เวลาพูดถึงการนำ AI ไปใช้ ควรแยกอย่างน้อย 3 ชั้น ไม่เช่นนั้นตัวเลขจะพาเข้าใจผิดได้ง่าย
เมื่อแยกแบบนี้ ภาพของฮ่องกงชัดขึ้น: การใช้งานระดับพนักงานไม่ได้ต่ำ แต่ความพร้อมและความสุกงอมระดับองค์กรยังเป็นจุดอ่อน
| สิ่งที่วัด | ข้อมูลเกี่ยวกับฮ่องกง | อ่านอย่างไร |
|---|---|---|
| พนักงานใช้ AI ในงาน | PwC Hong Kong ระบุว่า 61% ของผู้ตอบแบบสำรวจในฮ่องกงใช้ AI ในงาน ใกล้ค่าเฉลี่ยเอเชียแปซิฟิก 64% และสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก 54% | ถ้าดูเฉพาะระดับคนทำงาน ฮ่องกงไม่ได้ตามหลังอย่างชัดเจน |
| องค์กรพร้อมใช้ AI อย่างเต็มรูปแบบ | South China Morning Post รายงานผลสำรวจ Cisco ว่า มีเพียง 2% ขององค์กรในฮ่องกงที่พร้อมเต็มที่ ต่ำสุดใน 30 ตลาดที่สำรวจ; องค์กรกลุ่ม pacesetters อยู่ที่ราว 2% เทียบกับ 13% ทั่วโลก | ถ้าวัดความพร้อมระดับองค์กร ฮ่องกงยังอ่อน |
| บริษัทใช้หรือผสาน AI ในการดำเนินงาน | China Daily HK รายงานว่า 85% ของบริษัทฮ่องกงใช้หรือผสาน AI ในการดำเนินงาน ต่ำกว่าเอเชียส่วนอื่นที่ 93% | บริษัทจำนวนมากเริ่มแตะ AI แล้ว แต่เมื่อเทียบระดับภูมิภาคยังไม่ใช่ผู้นำ |
| การใช้ AI อย่างกว้างขวาง | KPMG ระบุว่าสัดส่วนองค์กรในฮ่องกงที่นำ AI ไปใช้อย่างกว้างขวางเพิ่มจาก 8% ในปี 2025 เป็น 24% ในปี 2026 | การขยายผลกำลังเกิดขึ้น แต่ 24% ยังหมายถึงประมาณหนึ่งในสี่ขององค์กรเท่านั้น |
| ความคาดหวังในอนาคต | The Asset รายงานว่า 94% ของนายจ้างที่ตอบแบบสำรวจ และ 91% ของพนักงานที่ตอบแบบสำรวจ คาดว่าจะใช้เครื่องมือ generative AI ในงานภายในห้าปี | ความตั้งใจใช้สูงมาก แต่ความคาดหวังในอนาคตไม่เท่ากับการใช้งานที่สุกงอมแล้วในวันนี้ |
ตัวเลข 61% ของ PwC วัดว่าคนทำงานในฮ่องกงใช้ AI ในงานหรือไม่ ส่วนตัวเลข 2% ของ Cisco วัดว่าองค์กรพร้อมใช้ AI อย่างเต็มรูปแบบหรือไม่ ทั้งสองจึงไม่ได้วัดเรื่องเดียวกัน
พูดง่าย ๆ บริษัทหนึ่งอาจมีพนักงานจำนวนมากใช้ AI เพื่อช่วยทำงานรายวัน แต่บริษัทเดียวกันอาจยังไม่มีกรอบชัดเจนเรื่องข้อมูลที่ใช้ได้ การรักษาความปลอดภัย การตรวจทานโดยมนุษย์ การวัดผลทางธุรกิจ หรือวิธีขยายจากทีมเล็กไปสู่กระบวนการหลักขององค์กร
นี่คือช่องว่างสำคัญของฮ่องกงในตอนนี้: การใช้แบบรายบุคคลเดินเร็วกว่าเครื่องจักรองค์กร
ด้านแรงใช้งานจากพนักงาน ฮ่องกงไม่ได้ดูแย่ ในกลุ่มคนทำงานฮ่องกงที่ใช้ AI อยู่แล้ว PwC Hong Kong ระบุว่า 77% เห็นว่าผลิตภาพเพิ่มขึ้น และ 75% เห็นว่า AI ช่วยยกระดับคุณภาพงาน
ความคาดหวังต่ออนาคตก็สูง The Asset รายงานว่า 94% ของนายจ้างที่ตอบแบบสำรวจ และ 91% ของพนักงานที่ตอบแบบสำรวจ คาดว่าจะใช้เครื่องมือ generative AI ในงานภายในห้าปี
ดังนั้น หากมองจากความคุ้นเคยของผู้ใช้และความอยากนำเครื่องมือใหม่มาใช้ ฮ่องกงไม่ได้ขาดแรงขับเคลื่อน
ปัญหาใหญ่กว่าอยู่ที่ระดับองค์กร ผลสำรวจ Cisco ที่ South China Morning Post รายงานชี้ว่า มีเพียง 2% ขององค์กรในฮ่องกงที่พร้อมใช้ AI อย่างเต็มรูปแบบ และเป็นสัดส่วนต่ำสุดใน 30 ตลาดที่สำรวจ
แม้ China Daily HK รายงานว่า 85% ของบริษัทฮ่องกงใช้หรือผสาน AI ในการดำเนินงานแล้ว ตัวเลขนี้ยังต่ำกว่าเอเชียส่วนอื่นที่ 93% นั่นแปลว่าการเริ่มใช้งานมีอยู่จริง แต่เมื่อเทียบกับภูมิภาคยังไม่ควรสรุปว่าฮ่องกงนำหน้า
ข้อมูลของ KPMG ก็สะท้อนการเดินหน้าเช่นกัน: สัดส่วนองค์กรที่ใช้ AI อย่างกว้างขวางเพิ่มจาก 8% ในปี 2025 เป็น 24% ในปี 2026 แต่ถึงจะเพิ่มขึ้นมาก 24% ก็ยังหมายความว่าองค์กรส่วนใหญ่ยังไม่ถึงขั้นใช้อย่างกว้างขวาง
การนับจำนวนคนที่เคยใช้ AI อาจทำให้ประเมินความพร้อมสูงเกินจริง วิธีดูที่ใช้งานได้มากกว่าคือถามว่า AI เข้าไปอยู่ในระบบงานที่บริหารได้ วัดผลได้ และขยายได้หรือยัง
ลองใช้คำถามเหล่านี้เป็นกรอบตรวจสอบ:
คำถามเหล่านี้ช่วยแยกระหว่างการมีคนใช้ AI กับการพร้อมใช้ AI ในระดับองค์กร ซึ่งเป็นจุดที่ข้อมูลเกี่ยวกับฮ่องกงชี้ว่ายังต้องเร่งตามให้ทัน
ถ้านิยามการนำ AI ไปใช้ว่าเป็นการใช้งานของพนักงาน ฮ่องกงไม่ได้ล้าหลัง: PwC Hong Kong ระบุว่าฮ่องกงใกล้ค่าเฉลี่ยเอเชียแปซิฟิก และสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก
แต่ถ้านิยามการนำ AI ไปใช้ว่าเป็นความพร้อม ความสุกงอม และการขยายผลระดับองค์กร ฮ่องกงยังไม่ควรถูกเรียกว่าเป็นผู้นำ: ผลสำรวจ Cisco ที่ South China Morning Post รายงานพบว่า องค์กรที่พร้อมเต็มที่มีเพียง 2% และต่ำสุดใน 30 ตลาดที่สำรวจ
ดังนั้นคำตอบที่น่าจะปลอดภัยที่สุดคือ ฮ่องกงไม่ได้ล้าหลังในแง่คนใช้ แต่ยังไม่ได้นำหน้าในแง่องค์กรพร้อมและใช้อย่างสุกงอม
ตัวเลขเหล่านี้มาจากคนละแบบสำรวจ คนละองค์กร และใช้คำจำกัดความของการใช้ AI ไม่เหมือนกัน ทั้งเรื่องกลุ่มตัวอย่าง คำถาม และระดับการวัดจึงอาจต่างกัน
เพราะฉะนั้น ไม่ควรนำ 61%, 85%, 24% และ 2% ไปบวกกันหรือใช้แทนกันโดยตรง วิธีอ่านที่เหมาะกว่าคือแยกดูว่า พนักงานใช้มากแค่ไหน บริษัทนำไปผูกกับงานจริงแค่ไหน และองค์กรพร้อมขยายผลอย่างปลอดภัยเพียงใด
เมื่ออ่านด้วยกรอบนี้ ข้อสรุปของฮ่องกงค่อนข้างสม่ำเสมอ: ความร้อนแรงระดับผู้ใช้มีอยู่ แต่ความพร้อมระดับองค์กรยังเป็นคอขวด