ราคาน้ำมันสามารถปรับขึ้นได้แม้อุปทานเริ่มฟื้น หากผู้ซื้อกังวลว่าการฟื้นตัวนั้นอาจไม่ต่อเนื่อง ดาน สตรูเวน จากโกลด์แมน แซคส์ระบุว่า โรงกลั่นกำลังเร่งซื้อน้ำมันดิบในช่วงที่ยังหาได้ เพราะสต็อกอยู่ในระดับต่ำ ขณะเดียวกัน นักลงทุนก็ซื้อสินทรัพย์ที่อิงกับน้ำมันเพื่อใช้ป้องกันความเสี่ยงของพอร์ตจากโอกาสที่สถานการณ์ในตะวันออกกลางจะรุนแรงขึ้น
17
18
45
เมื่อวันที่ 23 ต.ค. ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปิดที่ 116.72 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 3.14% ในวันเดียว และเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่ 29 เม.ย.
45
ทำไมโรงกลั่นยังเร่งซื้อน้ำมันดิบ
การส่งออกที่ฟื้นตัวไม่ได้แปลว่าสต็อกกลับมาเต็ม หรือการส่งมอบในอนาคตจะปลอดภัย สตรูเวนกล่าวว่า การโจมตีด้านการขนส่งทางเรือที่เข้มข้นขึ้นและการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานโดยกลุ่มฮูตี ทำให้โรงกลั่นกังวลเรื่องอุปทานมากขึ้น เมื่อสต็อกมีน้อย การเติมสำรองก็ยิ่งเร่งด่วน ผู้ซื้อในตลาดจริงจึงพยายามจัดหาน้ำมันไว้ก่อนที่จะเกิดเหตุสะดุดรอบใหม่
17
18
ความเสี่ยงที่ตลาดกำลังประเมินไม่ได้หมายความว่ามีหลักฐานยืนยันแล้วว่าการผลิตน้ำมันลดลงทุกกรณี สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า การโจมตีในซาอุดีอาระเบียและเหตุคราบน้ำมันรั่วที่หน่วยงานสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์รายงาน ทำให้เกิดความกังวลเรื่องการหยุดชะงักเพิ่มเติม
45
ส่วนกลุ่มฮูตีอ้างว่าโจมตีเป้าหมายในซาอุดีอาระเบีย รวมถึงสถานที่ของอารามโกในเมืองยันบู แต่การรายงานคำกล่าวอ้างดังกล่าวยังไม่ใช่หลักฐานยืนยันว่าโรงงานเสียหายหรือมีการผลิตน้ำมันลดลง
51
ทำไมนักลงทุนใช้สัญญาน้ำมันป้องกันความเสี่ยง
แรงซื้อไม่ได้มาจากโรงกลั่นเท่านั้น คำอธิบายรายการพอดแคสต์ระบุว่า นักลงทุนซื้อสินทรัพย์ที่อิงกับน้ำมันเพื่อป้องกันความเสี่ยงของพอร์ตด้วย โดยราคาพันธบัตรและหุ้นมีความอ่อนไหวต่อการเคลื่อนไหวของน้ำมันสูงเป็นพิเศษในช่วงนี้
15
เมื่อผู้ลงทุนมองว่าความขัดแย้งอาจกระทบอุปทาน การถือครองสินทรัพย์ที่เชื่อมโยงกับน้ำมันอาจช่วยชดเชยความเสี่ยงจากผลกระทบต่อตลาดในวงกว้างได้ แม้ปริมาณน้ำมันดิบที่กำลังผลิตและขนส่งจะฟื้นขึ้นแล้วก็ตาม
อีกปัจจัยคือความคาดหวังว่าอาจมีการโจมตีอิหร่านครั้งใหม่โดยสหรัฐฯ รายงานข่าวกล่าวถึงเรื่องนี้ในฐานะความคาดหวังของตลาด ไม่ใช่การยืนยันว่าจะเกิดขึ้นแน่นอน ดังนั้นราคาจึงสะท้อนทั้งความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต และปริมาณน้ำมันที่ผลิตหรือขนส่งอยู่ในปัจจุบัน
47
ตัวเลขราคาวันที่ 23 ต.ค. บอกอะไร
เบรนท์ปิดที่ 116.72 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 3.55 ดอลลาร์ หรือ 3.14% จากวันก่อนหน้า รอยเตอร์รายงานว่านี่เป็นราคาปิดสูงสุดนับตั้งแต่ 29 เม.ย. และเบรนท์ปรับขึ้น 6% ตลอดสัปดาห์ ตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นการเคลื่อนไหวของตลาด แต่ไม่ได้พิสูจน์ด้วยตัวเองว่าเหตุการณ์ที่รายงานทำให้อุปทานหายไปในปริมาณเทียบเท่ากับการปรับขึ้นของราคา
45
ทำไมโกลด์แมนยังคาดว่าราคาจะลดลง
ประมาณการของโกลด์แมน แซคส์ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าอุปทานจากตะวันออกกลางจะค่อย ๆ ฟื้นตัว ธนาคารคาดว่าเบรนท์จะอยู่ที่ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในเดือน ธ.ค. 2026 เพิ่มจากประมาณการเดิมที่ 85 ดอลลาร์ และจะเฉลี่ย 80 ดอลลาร์ในปี 2027 ตัวเลขเหล่านี้เป็นการคาดการณ์ ไม่ใช่ราคาที่รับประกันว่าจะเกิดขึ้น และขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวของอุปทานตามที่คาดไว้
1
16
ในการวิเคราะห์เดือน ต.ค. สตรูเวนระบุว่าราคาเบรนท์ในตลาดซื้อขายทันทีมีส่วนเพิ่มเพื่อชดเชยความเสี่ยงเกือบ 25 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพราะการยกระดับความขัดแย้งอาจทำให้อุปทานหดตัวและดึงสต็อกลงอีก กล่าวอีกอย่างคือ ราคาตลาดมีส่วนเผื่อสำหรับความเสี่ยงจากการหยุดชะงักที่อาจเกิดขึ้น นอกเหนือจากมูลค่าที่ธนาคารประเมินจากสมมติฐานด้านอุปสงค์และอุปทาน
18
หากอุปทานฟื้นต่อเนื่อง ส่วนเพิ่มจากความเสี่ยงนี้อาจลดลง แต่หากมีการโจมตีหรือโครงสร้างพื้นฐานเสียหายเพิ่มเติม ราคาก็อาจยังทรงตัวสูงหรือปรับขึ้นต่อได้
18
น้ำมันดิบกับน้ำมันสำเร็จรูปฟื้นตัวไม่พร้อมกัน
การส่งออกน้ำมันดิบที่ฟื้นขึ้นไม่ได้ทำให้ดีเซลและผลิตภัณฑ์กลั่นอื่น ๆ กลับมามีปริมาณเพียงพอโดยอัตโนมัติ สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ระบุในรายงานเดือน ต.ค. ว่าการขนส่งผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปและก๊าซปิโตรเลียมเหลวจากตะวันออกกลางฟื้นช้ากว่าน้ำมันดิบ และยังอยู่ต่ำกว่าครึ่งหนึ่งของระดับก่อนสงคราม
57
ข้อมูลนี้ชี้ว่าการฟื้นตัวของการส่งออกผลิตภัณฑ์ยังล่าช้า แต่ตัวเลขที่มีไม่ได้ระบุชัดว่าโรงกลั่นที่เสียหายหรือการโจมตีด้วยโดรนของยูเครนต่อการผลิตดีเซลของรัสเซียมีส่วนมากน้อยเพียงใด จึงไม่ควรสรุปสาเหตุเฉพาะเหล่านั้นจากข้อมูลชุดนี้
ใจความสำคัญคือ การส่งออกน้ำมันดิบที่ฟื้นตัวกับราคาที่สูงขึ้นเกิดขึ้นพร้อมกันได้ ผู้ซื้ออาจต้องรับมือทั้งสต็อกที่ตึงตัวในวันนี้และความเสี่ยงที่อุปทานจะสะดุดในวันข้างหน้า มุมมองราคาที่ลดลงของโกลด์แมนตั้งอยู่บนการฟื้นตัวของอุปทาน ส่วนความเสี่ยงด้านขาขึ้นมาจากเหตุการณ์ที่อาจขัดขวางการฟื้นตัวนั้น
17
18