Turner & Townsend คาดเงินเฟ้อต้นทุนก่อสร้างสิงคโปร์อยู่ที่ประมาณ 4% ในปี 2026 เพิ่มจาก 1% ในปี 2025 รายงานชี้ว่าดาต้าเซ็นเตอร์เป็นกลุ่มโครงการที่เผชิญข้อจำกัดด้านกำลังรองรับ ขณะที่ตลาดเอเชียยังรายงานปัญหาขาดแคลนแรงงานฝีมือและแรงงานสาย MEP สิงคโปร์อยู่ในอันดับ 55 ของตลาดก่อสร้างที่มีต้นทุนสูงที่สุดในโลก โดยมีต้นทุนก่...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-6 Lunaรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: According to Turner & Townsend’s 17th annual Global Construction Market Intelligence report, covering 112 markets across 44 countries, how i. Article summary: Singapore’s construction cost inflation is forecast to rise from 1% in 2025 to 4% in 2026—a three-percentage-point increase—as growing demand for AI infrastructure, particularly data centres, puts pressure on constructio. Topic tags: general, general web, user generated, news. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts w
ต้นทุนก่อสร้างในสิงคโปร์มีแนวโน้มแพงขึ้นในปี 2026 โดย Turner & Townsend คาดว่าอัตราเงินเฟ้อต้นทุนก่อสร้างจะขยับจาก 1% ในปี 2025 เป็นประมาณ 4% ในปี 2026 ปัจจัยกดดันส่วนหนึ่งมาจากความต้องการโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งกำลังแย่งชิงกำลังการก่อสร้างและแรงงานฝีมือในเอเชีย 11
12
รายงาน Global Construction Market Intelligence ฉบับที่ 17 ของ Turner & Townsend ครอบคลุม 112 ตลาดใน 44 ประเทศ และระบุว่าความต้องการโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่เพิ่มขึ้นกำลังกดดันขีดความสามารถของตลาดก่อสร้าง รวมถึงการจัดหาแรงงานฝีมือ 11
สรุปผลสำรวจตลาดเอเชียระบุว่า เกือบ 70% ของตลาดที่สำรวจเผชิญข้อจำกัดด้านกำลังรองรับโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ในระดับตึงตัวหรือรุนแรง นอกจากนี้ 90% ของตลาดรายงานว่าได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญจากการขาดแคลนแรงงานฝีมือ และ 82% รายงานการขาดแคลนแรงงานด้านเครื่องกล ไฟฟ้า และประปา หรือ MEP 23 ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนแรงกดดันในภาพรวมระดับภูมิภาค ไม่ได้หมายความว่าทุกตลาดมีสถานการณ์เหมือนกัน
แรงงาน MEP มีบทบาทสำคัญกับดาต้าเซ็นเตอร์ เพราะรับผิดชอบระบบเครื่องกลและไฟฟ้าที่จำเป็นต่อการก่อสร้างและการเดินระบบของอาคารประเภทนี้ 23
โครงการอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ก็ขยายตัวเช่นกัน เมื่อบริษัทต่าง ๆ ปรับห่วงโซ่อุปทานและเพิ่มการลงทุนด้านระบบอัตโนมัติ 23
ในแง่ผลงานของภาคธุรกิจ สรุปข้อมูลเดียวกันจัดให้ที่อยู่อาศัยเป็นภาคก่อสร้างที่มีผลงานโดดเด่นที่สุดในเอเชีย ตามด้วยดาต้าเซ็นเตอร์ โครงการอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ และการปรับปรุงตกแต่งสำนักงาน 23 การจัดอันดับนี้เป็นการเปรียบเทียบภาคธุรกิจในภาพรวม ไม่ได้ยืนยันว่าทุกตลาดมีสัดส่วนโครงการหรือแนวโน้มการเติบโตแบบเดียวกัน
รายงานที่อ้างถึงจัดให้สิงคโปร์เป็นตลาดก่อสร้างที่มีต้นทุนสูงที่สุดอันดับ 55 ของโลก โดยมีต้นทุนก่อสร้างเฉลี่ย 4,437.08 ดอลลาร์สิงคโปร์ (3,439.80 ดอลลาร์สหรัฐ) ต่อตารางเมตร 24 ตัวเลขนี้เป็นดัชนีต้นทุนก่อสร้างทั่วไป ไม่ใช่ดัชนีต้นทุนสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งคำนวณต้นทุนต่อวัตต์
15
ส่วนการคาดการณ์เงินเฟ้อที่ราว 4% ในปี 2026 ยังมีเงื่อนไข โดย Turner & Townsend ระบุว่าเป็นแนวโน้มภายใต้สมมติฐานว่าจะไม่มีความไม่แน่นอนระดับโลกเพิ่มเติม 12 นี่คือการคาดการณ์ ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่รับประกัน และข้อมูลที่มีไม่ได้ชี้ว่าความต้องการ AI เป็นสาเหตุเดียวของต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
สุมิต มุเคอร์จี กรรมการผู้จัดการประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และหัวหน้าฝ่ายอสังหาริมทรัพย์ประจำเอเชียของ Turner & Townsend กล่าวว่า แม้ต้นทุนยังเป็นเรื่องสำคัญ แต่ความสนใจกำลังขยับไปสู่ “คุณค่า ประสิทธิภาพ และความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน” มากขึ้น 2 เมื่อโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ต้องแข่งขันเพื่อเข้าถึงกำลังการก่อสร้างและแรงงานเฉพาะทาง ความสามารถในการส่งมอบงานและการมีห่วงโซ่อุปทานที่เชื่อถือได้จึงสำคัญควบคู่ไปกับราคา
ข้อมูลที่มีไม่ได้ระบุชัดว่ามีกี่ตลาดในเอเชียที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม “ร้อนแรง” หรือ “ร้อนเกินไป” และไม่ได้แจกแจงปัจจัยขับเคลื่อนการลงทุนของตลาดเหล่านั้นอย่างครบถ้วน จึงไม่ควรอนุมานตัวเลขดังกล่าวจากดัชนีต้นทุนดาต้าเซ็นเตอร์คนละชุดหรือรายงานคนละฉบับ
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
Turner & Townsend คาดเงินเฟ้อต้นทุนก่อสร้างสิงคโปร์อยู่ที่ประมาณ 4% ในปี 2026 เพิ่มจาก 1% ในปี 2025
Turner & Townsend คาดเงินเฟ้อต้นทุนก่อสร้างสิงคโปร์อยู่ที่ประมาณ 4% ในปี 2026 เพิ่มจาก 1% ในปี 2025 รายงานชี้ว่าดาต้าเซ็นเตอร์เป็นกลุ่มโครงการที่เผชิญข้อจำกัดด้านกำลังรองรับ ขณะที่ตลาดเอเชียยังรายงานปัญหาขาดแคลนแรงงานฝีมือและแรงงานสาย MEP
สิงคโปร์อยู่ในอันดับ 55 ของตลาดก่อสร้างที่มีต้นทุนสูงที่สุดในโลก โดยมีต้นทุนก่อสร้างเฉลี่ย 4,437.08 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือ 3,439.80 ดอลลาร์สหรัฐต่อตารางเมตร
Turner & Townsend คาดเงินเฟ้อต้นทุนก่อสร้างสิงคโปร์อยู่ที่ประมาณ 4% ในปี 2026 เพิ่มจาก 1% ในปี 2025 รายงานชี้ว่าดาต้าเซ็นเตอร์เป็นกลุ่มโครงการที่เผชิญข้อจำกัดด้านกำลังรองรับ ขณะที่ตลาดเอเชียยังรายงานปัญหาขาดแคลนแรงงานฝีมือและแรงงานสาย MEP สิงคโปร์อยู่ในอันดับ 55 ของตลาดก่อสร้างที่มีต้นทุนสูงที่สุดในโลก โดยมีต้นทุนก่...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-6 Lunaรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: According to Turner & Townsend’s 17th annual Global Construction Market Intelligence report, covering 112 markets across 44 countries, how i. Article summary: Singapore’s construction cost inflation is forecast to rise from 1% in 2025 to 4% in 2026—a three-percentage-point increase—as growing demand for AI infrastructure, particularly data centres, puts pressure on constructio. Topic tags: general, general web, user generated, news. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts w
ต้นทุนก่อสร้างในสิงคโปร์มีแนวโน้มแพงขึ้นในปี 2026 โดย Turner & Townsend คาดว่าอัตราเงินเฟ้อต้นทุนก่อสร้างจะขยับจาก 1% ในปี 2025 เป็นประมาณ 4% ในปี 2026 ปัจจัยกดดันส่วนหนึ่งมาจากความต้องการโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งกำลังแย่งชิงกำลังการก่อสร้างและแรงงานฝีมือในเอเชีย 11
12
รายงาน Global Construction Market Intelligence ฉบับที่ 17 ของ Turner & Townsend ครอบคลุม 112 ตลาดใน 44 ประเทศ และระบุว่าความต้องการโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่เพิ่มขึ้นกำลังกดดันขีดความสามารถของตลาดก่อสร้าง รวมถึงการจัดหาแรงงานฝีมือ 11
สรุปผลสำรวจตลาดเอเชียระบุว่า เกือบ 70% ของตลาดที่สำรวจเผชิญข้อจำกัดด้านกำลังรองรับโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ในระดับตึงตัวหรือรุนแรง นอกจากนี้ 90% ของตลาดรายงานว่าได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญจากการขาดแคลนแรงงานฝีมือ และ 82% รายงานการขาดแคลนแรงงานด้านเครื่องกล ไฟฟ้า และประปา หรือ MEP 23 ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนแรงกดดันในภาพรวมระดับภูมิภาค ไม่ได้หมายความว่าทุกตลาดมีสถานการณ์เหมือนกัน
แรงงาน MEP มีบทบาทสำคัญกับดาต้าเซ็นเตอร์ เพราะรับผิดชอบระบบเครื่องกลและไฟฟ้าที่จำเป็นต่อการก่อสร้างและการเดินระบบของอาคารประเภทนี้ 23
โครงการอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ก็ขยายตัวเช่นกัน เมื่อบริษัทต่าง ๆ ปรับห่วงโซ่อุปทานและเพิ่มการลงทุนด้านระบบอัตโนมัติ 23
ในแง่ผลงานของภาคธุรกิจ สรุปข้อมูลเดียวกันจัดให้ที่อยู่อาศัยเป็นภาคก่อสร้างที่มีผลงานโดดเด่นที่สุดในเอเชีย ตามด้วยดาต้าเซ็นเตอร์ โครงการอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ และการปรับปรุงตกแต่งสำนักงาน 23 การจัดอันดับนี้เป็นการเปรียบเทียบภาคธุรกิจในภาพรวม ไม่ได้ยืนยันว่าทุกตลาดมีสัดส่วนโครงการหรือแนวโน้มการเติบโตแบบเดียวกัน
รายงานที่อ้างถึงจัดให้สิงคโปร์เป็นตลาดก่อสร้างที่มีต้นทุนสูงที่สุดอันดับ 55 ของโลก โดยมีต้นทุนก่อสร้างเฉลี่ย 4,437.08 ดอลลาร์สิงคโปร์ (3,439.80 ดอลลาร์สหรัฐ) ต่อตารางเมตร 24 ตัวเลขนี้เป็นดัชนีต้นทุนก่อสร้างทั่วไป ไม่ใช่ดัชนีต้นทุนสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งคำนวณต้นทุนต่อวัตต์
15
ส่วนการคาดการณ์เงินเฟ้อที่ราว 4% ในปี 2026 ยังมีเงื่อนไข โดย Turner & Townsend ระบุว่าเป็นแนวโน้มภายใต้สมมติฐานว่าจะไม่มีความไม่แน่นอนระดับโลกเพิ่มเติม 12 นี่คือการคาดการณ์ ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่รับประกัน และข้อมูลที่มีไม่ได้ชี้ว่าความต้องการ AI เป็นสาเหตุเดียวของต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
สุมิต มุเคอร์จี กรรมการผู้จัดการประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และหัวหน้าฝ่ายอสังหาริมทรัพย์ประจำเอเชียของ Turner & Townsend กล่าวว่า แม้ต้นทุนยังเป็นเรื่องสำคัญ แต่ความสนใจกำลังขยับไปสู่ “คุณค่า ประสิทธิภาพ และความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน” มากขึ้น 2 เมื่อโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ต้องแข่งขันเพื่อเข้าถึงกำลังการก่อสร้างและแรงงานเฉพาะทาง ความสามารถในการส่งมอบงานและการมีห่วงโซ่อุปทานที่เชื่อถือได้จึงสำคัญควบคู่ไปกับราคา
ข้อมูลที่มีไม่ได้ระบุชัดว่ามีกี่ตลาดในเอเชียที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม “ร้อนแรง” หรือ “ร้อนเกินไป” และไม่ได้แจกแจงปัจจัยขับเคลื่อนการลงทุนของตลาดเหล่านั้นอย่างครบถ้วน จึงไม่ควรอนุมานตัวเลขดังกล่าวจากดัชนีต้นทุนดาต้าเซ็นเตอร์คนละชุดหรือรายงานคนละฉบับ
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
Turner & Townsend คาดเงินเฟ้อต้นทุนก่อสร้างสิงคโปร์อยู่ที่ประมาณ 4% ในปี 2026 เพิ่มจาก 1% ในปี 2025
Turner & Townsend คาดเงินเฟ้อต้นทุนก่อสร้างสิงคโปร์อยู่ที่ประมาณ 4% ในปี 2026 เพิ่มจาก 1% ในปี 2025 รายงานชี้ว่าดาต้าเซ็นเตอร์เป็นกลุ่มโครงการที่เผชิญข้อจำกัดด้านกำลังรองรับ ขณะที่ตลาดเอเชียยังรายงานปัญหาขาดแคลนแรงงานฝีมือและแรงงานสาย MEP
สิงคโปร์อยู่ในอันดับ 55 ของตลาดก่อสร้างที่มีต้นทุนสูงที่สุดในโลก โดยมีต้นทุนก่อสร้างเฉลี่ย 4,437.08 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือ 3,439.80 ดอลลาร์สหรัฐต่อตารางเมตร