Gartner คาดการณ์ว่าภายในปี 2028 องค์กรทั่วโลกประมาณ 1 ใน 5 จะลดหรือเลิกใช้ AI ในบางส่วนของธุรกิจ และกลับไปใช้ซอฟต์แวร์แบบเดิม เนื่องจากต้นทุนที่ควบคุมไม่ได้และผลตอบแทนไม่คุ้มค่า Goldman Sachs เผยว่ามีเพียง 2% ของบริษัทใน S&P 500 เท่านั้นที่วัดผลกระทบของ AI ต่อกำไรได้ ขณะที่เม็ดเงินลงทุน AI ในสหรัฐฯ ปี 2026 เกือบ 600...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: According to Gartner, why are roughly one in five organizations expected to scale back or abandon AI deployment in parts of their operations. Article summary: ## Gartner's prediction: Why one in five organizations will pull back on AI by 2028. Topic tags: general, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layouts. Make it useful as an illustrative visual, not as factual evidence.
กระแส AI ในองค์กรกำลังเจอความจริงที่ต้องเผชิญ หลังจากหลายปีแห่งการนำไปใช้อย่างรวดเร็วและการใช้จ่ายมหาศาล งานวิจัยจาก Gartner, Goldman Sachs, McKinsey, MIT และ Sequoia Capital ต่างเผยให้เห็นช่องว่างที่กว้างขึ้นเรื่อยๆ ระหว่างการลงทุนด้าน AI กับผลตอบแทนทางธุรกิจที่วัดได้จริง ข้อสรุปที่ตรงกันคือ องค์กรส่วนใหญ่ยังไม่สามารถแสดงให้เห็นว่าการใช้จ่ายด้าน AI ของพวกเขาสร้างผลตอบแทน และหลายแห่ง也开始ถอยกลับแล้ว
Gartner คาดการณ์ว่าภายในปี 2028 องค์กรทั่วโลกประมาณ 1 ใน 5 แห่งจะลดขนาดหรือเลิกใช้ AI ในบางส่วนของการดำเนินงาน และหันกลับไปใช้การพัฒนาซอฟต์แวร์แบบดั้งเดิม เนื่องจากไม่สามารถควบคุมต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้น และพบว่าผลตอบแทนไม่คุ้มกับการลงทุน การถอยกลับนี้คาดว่าจะเกิดขึ้นในพื้นที่ที่มูลค่าทางธุรกิจยังไม่ชัดเจน
นี่ไม่ใช่การคาดการณ์ที่โดดเดี่ยว งานวิจัยที่กว้างขึ้นของ Gartner เกี่ยวกับความล้มเหลวของโครงการ AI ชี้ให้เห็นถึงสาเหตุที่ไม่ใช่ทางเทคนิคที่สอดคล้องกันซึ่งผลักดันให้เกิดการถอยกลับ :
ข้อค้นพบเหล่านี้สอดคล้องกับการประมาณการแยกต่างหากของ Gartner ในเดือนเมษายน 2026 ที่ว่า ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการด้าน IT และโครงสร้างพื้นฐาน 57% มีโครงการ AI ที่ล้มเหลวอย่างน้อยหนึ่งโครงการ และหนึ่งในห้าโครงการ AI ในโดเมนนั้นล้มเหลวโดยสิ้นเชิง
แหล่งข้อมูลสำคัญหลายแห่งยืนยันถึงช่องว่างที่เพิ่มขึ้นระหว่างการลงทุน AI จำนวนมหาศาลกับผลลัพธ์ทางธุรกิจที่วัดได้:
Goldman Sachs (สิงหาคม 2026): Ben Snider นักยุทธศาสตร์ รายงานว่าการใช้จ่ายด้าน AI เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่เทคโนโลยีดังกล่าวยังไม่ก่อให้เกิดการปรับปรุงกำไรที่มีความหมายสำหรับบริษัทส่วนใหญ่ มีเพียง 2% ของบริษัทใน S&P 500 เท่านั้นที่วัดผลกระทบของ AI ต่อกำไรได้ และส่วนใหญ่รายงานว่าได้รับประโยชน์เพียงเล็กน้อยหรือไม่มีเลยในทันที Jessica Rindels นักวิเคราะห์ ประมาณการว่าการลงทุน AI ของสหรัฐฯ จะรวมเกือบ 600,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2026 ซึ่งเทียบเท่าเกือบ 2% ของ GDP แต่หลักฐานของผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่สอดคล้องกันยังคงบางเบา
Goldman Sachs (พฤษภาคม 2026): Jim Covello นักวิเคราะห์ ตั้งข้อสังเกตว่าองค์กรส่วนใหญ่ยังไม่สร้างผลตอบแทนใดๆ จากการใช้จ่ายด้าน AI โดยอ้างถึงการศึกษาของ MIT ที่พบว่า 95% ของโครงการ AI นำร่องในองค์กรไม่มีผลกระทบต่อกำไรขาดทุน (P&L) ที่วัดได้ Covello ให้เหตุผลว่าเศรษฐกิจของ AI "น่าสงสัยมากกว่าเมื่อสองปีที่แล้ว"
Goldman Sachs (กรกฎาคม 2026): Jan Hatzius นักเศรษฐศาสตร์ และ David Peng นักวิเคราะห์ เสนอการตรวจสอบความเป็นจริง — การนำ AI ไปใช้และการเพิ่มผลผลิตอาจใช้เวลานานกว่าที่ตลาดคาดไว้มาก การวิเคราะห์ของพวกเขาแสดงให้เห็นว่าผลกระทบต่อผลผลิตเป็นไปตามเส้นโค้ง J: การถ่วงเล็กน้อยในช่วงสี่ปีแรก กำไรที่มีนัยสำคัญทางสถิติหลังจากแปดปี และผลกระทบสูงสุดประมาณ 0.6 จุดเปอร์เซ็นต์ในปีที่ 12 หากการเปิดตัว ChatGPT ในปี 2022 เทียบเท่ากับการเปิดตัวพีซีในปี 1981 ผลตอบแทนก็ยังอยู่ห่างออกไปอีกหลายปี
McKinsey (2026): น้อยกว่า 20% ของการปรับใช้ AI ในองค์กร ที่แสดงผลกระทบทางธุรกิจที่วัดได้
Sequoia Capital: ได้ส่งสัญญาณถึง ช่องว่างรายได้ประมาณ 600,000 ล้านดอลลาร์ ระหว่างการลงทุน AI และผลตอบแทนจาก AI
ความเสี่ยงด้านกระแสเงินสดของผู้เล่น Hyperscaler: Goldman Sachs เตือนว่าผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่สี่ราย (Amazon, Alphabet/Google, Microsoft, Meta) กำลังใช้จ่าย มากกว่ากระแสเงินสดจากการดำเนินงานทั้งหมดของพวกเขา ไปกับโครงสร้างพื้นฐาน AI โดยไม่มี ROI ขององค์กรที่พิสูจน์ได้เพื่อแสดงว่าเงินลงทุนนั้นคุ้มค่า ค่าใช้จ่ายด้านทุนรวมสำหรับสี่บริษัทนี้ในปี 2026 คาดการณ์ไว้ที่ประมาณ 650,000 ล้านดอลลาร์
ข้อค้นพบที่สอดคล้องกันในการวิเคราะห์หลักๆ ทั้งหมดคือ ความล้มเหลวของโครงการ AI เป็นปัญหาเชิงองค์กรและเชิงกลยุทธ์ ไม่ใช่ทางเทคนิค โมเดลแทบไม่เคยล้มเหลว แต่กรณีธุรกิจ ฐานข้อมูล และการควบคุมต้นทุนต่างหากที่ล้มเหลว
Gartner ระบุรูปแบบความล้มเหลวหลักสามประการที่ขับเคลื่อนการคาดการณ์: ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นโดยไม่มีรูปแบบ ROI ที่ชัดเจน มูลค่าทางธุรกิจที่ไม่ชัดเจน และการควบคุมความเสี่ยงที่ไม่เพียงพอ ดังที่นักวิเคราะห์ Gartner คนหนึ่งกล่าวว่า "โครงการ AI agent ส่วนใหญ่ในตอนนี้เป็นการทดลองในระยะแรกหรือการพิสูจน์แนวคิดที่ขับเคลื่อนด้วยกระแส hype เป็นหลัก และมักถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด"
ผลที่ตามมาเริ่มปรากฏให้เห็นแล้ว Gartner ทำนายว่าภายในปี 2028 70% ของโครงการ AI จะถูกยกเลิก เนื่องจากการระเบิดของต้นทุนที่ไม่สามารถจัดการได้และการล่องลอยของมูลค่าในองค์กรที่ขาดแนวทางปฏิบัติในการจัดการทางการเงินด้าน AI โดยเฉพาะ
รูปแบบจาก Gartner, Goldman Sachs, McKinsey, MIT และ Sequoia นั้นสอดคล้องกัน: การใช้จ่ายด้าน AI อยู่ในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แต่องค์กรส่วนใหญ่ยังไม่สามารถแสดง ผลตอบแทนในเชิงผลกำไรที่วัดได้ จากการใช้จ่ายนั้น หลายแห่ง已经开始ถอยกลับหรือล้มเหลวในการนำโครงการผ่านขั้นตอนนำร่อง
สำหรับองค์กรที่ลงทุนใน AI งานวิจัยชี้ให้เห็นเส้นทางที่ชัดเจน: ระบุคอขวดในการดำเนินงานเฉพาะที่มีผลกระทบต่อต้นทุนหรือคุณภาพที่วัดได้ สร้างโซลูชัน AI สำหรับปัญหานั้นโดยเฉพาะ วัดผลกระทบก่อน/หลังอย่างเข้มงวด และขยายเฉพาะสิ่งที่ใช้ได้ผล โครงการที่ไม่สามารถกำหนดเมตริก ROI ที่ชัดเจนตั้งแต่วันแรกนั้นไม่น่าจะรอดจากการตรวจสอบที่กำลังจะมาถึง
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
Gartner คาดการณ์ว่าภายในปี 2028 องค์กรทั่วโลกประมาณ 1 ใน 5 จะลดหรือเลิกใช้ AI ในบางส่วนของธุรกิจ และกลับไปใช้ซอฟต์แวร์แบบเดิม เนื่องจากต้นทุนที่ควบคุมไม่ได้และผลตอบแทนไม่คุ้มค่า
Gartner คาดการณ์ว่าภายในปี 2028 องค์กรทั่วโลกประมาณ 1 ใน 5 จะลดหรือเลิกใช้ AI ในบางส่วนของธุรกิจ และกลับไปใช้ซอฟต์แวร์แบบเดิม เนื่องจากต้นทุนที่ควบคุมไม่ได้และผลตอบแทนไม่คุ้มค่า Goldman Sachs เผยว่ามีเพียง 2% ของบริษัทใน S&P 500 เท่านั้นที่วัดผลกระทบของ AI ต่อกำไรได้ ขณะที่เม็ดเงินลงทุน AI ในสหรัฐฯ ปี 2026 เกือบ 600,000 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นเกือบ 2% ของ GDP
งานวิจัยจาก MIT พบว่า 95% ของโครงการ AI นำร่องในองค์กรไม่ส่งผลกระทบต่อกำไร (P&L) และ McKinsey รายงานว่าน้อยกว่า 20% ของการใช้งาน AI ในองค์กรที่มีผลกระทบทางธุรกิจที่วัดได้