หลักคิดที่ปลอดภัยกว่าไม่ใช่การเลือกตามแบรนด์ AI แต่คือ 4 เรื่องนี้: ข้อมูลอ่อนไหวหรือไม่ บริการเก็บหรือใช้ข้อมูลอย่างไร องค์กรอนุญาตชัดเจนหรือไม่ และหากเกิดเหตุจะตามรอยกับจัดการได้ไหม NIST นำเรื่องการปกป้องข้อมูล การเก็บรักษาข้อมูล การติดตามตรวจสอบ การรับมือเหตุการณ์ ทางเลือกในการไม่ให้ใช้ข้อมูลต่อ และการควบคุมตามความเสี่ยงไว้เป็นส่วนหนึ่งของธรรมาภิบาล AI เชิงสร้างสรรค์ หากเงื่อนไขเหล่านี้ยังไม่มีคำตอบ ก็ไม่ควรอัปโหลดเอกสารต้นฉบับ.
ถ้าตอบข้อใดข้อหนึ่งไม่ได้ ให้หยุดก่อน และอย่านำต้นฉบับไปใส่ใน AI สาธารณะทั่วไป
อย่าคิดว่าการพิมพ์ว่า “โปรดเก็บเป็นความลับ” ในพรอมป์จะกลายเป็นมาตรการรักษาความปลอดภัย สิ่งที่ต้องรู้จริง ๆ คือข้อมูลถูกเก็บอย่างไร ใครเข้าถึงได้ ถอนออกจากการนำไปใช้ต่อได้ไหม หากเกิดปัญหาใครรับผิดชอบ และองค์กรของคุณอนุญาตให้ใช้เครื่องมือนั้นหรือไม่.
รายการต่อไปนี้เป็นการแปลงหลักการปกป้องข้อมูล การเก็บรักษาข้อมูล และการควบคุมตามความเสี่ยงให้เป็นเช็กลิสต์ใช้งานประจำวัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย และยังต้องยึดตามนโยบายความปลอดภัยสารสนเทศ กฎหมายข้อมูลส่วนบุคคล กฎด้านเอกสาร และข้อกำหนดของหน่วยงานหรือองค์กรของคุณเป็นหลัก.
ข้อมูลที่เผยแพร่แล้วไม่ได้แปลว่าปลอดความเสี่ยงเสมอไป หากข้อมูลสาธารณะยังมีข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลอ่อนไหว ก็ต้องกลับไปใช้หลักความเป็นส่วนตัวและการปกป้องข้อมูลอยู่ดี.
ข้อมูลกลุ่มนี้ไม่ได้หมายความว่า AI ห้ามแตะตลอดไป แต่ไม่ควรถูกโยนเข้า AI สาธารณะทั่วไปในสภาพที่ไม่มีการอนุมัติ ไม่มีเกณฑ์การเก็บรักษาข้อมูล ไม่มีการติดตามตรวจสอบ และไม่มีแผนรับมือเหตุการณ์.
การลบชื่อจริงอย่างเดียวมักไม่พอ หากเลขประจำตัว เบอร์โทร อีเมล ที่อยู่ บัญชีผู้ใช้ เลขคดี ตำแหน่งงานที่พบได้ยาก หรือชุดข้อมูลวัน เวลา และสถานที่ยังชี้กลับไปหาบุคคลหรือเหตุการณ์เฉพาะได้ ความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัวยังอยู่ เอกสารของ EDPB ให้ความสำคัญกับความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัวและมาตรการลดความเสี่ยงในระบบ LLM ดังนั้นก่อนอัปโหลดควรเอาข้อมูลระบุตัวตน รายละเอียดที่ย้อนกลับได้ และช่องข้อมูลที่ไม่จำเป็นออกไปพร้อมกัน.
แนวทางที่ปลอดภัยกว่าคือใช้ชื่อสมมติแทนชื่อจริงหรือชื่อบริษัทจริง ให้เฉพาะข้อความส่วนที่จำเป็น เปลี่ยนเอกสารจริงให้เป็นสถานการณ์ทั่วไป สรุปรายชื่อหรือบันทึกเป็นข้อมูลรวมก่อน และถ้าจำเป็นต้องประมวลผลต้นฉบับจริง ๆ ให้ใช้เครื่องมือและขั้นตอนที่องค์กรอนุมัติ.
การใช้ AI เชิงสร้างสรรค์ในภาครัฐไม่ใช่เรื่องที่ตอบได้แค่ “ห้าม” หรือ “อนุญาต” รายงาน Generative AI Outlook ของ JRC แยกการใช้ AI เชิงสร้างสรรค์ในภาครัฐเป็นหัวข้อเฉพาะ ส่วนภาคผนวกของรัฐสภายุโรปกล่าวถึงกรณีใช้ข้อมูลทางการของ Bundestag หรือรัฐสภาเยอรมนี โดยหลีกเลี่ยงข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลอ่อนไหว.
สิ่งที่อาจพิจารณาได้มักเป็นข้อมูลทางการที่เปิดเผยแล้ว ความเสี่ยงต่ำ และใช้ได้ตามเงื่อนไข ส่วนสิ่งที่ควรระมัดระวังสูงคือหนังสือราชการที่ยังไม่เปิดเผย บันทึกภายใน ร่างนโยบาย ข้อมูลสอบสวน ข้อมูลบังคับใช้กฎหมาย เอกสารจัดซื้อจัดจ้างหรือคัดเลือก และเอกสารใด ๆ ที่มีข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลอ่อนไหว กลุ่มแรกยังต้องตรวจเงื่อนไขการใช้ กลุ่มหลังไม่ควรถูกส่งเข้า AI สาธารณะทั่วไปโดยตรง.
ถ้าข้อมูลหลุดแล้วจะทำให้บุคคล องค์กร ประโยชน์สาธารณะ หรือสถานะการปฏิบัติตามกฎเสียหาย อย่าอัปโหลดต้นฉบับเข้า AI สาธารณะทั่วไป ให้ปิดบังข้อมูล สรุป ลดข้อมูลให้เหลือเท่าที่จำเป็นก่อน หากภารกิจจำเป็นต้องใช้ต้นฉบับจริง ให้ใช้กระบวนการที่ได้รับอนุมัติและเครื่องมือที่ควบคุมได้ พร้อมตรวจเรื่องการปกป้องข้อมูล การเก็บรักษาข้อมูล สิทธิ์เข้าถึง การติดตามตรวจสอบ และการรับมือเหตุการณ์.
Comments
0 comments