโมเดลท้องถิ่น โครงสร้างพื้นฐานกำลังประมวลผล และการใช้งานแนวดิ่ง [42][
22][
15]
คำตัดสิน
ถ้า “โมเดลของตัวเอง” หมายถึง LLM ที่ทีมท้องถิ่นพัฒนา ปรับใช้ และนำไปทดลองในบริบทของฮ่องกง คำตอบคือมีแล้วในระดับเริ่มต้น และ HKGAI V1 เป็นตัวอย่างที่ชัดที่สุด [21][
42]
ถ้าถามว่าฮ่องกงมีระบบนิเวศ AI ในประเทศหรือไม่ คำตอบก็เอนมาทางมี: AISC, งบสนับสนุน AI 3,000 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง, HKPilot ในหน่วยงานรัฐบาลมากกว่า 70 แห่ง, การทดลองใช้ใน HKUST, GenA.I. Sandbox ของ HKMA และสตาร์ทอัพ AI/big data ที่ Cyberport ล้วนเป็นหลักฐานที่ตรวจสอบได้ [14][
5][
42][
21][
2][
36]
แต่ถ้าหมายถึงโมเดลฐานที่พัฒนาเองครบวงจร ฝึกตั้งแต่ศูนย์ และแข่งขันกับ frontier model ระดับโลกได้โดยตรง หลักฐานสาธารณะในปัจจุบันยังไม่พอ ข้อสรุปที่แม่นยำที่สุดคือ ฮ่องกงกำลังสร้างระบบนิเวศ AI ที่มีโมเดลท้องถิ่น โครงสร้างพื้นฐานซูเปอร์คอมพิวติ้ง และแอปพลิเคชันแนวดิ่งเป็นแกนกลาง โดย HKGAI V1 เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญ แต่ยังไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของการแข่งขันโมเดลฐานระดับโลก [21][
42][
14][
15]




